นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP ผู้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมแล้วที่จะขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวนไม่เกิน 240 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท โดยเปิดช่วงราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอที่ 8.70-9.20 บาทต่อหุ้น ซึ่งคาดว่าจะได้เงินจากการระดมทุนครั้งนี้ราว 2.1-2.2 พันล้านบาท ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ส่วนหนึ่งจะนำไปลงทุนในบริษัทย่อย เพื่อขยายธุรกิจในประเทศเวียดนาม อีกส่วนหนึ่ง จะนำไปชำระเงินกู้ยืมแก่สถาบันการเงิน และส่วนสุดท้าย ก็จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
โดยบริษัทตั้งเป้าหมายในระยะ 5 ปีจากนี้ หรือในปี 2569 จะเป็นผู้เล่นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวในตลาดโลก โดยมีรายได้ 8,000 ล้านบาท หรือเติบโต 2 เท่า จากปี 2563 ที่มีรายได้ที่ 4,400 ล้านบาท โดยเฉพาะยอดขายในกลุ่มประเทศ ซีแอลเอ็มวี หรือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม คาดว่าจะเติบโตได้ 3 เท่า จากสัดส่วนส่งออกในปัจจุบันอยู่ที่ 12% ขณะที่สัดส่วนรายได้โดยภาพรวมของบริษัทก็จะเปลี่ยนไปจาก 78% เหลือ 70% ในประเทศ และจากต่างประเทศ จาก 22% เป็น 30%
ซึ่งนอกจากซีแอลเอ็มวีที่เป็นตลาดสำคัญของบริษัทแล้ว ยังมีฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ เกาหลี จีน ยุโรป อเมริกาและตะวันออกกลาง ก็เป็นลูกค้าส่งออกในปัจจุบันที่มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริษัทมีความพร้อมด้านการผลิตและทำตลาด ภายหลังจากโรงงานผลิตในกัมพูชา ที่จะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ในปีนี้ และในเวียดนามปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างจะแล้วเสร็จพร้อมเดินเครื่องผลิตได้ในปี 2565 ซึ่งจะถือเป็นฐานการผลิตขนมขบเคี้ยวที่สำคัญของบริษัทเนื่องจากอยู่ในแหล่งวัตถุดิบราคาถูกทำให้มีความสามารถในการแข่งขันด้านราคาได้ และจะเป็นฐานการส่งออกไปยังจีน ยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลางด้วย พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีแผนขยายการลงทุนโรงงานแห่งที่สองในเวียดนามเหนือต่อเนื่องในอนาคตด้วย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นผู้เล่นในตลาดโลก
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยมากว่า 30 ปี โดยมีมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ คือ เครื่องดื่ม ประกอบด้วย เจเล่ คูลลี่คูล ไดยาโมโตะ ฮีโร่บอยส์ และอควาวิตซ์ โดยเฉพาะเจเล่ มีส่วนแบ่งถึง 70% ของตลาดเยลลี่พร้อมดื่ม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว ประกอบด้วย เบนโตะ ทาโกะ โลตัส ช๊อคกี้ และเบเกอรี่เฮาส์ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งทั้งด้านความหลากหลายของแบรนด์และแต่ละผลิตภัณฑ์ยังเป็นผู้นำเทรนด์ของตลาด ขณะที่มีโรงงานผลิตทั้งหมด 6 แห่ง แบ่งเป็นในไทย 4 แห่ง และในต่างประเทศ 2 แห่ง คือ กัมพูชา และเวียดนาม
นอกจากนี้ บริษัทยังมีความหลากหลายของช่องทางการจำหน่ายไม่เพียงช่องทางโมเดิร์นเทรดทุกเจ้าในประเทศ แต่ยังครอบคลุมร้าค้าทั่วประเทศกว่า 70,000 ร้าน รวมถึงช่องทางออนไลน์ และและเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
พร้อมกันนี้ล่าสุดบริษัทยังได้จัดตั้ง บริษัท สิริ โปร จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าของบริษัทเองและให้กับสินค้าของบริษัทอื่นๆ ด้วย โดยมีบริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 30% โดยบริษัทมีทีมผู้บริหารและทีมขายที่มีประสบการณ์ในการกระจายสินค้าให้กับบริษัท จากศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทรวม 11 แห่ง ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย ซึ่งสามารถกระจายสินค้าถึงกลุ่มร้านค้าทั้งค้าปลีกกว่า 70,000 ร้านค้า และร้านค้าส่งกว่า 3,600 ร้านค้า ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน
ด้านน.ส.วีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน อินเวสเมนท์ แบงก์กิ้ง ธนาคารไทยพาณิชย์ตัวแทนบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ของ บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้นที่ 8.70-9.20 บาทต่อหุ้น และเปิดให้นักลงทุนรายย่อยจองซื้อในวันที่ 7-9 ก.ค.นี้ ที่ราคา 9.20 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น
และคาดว่าจะประกาศราคาจริงภายในวันที่ 12 ก.ค. พร้อมแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ 5 ราย เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ประกอบด้วย บล.เคทีบีเอสที, บล.กรุงศรี, บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย), บล.คันทรี่กรุ๊ป และบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ส่วนนักลงทุนสถาบันจะจองซื้อในวันที่ 12-14 ก.ค.นี้ ที่ราคาเสนอขายสุดท้าย