ภูมิใจไทย ยันแก้กฎหมายกัญชาเสรี ลดภาษีเหลือ 5% พรรคไหนขานรับ ยินดีร่วมรัฐบาล
เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่พรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรค และพ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรค แถลงชี้แจงนโยบายกำไรแบ่งปันสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวที่มีการตั้งข้อสังเกตจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า อาจทำให้ข้าวสารมีราคาแพง และนโยบายกัญชาเสรี ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่านโยบายดังกล่าวทำไม่ง่ายนั้น
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ขอยืนยันว่านโยบายต่างๆ ของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 12 ด้าน ผ่านการศึกษา และวิจัยตามหลักวิชาการ ยกตัวอย่างเรื่องข้าว ที่ยืนยันว่าจะไม่ทำให้ราคาข้าวสารแพงขึ้น เนื่องจากรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ มีมาตรการควบคุมราคาข้าวสาร และตามประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 พ.ศ.2562 ได้จัดให้ข้าวอยู่ในสินค้าควบคุม
นอกจากนี้ ระบบข้าวกำไรแบ่งปันของพรรคภูมิใจไทย ยังใช้รูปแบบเดียวกับกฎหมายอ้อย และน้ำตาลที่ดำเนินการมาแล้ว 35 ปี ทำให้ชาวไร่อ้อยได้กำไรถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่โรงงานและผู้ส่งออกน้ำตาลได้กำไรจากส่วนแบ่ง 30 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น หากนำแนวทางของอ้อยและน้ำตาลมาใช้กับข้าว ชาวนาจะมีรายได้เพิ่มขึ้นแน่นอน โดยชาวนาจะได้ส่วนแบ่ง 75 เปอร์เซ็นต์ โรงสี 10 เปอร์เซ็นต์ และผู้ค้าข้าวได้ 15 เปอร์เซ็นต์
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ส่วนนโยบายกัญชาเสรีนั้น เดิมกัญชาไม่ได้ถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษและมีขายตามร้านขายยา แต่ต่อมาปี พ.ศ. 2522 รัฐบาลกำหนดให้กัญชาเป็นสิ่งเสพติด กระทั่งปัจจุบัน รัฐบาลได้แก้ไขกฎหมายให้กัญชาสามารถใช้ทางการแพทย์และการพาณิชย์ แต่พรรคเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์ เราได้ศึกษาต้นแบบที่ประสบความสำเร็จจากมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งประกอบด้วยการใช้กัญชาเพื่อ 3 วัตถุประสงค์ คือ 1.เพื่อการแพทย์ 2.เพื่อการพาณิชย์ 3.ประชาชนสามารถปลูกได้ 6 ต้น/ครอบครัว พรรคภูมิใจไทยนำโมเดลดังกล่าวมาทำเป็นนโยบาย พร้อมเสนอเป็นร่างกฎหมาย โดยเสริมเรื่องที่ 4 คือ แพทย์แผนไทย
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า หากพรรคเป็นรัฐบาล จะแก้กฎหมายและผลักดันทั้ง 4 แนวทางให้เป็นความจริง ซึ่งจะสร้างรายได้ให้ประเทศปีละประมาณ 303,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ จะนำเงิน 100,000 ล้านบาท ไปผลักดันนโยบายอีก 11 ด้านของพรรค โดยไม่ต้องกู้เงิน ไม่ต้องขึ้นภาษี หรือขายพันธบัตร ส่วนเงินอีก 200,000 ล้านบาท จะนำไปลดภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) จาก 7 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 5 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการลดรายจ่ายของประชาชน และทำให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจได้มากขึ้น
เมื่อถามถึงโอกาสในการผลักดันนโยบายกัญชาเสรีให้เป็นผลสำเร็จ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า หากประชาชนเห็นด้วยกับนโยบายกัญชาเสรี ขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยกันมากๆ ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ หากพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ก็สามารถดำเนินการได้ทันที แต่หากใครจะดึงเราไปร่วมรัฐบาล ก็ต้องรับนโยบายทั้ง 12 ด้านไปปฏิบัติ แต่หากไม่รับ เราก็ไม่ร่วม และขอยืนยันว่า หากเราทำนโยบายกัญชาเสรีได้จริง ประชาชนจะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่ลดลง เหลือ 5 เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน
เมื่อถามว่า จากผลโพลหลายสำนัก พบว่าพรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ไม่ติดอยู่ในอันดับความนิยม นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า สำนักโพลมีหลายสำนัก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีที่เราจะได้ทำงานให้หนักขึ้น และอยากให้ดูวันที่ 24 มี.ค. ว่าสุดท้ายผลจะออกมาเป็นอย่างไร ส่วนกรณีที่ระบุว่านายอนุทิน ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมา นายอนุทิน เป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และที่ผ่านมา จากการลงพื้นที่พบปะประชาชน และกล่าวปราศรัยในเวทีต่างๆ ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี
ด้าน พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ใกล้ถึงวันเลือกตั้ง 24 มี.ค.เข้ามาทุกขณะ สถานการณ์การเมืองก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้น ที่ผ่านมาเราจะเห็นการใช้เกมใต้ดินต่างๆ ในทางการเมืองเข้ามาทำลายล้างกัน ไม่ว่าจะเป็นการใส่ร้าย ให้ข่าวโจมตี หรือการทำลายป้ายหาเสียง พรรคภูมิใจไทยเองก็มีผู้สมัครที่ถูกกระทำอย่างนั้นด้วย ซึ่งเราเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นพลวัตทางการเมือง จึงไม่ได้มีการโต้ตอบอะไร อีกทั้งนายอนุทิน ได้ให้นโยบายไว้ชัดเจนว่าเราทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ ไม่ตอบโต้ทำลายกันทางการเมือง
พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า ช่วงใกล้เลือกตั้ง หัวหน้าพรรคได้กำชับให้ลูกพรรคทุกคนเร่งลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรค และแนะนำผู้สมัครให้ประชาชนในพื้นที่ได้รู้จักมากที่สุด ซึ่งการให้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับผู้สมัคร และนโยบายของพรรค จะเป็นส่วนช่วยให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจลงคะแนนให้กับผู้สมัครของเราได้ นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้ขอความร่วมมือไปยังลูกพรรคทุกคนให้ใช้สัญลักษณ์ (Logo) ของพรรคภูมิใจไทย นำมาเป็นภาพโปรไฟล์ในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ไปจนถึงวันที่ 24 มี.ค. เพื่อให้ประชาชนจดจำพรรคภูมิใจไทยได้ และสื่อให้เห็นว่าพรรคอยู่กับประชาชนในทุกที่