เสียความรู้สึก! เบ็คกี้ รีเบคก้า เปิดใจต้นสังกัดค้างเงินค่าตัว 20 ล้าน! ตัดสินใจยุติสัญญา ทำงานควรได้เงิน ให้เวลาถึงปลายปีนี้ หากไม่ได้อีกส่งทนายดำเนินคดี – เล่าเหตุไม่ได้ถ่าย “4 elements”
หลังจากที่ IDOLFACTORY ต้นสังกัดของ เบ็คกี้ รีเบคก้า ได้ออกแถลงการณ์ประกาศการสิ้นสุดสัญญาอย่างเป็นทางการ หลังอยู่ด้วยกันมานานหลายปี นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่าเบ็คกี้ไม่รับค่าตัวแว่วๆ มาอีกด้วย ล่าสุดวันที่ 30 พ.ย. เบ็คกี้ พร้อมกับ ทนาย (เหน่ง มลสิช วิเศษโชติกุล) ได้ตัดสินใจแถลงข่าวต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ Exhibition Hall 1-2 , ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
- อ่านข่าว – เงินเก็บทั้งชีวิตหมดแล้ว! เซ้นท์ ศุภพงษ์ ไว้ใจคนผิดมา 9ปี จากนี้เริ่มต้นใหม่
- อ่านข่าว – “เชน IDOL FACTORY” เปิดใจครั้งแรก หลัง “ฟรีน–เบ็คกี้” โบกมือลาค่าย ยันไม่มีดราม่า – จบสวย
โดย เบ็คกี้ ได้เปิดใจว่า เหตุผลส่วนหนึ่งในการยุติสัญญาคือการที่ไม่ได้เงินค่าจ้างตามสัญญาในตลอดทั้งปี 2025 โดยเป็นยอดเงินโดยประมาณ 20 ล้านบาท ก็เลยมีการคุยกับทนายส่วนตัวเพื่อที่จะเจรจากัน ที่ผ่านมาการเจรจากันก็เป็นไปได้ด้วยดี โดยทางอดีตค่ายเก่าอย่าง IDOLFACTORY ยืนยันว่าจะนำเงินมาจ่ายให้ครบภายในสิ้นปีนี้ แต่หากไม่ได้ตามที่พูดคุยกันไว้ ทางเธอและทนายจะตัดสินใจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านทนายยังเสริมว่า หากถึงสิ้นปีนี้ฝั่งคู่กรณียังผิดคำมั่น ก็จะตัดสินใจดำเนินการทางกฎหมายต่อทันที โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดในประเด็นอื่นเพิ่มเติมว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ เนื่องจากลักษณะของสัญญาเป็นแบบพาร์ทเนอร์ชิพ เงินที่เข้ามาไม่ใช่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นเงินของน้องเบ็คกี้ ดังนั้นหากมีการนำเงินส่วนดังกล่าวไปใช้ในลักษณะส่วนตัว ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายในคดีอื่นด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบข้อสัญญาเบื้องต้น พบว่าน่าจะมีประเด็นในส่วนอื่นที่สามารถดำเนินการได้เพิ่มเติมเช่นกัน
และอีกหนึ่งเรื่องที่แฟนๆ รอคอยคือการถ่ายทำซีรีส์ชุด “4 elements” ของคู่ “ฟรีน-เบ็คกี้” ซึ่งเบ็คกี้ก็ได้ออกมายืนยันว่าไม่ได้ไม่อยากเล่นแต่ตอนนี้ต้องขอเคลียร์ปัญหาก่อน เนื่องด้วยตามกฎหมายจะยังไปถ่ายไม่ได้
วันที่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญา?
เบ็คกี้ : “จริงๆ มันคือการที่เกิด Something ขึ้นนิดนึง มันทำให้หนูเกิดความเสียใจ จริงๆ ชื่นชมนะตั้งแต่แรกที่อยู่ด้วยกัน แต่มันเกิดการเสียใจนิดนึงค่ะ แต่ว่าหนูมอบหมายให้กับทนายหมดแล้ว ซึ่งเดี๋ยวให้ทนายเป็นคนตอบค่ะ”
ตอนนั้นสัญญาหมดหรือยัง?
เบ็คกี้ : “ยังค่ะ เป็นการขอที่จะออกมาก่อน (ขอยุติสัญญา?) ใช่ค่ะ (เรื่องที่เสียใจทราบมาประมาณกี่เดือนแล้ว?) นิดนึงและกัน เป็นคนที่พยายามที่จะเข้าใจทุกฝ่ายจริงๆ พยายามที่จะทำงานต่อไป และหาทางออก แต่พอมันเข้าใจกันไม่ได้จริงๆ”
มีการคุยกันก่อนหน้านี้เพื่อจะตกลงกัน?
เบ็คกี้ : “มีการคุยกันค่ะ แต่เรื่องราวให้ทนายเป็นคนพูด”
มีกระแสข่าวเรื่องที่เราไม่ได้รับค่าตัว มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เราไม่ต่อสัญญา?
เบ็คกี้ : “ใช่ค่ะ”
ทนาย : “รายละเอียดนะครับในปี 2025 น้องไม่ได้ค่าตัวเลย ทำงานทั้งปีไม่ได้เลย มีการพูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้วว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ยังไง แต่มันได้แต่คำมั่นว่าฝ่าย IDOLFACTORY จะแก้ปัญหาให้ แต่ก็ดูเพอร์ฟอร์แมนซ์ของเค้าว่าจะทำยังไงต่อ”
ได้มีการทวงถามไหม?
ทนาย : “มีการพูดคุยก่อนหน้าแล้วครับใช้เวลาหลายเดือน มีการประชุมกันมากกว่าหนึ่งครั้ง”
ระบบการจ่ายเงินของเบ็คกี้เป็นยังไง?
ทนาย : “ภายใน 30 วันที่ค่ายได้รับเงินจากตัวแบรนด์หรือสตูดิโอ”
แต่ระยะเวลาหนึ่งปีคือไม่ได้เลย?
ทนาย : “ไม่ได้เลยครับ แต่เดือนตุลาคมก็มีให้มาบางส่วน แต่ถือว่าเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วน้อยมาก”
ยอดเงินโดยรวมทั้งหมดเท่าไหร่?
ทนาย : “8 หลักครับ (10 กว่าขึ้น?) 20 ครับ”
หลังจากนี้จะเป็นกระบวนการทางกฎหมายแล้ว?
ทนาย : “มันอยู่ในขั้นตอนที่ว่าเค้าจะพูดคุย ผมอยากให้เอาเรื่องทุกอย่างมาอยู่บนโต๊ะนะครับ แล้วก็คุยกันมากกว่า เรื่องของกฎหมายมันไม่ได้สมประโยชน์กันทั้งคู่นะครับ ตอนนี้ก็ต้องรอดูครับ อย่างวันนี้ก็ถึงกำหนดชำระอีกงวดนึง ต้องรอดูว่าเค้าทำตามคำพูดหรือเปล่า”
เค้าให้สัญญาอะไรกับเราในการจ่าย?
ทนาย : “เป็นคำมั่นครับ แต่ตัวยอดเงินก็รับกันหมดแล้วว่าเป็นยอดเท่าไหร่ ตอนนี้เราก็มาเรียกดูเอกสารสัญญาเดิมๆ ว่ามันเป็นยังไงยอดมาทบกันแล้วมันตรงไหม”
ในพาร์ตของเบ็คกี้เราทำงานมามีการทวงถามไหมว่าทำไมยังไม่ได้เงิน?
เบ็คกี้ : “ก็มีแน่นอนอยู่แล้วเราทำงานเราก็ควรได้รับเงินแหละ แต่จริงๆ เราทำงานด้วยใจด้วยแพชชั่นจริงๆ ถ้าสมมติมันไม่ได้เลยก็จะรู้สึกว่าโอเค i love my job. I love working. แต่สุดท้ายแล้วเราทำงานเราก็ควรได้รับเงิน ไม่ว่าจะเป็นเราหรือใครก็ตาม ก็เลยรู้สึกเสียใจประมาณนึง”
เวลาเราทวงถามไปเค้าให้เหตุผลว่าอะไร?
เบ็คกี้ : “เค้าบอกว่าโอเคเดี๋ยวจ่ายๆ แต่ก็คงยังไม่ได้รับค่ะ (เดี๋ยวตั้งแต่ต้นปีจนนี่จะธันวาแล้ว?) ใช่ มีงวดนึงตอนตุลาที่ให้มานิดนึง ก็ยังคงเหลืออีกเยอะค่ะ”
พอมาเห็นยอด 20 ล้านตกใจไหม?
เบ็คกี้ : “ตกใจ ด้วยความที่เราเป็นคนที่เชื่อใจมากๆ ด้วยความที่เราทำงานเราก็ต้องได้รับสิ่งหนึ่งที่เราทำงานมา แต่ก็คงโอเคไม่เป็นไรก็อาจจะมีอะไร แต่พอเดี๋ยวก่อนเรื่อยๆ มันเริ่มแบบรู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว”
ได้เห็นข่าวของทางค่ายไหม การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารใดๆ ที่เกิดขึ้น
เบ็คกี้ : “พอเห็นอยู่ค่ะแต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกันค่ะ”
ที่ผ่านมาการทำงานร่วมกันกับทางค่ายเป็นยังไง?
เบ็คกี้ : “คือจริงๆ เรียกว่าเราทำงานด้วยกันมาประมาณสี่ปีครึ่ง ก็เป็นเวลาที่ถือว่านานมาก ซึ่งจริงๆ เราก็ขอบคุณเขานะ ที่เติบโตด้วยกัน แต่ในส่วนของเรื่องนี้เราทำงานเราก็ควรได้จริงๆ”
มีโอกาสได้สื่อสารกับเขาตรงตรงไหมก่อนที่จะไปถึงพี่ทนาย?
เบ็คกี้ : “มีค่ะๆ มีการทวง มีการบอกว่าถึงเวลาแล้วค่ะ แต่ว่าก็ยังคงไม่ได้ ก็เลยต้องไปตามกฎหมายแล้วค่ะ”
แล้วพอเราทวงถามจนเราต้องใช้วิธีการทางกฎหมายเค้าว่ายังไงบ้าง?
เบ็คกี้ : “เค้าก็เหมือนจะยอมไหมคะ”
ทนาย : “เค้ายอมรับว่าเค้าติดอยู่จริง แล้วก็พยายามจะหาเงินมาให้ แต่ก็ต้องรอดูว่าเค้าจะทำได้ตามที่พูดหรือเปล่า”
แต่ทางเราก็สืบทราบมาว่าเงินก็ได้ครบหมดแล้วจากการทำงาน?
ทนาย : “ใช่ครับมันเป็นสิ่งที่ทางค่ายส่งมาให้เองว่าน้องมีสิทธิ์ได้เงินเท่านี้ (คือทางค่ายก็เรียกเก็บกับลูกค้ามาหมดแล้ว?) ใช่ครับๆ“
ยอด 20 ล้านคือเป็นของเบ็คกี้คนเดียวไม่ได้เกี่ยวกับ ฟรีน สโรชา?
ทนาย : “ของน้องเบ็คกี้คนเดียวครับ”
ตอนที่เรายื่นเรื่องไปเราแจ้งให้ผู้บริหารหนึ่งคนทราบหรือสองคนทราบ?
ทนาย : “หนึ่งคนครับคือคุณ “เชน คเชนทร์ สดโพธิ์” ไม่ใช่สองคนครับ (แสดงว่า เซ้นต์ ศุภพงษ์ ก็ไม่ได้รับรู้?) แต่มันรับรู้ร่วมกันอยู่แล้วครับ เพราะขนาดนั้นก็เป็นกรรมการร่วมกันทั้งคู่”
แล้วทางนั้นเค้าได้ส่งทนายมาพูดคุยไหม?
ทนาย : “มีครับมีทนายมาพูดคุย มีการพูดคุยหนึ่งครั้งเมื่อประมาณเดือนตุลาคม ทางทนายฝั่งนั้นก็พยายามจะมาพูดคุยกันให้ลงตัว อย่างน้อยน้อยก็จะเอาครึ่งนึงก่อนมาจ่ายให้ แต่ก็เงียบครับ”
ในแง่ของทนายเบ็คกี้เราได้ยื่นข้อเสนอยังไง?
ทนาย : “มันเป็นการยกเลิกสัญญา ในเรื่องของข้อเสนอต้องให้ทางค่ายเป็นคนเสนอมา แต่ทางเราขอครึ่งนึงก่อนมันน่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับโดยปกติ แล้วที่เหลือจะมาผ่อนชำระหรือจะมาอะไรยังไงกันก็น่าจะพูดคุยกันได้”
ในส่วนของครึ่งนึงมีกำหนดระยะเวลาไหม?
ทนาย : “ไม่มีครับๆ มันเป็นทางคำมั่นของค่ายนะครับว่าสิ้นปีนี้จะให้ยอดตามนั้น”
แต่ถ้าไม่เป็นไปตามนั้น?
ทนาย : “ก็ดำเนินการทางกฎหมายจากเบาไปหาหนักมันก็มีวิธีการ”
เบ็คกี้หวังไหมว่าสิ้นปีเราจะได้ครึ่งนึง?
เบ็คกี้ : “หวังค่ะ แต่ก็ไม่รู้ค่ะ ก็ตั้งใจทำงานในทุกๆ วัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ตอนไหนเหมือนกัน”
ทุกวันนี้เราเสียความรู้สึกไหม?
เบ็คกี้ : “เสียแหละเนาะ เพราะว่าเราเติบโตด้วยกัน แต่ก็ไม่รู้ทำไมมันเกิดขึ้นแบบนี้ ก็หวังว่า”
ได้มีโอกาสถามเขาตรงๆ ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือมีปัญหาอะไร?
เบ็คกี้ : เ“หมือนเค้าจะเล่าไหมคะ (หันถามทางทนาย)”
ทนาย : “เค้าไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังว่าเงินไปใช้จ่ายอะไร”
แล้วตลอดระยะเวลาที่ทำงานมาเงินมันเข้าตรงไหม?
เบ็คกี้ : “เหมือนจะมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ (ช้ามาตลอด?) ใช่ค่ะ แต่ปีนี้คือมันช้าแบบชัดเจนมากๆ ค่ะ”
แสดงว่าอันนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เราตัดสินใจยุตติสัญญา?
เบ็คกี้ : “ใช่ค่ะ”
ฟรีน สโรชา ก็ไม่ได้รับเงินเหมือนกัน?
เบ็คกี้ : “ตอนนี้ก็รู้แค่ของเราแหละ ของพี่ก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน อาจจะต้องให้เค้าตอบเอง”
แล้วอย่างเรื่องงานที่ค้างไว้กับเขา?
เบ็คกี้ : “อันนี้ก็คือเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้เราไม่ได้ไปถ่าย 4 elements เพราะว่าทางกฎหมายแล้วเราไม่สามารถไปถ่ายได้”
ทนาย : “มันติดสัญญาเดิมคือของ IDOLFACTORY คือทางกฎหมาย เราก็จะไปเซ็นสัญญาเองไม่ได้ ยกเว้นจะมีการยกเลิกสัญญาอะไรให้ถูกต้องกันก่อนนะครับ ยังอยู่ในระหว่างการดูสัญญากันอยู่ครับ”
ถ้าเคลียร์ปัญหาได้ลงตัวเราก็ยินดีที่จะไปถ่าย?
เบ็คกี้ : “ถูกต้อง คือหนูเห็นกระแสในโซเชียลว่าเบ็คกี้ไม่อยากไปถ่ายหรอ ไม่ใช่เลย อยากไปมาก เรารักการแสดงอยู่แล้วแต่ว่าต้องเคลียร์ปัญหาตรงนี้ก่อนจริงๆ”
พอข่าวไปอย่างนี้รู้สึกเสียใจไหม?
เบ็คกี้ : “อาจจะเข้าใจได้เพราะว่าอยู่ดีๆ ก็หายไปจากโปรเจ็กต์นี้ แต่ว่าตั้งใจและรักการทำงานตรงนี้จริงๆ ค่ะ”
ก่อนหน้านี้ไปถ่ายมากี่คิวแล้ว?
เบ็คกี้ : “น่าจะประมาณ 17-18 คิว เหลืออีกนิดนึงค่ะ”
ก่อนหน้านี้ทางค่ายให้สัมภาษณ์ว่าแม้ว่าจะยุติสัญญาแล้วก็จริงแต่งานก็จะดำเนินต่อไป?
เบ็คกี้ : “บางอันก็ดำเนินต่อไปจริงค่ะ แต่ก็ต้องดูว่าถ้าอันไหนมันไม่สามารถอย่าง 4 elements มันต้องจัดการปัญหาจริงๆ ก่อนที่จะไปทำได้”
สิ่งที่อยากบอกไปถึงแฟนๆ ที่เป็นห่วงเรา?
เบ็คกี้ : “เหมือนแฟนๆ ก็พอรู้อยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่ารู้ได้ไง (ยิ้ม) แต่ก็จะบอกว่าไม่เป็นไรนะทุกคนเราเริ่มใหม่แล้ว เรามาสู้กันใหม่ค่ะ โอเคค่ะ”
รู้สึกยังไงบ้างวันเกิดปีนี้หนักหน่วง?
เบ็คกี้ : “วันนี้วันดีค่ะ ขอให้ตัวเองมีความสุขมากๆ ยิ้มเยอะๆ เอ็นจอยไปกับทุกๆ วัน ทำในสิ่งที่ตัวเองรักแล้วก็มีแต่คนน่ารักรอบตัว”
ฝากติดตามก้าวใหม่ของเราในปีปีหน้า?
เบ็คกี้ : “ก็ขอฝาก BECKY Entertainment ก็ตั้งใจมากๆ และหวังว่าจะค่อยเติบโตในทุกๆ วันค่ะ รักทุกคนมากๆ นะคะ ขอบคุณที่ซัพพอร์ต ถ้าไม่มีทุกคนก็ไม่มีหนูในวันนี้นะคะ รักค่ะ”
ขอย้ำกับพี่ทนายอีกทีตอนนี้เราได้ดำเนินการไปถึงตรงไหน?
ทนาย : “ตอนนี้ก็รวบรวมเอกสาร รวบรวมทุกอย่าง ว่ามันจะเข้าข้อกฎหมายข้อไหนได้บ้าง ตอนนี้ก็เตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา ตอนนี้การพูดคุยก็เป็นไปด้วยดีตลอด เพราะทางค่ายก็สัญญาไว้ว่าจะเอาเงินมาจ่าย การพูดคุยกับทนายของฝั่งนั้นก็ค่อนข้างดี แต่ตอนนี้ทางทนายก็หายไปแล้วนะครับ (ยิ้ม)”
แล้วรายละเอียดเรื่องสัญญาทางโน้นให้ความร่วมมือเราดีมั้ย?
ทนาย : “ก็ได้มาบางส่วนครับแต่ช้ามาก ช้ามากครับ เพราะอนาคตของนักแสดงมันอยู่ที่ตัวสัญญาด้วย ว่ามันจะมีลักษณะของสัญญาในทางคู่แข่ง ซึ่งตามกฎหมายเราต้องเอามาดู ไม่งั้นน้องก็เดินไปต่อไม่ได้ ก็อยากฝาก IDOLFACTORY ว่าให้เห็นใจว่าเคยร่วมงานกันมาก่อน ก็ร่วมมือกันดีกว่า เอาปัญหาทุกอย่างมากางดูกันดีกว่า แล้วก็แก้ไปด้วยกัน”
แล้วอย่างสัญญา 4 elements มันเป็นยังไง?
ทนาย : “มันติดอยู่ตรงที่น้องออกจากค่าย IDOLFACTORY แล้ว แต่สัญญามันเซ็นกับทางค่ายเก่า มันก็เลยติดปัญหากันอยู่ ตอนนี้ก็ต้องคุยกับทางสตูดิโอ ว่ามีการยกเลิกสัญญากับทาง IDOLFACTORY หรือยัง ถ้ามาคุยสัญญากับทางน้องเบ็คกี้ตรงๆ ก็จะมาดูสัญญากันใหม่ เพราะว่าทำกับทางนั้นไว้จะได้เงินหรือเปล่า”
อันนี้ก็เพื่อป้องกันเรื่องของเงินในอนาคต?
ทนาย : “ใช่ครับ คือสำคัญเลย เพราะพวกสัญญาไอดอล หรือสัญญานักแสดง สิทธิของนักแสดงมีอย่างเดียวเลยคือได้รับค่าตอบแทนครับ คือที่เหลือทางค่ายจะสั่งให้น้องไปทำอะไรหรือมีงานอะไรน้องก็ต้องไปทำหมด แต่ถ้าเงินไม่ได้ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่”
ถ้าไม่ได้ภายในสิ้นปีนี้จะโดนอะไรบ้าง?
ทนาย : “มันเป็นแพ่งอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ผมก็ดูในส่วนอื่นอยู่ด้วย ว่ามันจะเข้าไหม เพราะลักษณะสัญญาของประเภทแบบนี้ มันเป็นลักษณะของสัญญาแบบพาร์ทเนอร์ชิพ เงินมันเข้ามามันไม่ใช่เงินของคนๆ เดียว มันเป็นเงินของน้องเบ็คกี้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเงินของน้องไปใช้ในลักษณะส่วนตัวมันจะเข้าในข้อกฎหมายของเรื่องอื่นด้วย แต่ตอนนี้เท่าที่ผมดูในข้อสัญญาแล้วก็น่าจะใช่ น่าจะมีในส่วนอื่นด้วย”
ในส่วนของเบ็คกี้พอเราเป็นนักแสดงอิสระแล้วมันมีส่วนสะดุดของงานที่เรารับไว้ด้วยมั้ย?
เบ็คกี้ : “มันก็จะมีบางคนที่ไม่รู้ว่าเราออกมาแล้ว หรือเราไม่ได้ทำงานด้วยกันแล้ว ก็ต้องไปเคลียร์กับเขา ถ้าทำงานก็มาติดต่อโดยตรงได้เลยค่ะ แต่ถ้ากับทางค่ายเก่าก็ยังไม่ได้รับค่ะเพราะในทางกฎหมายมันติดเงินกัน แต่ถ้ามีงานใหม่ก็ติดต่อกับเราโดยตรงได้เลยค่ะ ส่วนแบรนด์ต่างประเทศก็มีเล่าให้ฟัง”





