หลังมาร่วมแถลงข่าว “GMMTV 2026 MAGIC VIBES MAXIMIZED” เปิดตัวคอนเทนต์ใหม่ของ GMMTV ตั้งแต่ปี 2026 แล้ว ผู้จัด ‘จ๋า’ ยศสินี ณ นคร ทายาทคนเก่งของนักแสดงและผู้จัดรุ่นใหญ่ในตำนาน ‘จิ๋ม’ มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช ก็ได้เปิดใจหลังมีราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีคำสั่งให้คุณแม่เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของ ณัฐพงศ์ เหมือนประสิทธิเวช น้องชาย

พร้อมกันนี้ยังเปิดใจถึงความสำเร็จการทำซีรีส์วายเรื่องแรก “ทำนายทายทัพ” (My Magic Prophecy) สู่การทำซีรีส์วายเรื่องที่ 2 “เคียงมังกร” (The Invisible Dragon)
หลายคนเป็นห่วงอาการป่วยของอาจิ๋ม?
จ๋า – “คุณแม่มีอาการเสื่อมทางสมองตามวัย ด้วยคุณแม่มีเรื่องของธุรกิจอยู่ เพราะฉะนั้นตอนนี้อาจจะตัดสินใจไม่ได้ ก็ต้องให้จ๋ากับน้องชายเข้ามาดูแล แต่พอเป็นการประกาศออกมาทุกคนก็น่าจะตกใจ จริงๆ มันเป็นกระบวนการปกติทางกฎหมายที่ต้องประกาศออกมา ทางครอบครัวก็ต้องขอขอบคุณทุกความห่วงใย ภาษาทางกฎหมายอาจจะฟังดูเด็ดขาด แต่ในความเป็นจริงไม่ได้ดูน่ากลัวขนาดนั้น อาการทุกอย่างอยู่ในความดูแลของแพทย์และครอบครัวอย่าง ใกล้ชิดค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง เราจะดูแลคุณแม่อย่างเต็มที่

ตอนนี้คุณแม่ยังสื่อสารพูดคุยได้ จริงๆ ที่ตัดสินใจออกมาพูดเพราะว่าความเข้าใจกับโรคนี้มันน้อย ทั้งคนป่วยและครอบครัวคนป่วยน่าจะอยากได้ความเข้าใจ คนที่ป่วยโรคนี้จะมีวันที่ดีและวันที่เหนื่อยหน่อย แต่โดยทั่วไปก็แล้วแต่อาการ แต่ในวันที่ดีก็สื่อสารได้ค่ะหวังว่าจะมียาที่ป้องกันรักษาออกมาได้โดยเร็ว ก็เป็นกำลังใจให้กับทุกครอบครัวที่ดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะสมองที่เสื่อมตามวัย ขอให้ทุกคนมีกำลังใจในการดูแลซึ่งกันและกันค่ะ
สุดท้ายอยู่ที่ความเข้าใจโรค เหมือนคนเป็นหวัดก็มีน้ำมูก คนที่ไม่สบายเป็นโรคนี้ก็จะมีอาการของโรคนี้ เพียงแต่การพูดถึงโรคนี้ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะในละคร ในหนัง หรือในข่าว มันจะไปผูกกับอารมณ์ว่า อุ๊ย…ตายแล้วความจำหายไป แต่ถ้าเรามองอย่างเป็นปกตินี่คืออาการของโรค มองให้เป็นข้อเท็จจริงว่าโอเควันนี้เขาอาจจะลืม อันนี้ก็ดูแลรักษากันไปตามข้อเท็จจริง”

แล้วสุขภาพในส่วนอื่นของอาจิ๋มเป็นยังไงบ้าง?
จ๋า – “สุขภาพอย่างอื่นดีทุกอย่าง อวัยวะอื่นดีแทบจะไม่เสื่อมแข็งแรงมาก คุณแม่ยังเป็นคนที่สวยน่ารักเหมือนเดิมค่ะ”
ถามถึงการทำซีรีส์วาย จากซีรีส์วายเรื่องแรก “ทำนายทายทัพ” (My Magic Prophecy) สู่เรื่องที่ 2 “เคียงมังกร” (The Invisible Dragon)?

จ๋า – “หวังว่าเรื่องที่ 2 จะได้กระแสตอบรับที่ดีเหมือนเรื่องแรก แล้วก็ถูกใจทุกคน อาจจะเป็นรสชาติใหม่ๆ เพราะทางเราถนัดสายดราม่า ครั้งนี้อาจจะได้รสชาติใหม่ๆ ตอนนี้รอแทบไม่ไหวเลย อยากทำงานกับ เฟิร์ส (คณพันธ์), ข้าวตัง (ธนวัฒน์), น้ำตาล (ทิพนารี) และ ไบร์ท (รพีพงศ์) มากๆ
ถามว่าวางโจทย์ไว้ยังไง คืออยากให้ทุกคนเห็นเขาไม่ใช่แค่ในเรื่องดราม่าอารมณ์อย่างเดียว แต่ได้เห็นเขาได้ใช้ร่างกายอีกแบบ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องการเชิดสิงโต ต้องมีการใช้ร่างกายที่เข้มข้นขึ้น เพราะฉะนั้นอยากเห็นทั้งอารมณ์และทั้งทาง physical ของเขาด้วย”

พอได้ทำซีรีส์วายแล้วเป็นวัยรุ่นด้วย เป็นยังไงบ้าง?
จ๋า – “สนุกมากค่ะ มีความรู้สึกสดชื่นในการได้อยู่กับเด็กๆ แล้วก็เป็นโจทย์ให้เราเหมือนกัน เพราะบางทีเราก็รู้สึกว่าเอ๊ะ! เด็กเขาไม่พูดอย่างนี้หรอกในไดอะล็อก ตรงนี้เลยเหมือนเป็นการให้เราโฟกัสกับงาน รวมถึงคิดหลายๆ ชั้นมากขึ้น

ส่วนในเรื่องความละเอียดอันนี้แน่นอนอยู่แล้ว เพราะเป็นจุดขายของเรา แต่วันนี้ได้เห็นงานของคนอื่นแล้วรู้สึกว่าน่ารักไปหมดเลย พอมาอยู่ตรงนี้เราได้เจอสังคมใหม่ๆ ได้เรียนรู้อะไรอีกเยอะ ถือเป็นการอัพเลเวลของตัวเองให้เราเรียนรู้งานของคนอื่นด้วย จะได้มีมิติของการทำงานที่มากขึ้น”

เรียกว่ายุคนี้ผู้จัดต้องปรับตัว?
จ๋า – “ใช่ค่ะ แล้วเรื่องนี้คิดว่าอาจจะกำกับฯ เองด้วย เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่หนีมาตลอด คิดว่าอาจจะต้องแล้วแหละ แต่ถ้าพี่ถา (สถาพร พานิชรักษาพงศ์) เปิดทีละ 36 เรื่อง ผู้กำกับฯ หมดวงการไม่มีคิว คิดว่าผู้จัดต้องกระโดดมาเป็นผู้กำกับฯ เองแล้ว แล้วก็ให้คุณสามีมาเป็นผู้จัดแทน แต่เราก็ยังคุมบทอยู่ เพราะฉะนั้นก็เหมือนทำการบ้านมาตลอดอยู่แล้ว ทำให้เรารู้สึกว่าเหมือนได้กลับมาทำงานเรื่องแรกอีกครั้งหนึ่ง”

ในมุมผู้จัด มองตลาดของซีรีส์ BL และ GL ยังไงบ้าง?
จ๋า – “สนุกและรู้สึกว่าเป็นอีกฌองหนึ่ง แล้วเป็นของดีมากๆ หมายถึงว่าทั่วโลกให้ความสนใจกับซีรีส์ BL และ GL ของไทย ในฐานะคนในอุตสาหกรรมทีมไทยแลนด์ ถ้าใครมีเวลาหรือมีแพสชั่นอยากลอง ยิ่งทุกคนเข้ามามันก็จะยิ่งดันให้ตรงนี้ส่งออกเป็น soft power ที่ทรงพลังของประเทศไทยค่ะ”