โคจรเจอกันครั้งแรก! ‘ใบเฟิร์น-ญดา’ ประชันบทเดือด “เพลิงพระนาง” เวอร์ชั่น Netflix ‘แพนเค้ก’ ร่วมวงฟาด ผู้จัดฯ เผยรีเมกใหม่ไม่ทิ้งแก่นเดิม แถมเซอร์ไพรส์เพียบ

Netflix จัดงานแถลงข่าว Next on Netflix Thailand 2026 “ดูไทย หนำใจ” วันนี้(6ก.พ.69) ที่ Netflix! ณ ชั้น 9 โรงแรม SO/ Bangkok สาทรเหนือ เปิดไลน์อัพคอนเทนต์ไทยบน Netflix ทั้งภาพยนตร์ สารคดี และซีรีส์แบบอัดแน่นครบทุกรสชาติ

ทั้งนี้หนึ่งในไลน์อัพที่สร้างความฮือฮาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา เมื่อ Netflix ประกาศรีเมก เพลิงพระนาง ในรูปแบบซีรีส์ ล่าสุด ข่าวสดบันเทิง มีโอกาสได้สัมภาษณ์ เต็นท์ กัลป์ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการสร้างซีรีส์ เพลิงพระนาง ถึงจุดเริ่มต้นและความยิ่งใหญ่ที่จะได้เห็นบนแพลตฟอร์ม Netflix รวมถึง 3 นักแสดงที่เผยโฉมให้เห็นกันแล้ว

กระแสฮือฮาตั้งแต่ Netflix ประกาศรีเมก เพลิงพระนาง ในรูปแบบซีรีส์? “ตอนนั้นก็เห็นกระแสอยู่ครับ ยอมรับว่าตื่นเต้น ในฐานะผู้อำนวยการสร้างก็พยายามตีความในแบบฉบับของเรา โดยที่ไม่ทิ้งความเป็นต้นฉบับเดิม เรายังเก็บในส่วนที่ดี และส่วนที่แฟนๆ พูดถึงกัน แล้วก็เอามารวมกับศิลปะสมัยใหม่ จริงๆ เราคิดไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าแฟนๆ คงอยากจะเห็นเพลิงพระนางในเวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าในรูปแบบซีรีส์ของทาง Netflix มีทั้งความหมายใหม่ สด และเซอร์ไพรส์อีกมากมาย ที่สำคัญคือตัวละครของเรามีมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงเพิ่มมุมมองสร้างมิติเข้าไปให้มันยิ่งใหญ่ ด้วยความที่ Netflix เชื่อใจในโปรเจ็กต์นี้ด้วย เราก็ยิ่งสามารถจินตนาการไปได้มากขึ้นกว่าเดิม”

ย้อนถามถึงจุดเริ่มต้นที่หยิบโปรเจ็กต์นี้มาทำ? “ความที่ผมเองก็ดูซีรีส์แนวนี้เยอะ เราก็อยากให้ประเทศไทยมีซีรีส์ที่มันเป็น Epic ดราม่าเหมือนกับทางเกาหลีหรือฝรั่งในโปรดักชั่นและรสชาติที่ถึงแก่นของมันในแบบที่มีเอกลักษณ์ของเราเองอยู่แล้ว”

ที่บอกว่ามีการตีความใหม่ในแบบฉบับของเรา แบบนี้จะแตกต่างจากเวอร์ชั่นละครที่หลายคนยังคงชื่นชอบไปเลยไหม? “อย่างที่ผมบอกว่าสุดท้ายแล้วการตีความเพลิงพระนางของเราต่อให้มันใหม่ แต่เรายังผสมผสานสิ่งคนดูรับรู้และสนใจในบทประพันธ์เดิม ไม่ว่าจะตัวละครหลัก World Setting หรือไวบ์ของตัวละครมันมีอยู่ครบ แต่เราเติมแต่งให้มันเข้าไปเยอะขึ้น หามิติให้มันมากขึ้น เติมตัวละคร แต่ทั้งนี้ทุกอย่างคนดูเคยได้พบเห็นและรอคอยก็ยังได้เห็น ไม่ใช่ว่าเราตีความใหม่ทำใหม่หมดเลย เรายึดจากของเดิมแต่ก็เติมแต่งให้มันมีรสชาติขึ้น สมัยก่อนละครมันมี 25 ตอนเนอะ แต่พอมาเป็นซีรีส์ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 6-8 ตอน ฉะนั้นเราต้องทำให้มันครบรสได้ในเวลาเท่านี้ แต่ก็ยังอยู่ในสิ่งที่เราเคยเห็นและตอบโจทย์ในสมัยใหม่ของแพลตฟอร์มด้วย”

นักแสดงเป็นส่วนหลักเลยที่หลายคนจับตามอง พอเปิดมา 3 คน (ใบเฟิร์น, ญดา, แพนเค้ก) เรียกว่าสาแก่ใจคนดูเหมือนกัน? “จริงๆ เราก็ตั้งใจเอานักแสดงที่มีความสามารถของแต่ละเจนฯ มาปะทะกันแหละ แค่เห็นนักแสดงก็รู้แล้วว่าความแซ่บความฟาดฟันมันเอาอยู่อยู่แล้ว ซึ่งจริงๆ ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่ได้เปิดมา แล้ว 3 คนที่เปิดมานี้ก็ยังแค่ให้ทุกคนไปลองเดากันก่อนว่าใครเล่นเป็นใครยังไง เรายังไม่ได้เฉลย(ยิ้ม) ถามว่าจะมีนักแสดงที่อยู่ในเวอร์ชั่นละครมาปรากฏในซีรีส์ด้วยไหม อันนี้ต้องลองติดตาม(ยิ้ม) ตอนนี้ถ่ายทำเสร็จหมดแล้ว แต่ไม่สามารถสปอยล์อะไรไปได้มากกว่านี้ อยู่ในขั้นตอนของการทำโพสต์โปรดักชั่นอยู่”

เป็นความตั้งใจแรกเลยไหมที่อยากเอา ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก กับ ญดา นริลญา มาฟาดฟันกัน? “การโคจรมาเจอกันของ 2 คนนี้จะเป็นเคมีที่เรายังไม่เคยเห็น อย่างญดาเราเคยร่วมงานกันมาแล้วในสืบสันดาน รู้ว่าน้องเป็นคนมีศักยภาพสูงมากน่าจะสนุกถ้ามาอยู่ในเรื่องนี้ แต่เรายังไม่เคยร่วมงานกับใบเฟิร์นเลยอยากที่จะลองดู แล้วถ้าเป็นใบเฟิร์นมาประชันกับญดา แล้วก็มีแพนเค้กที่เราทำงานร่วมกันมาแต่ไหนแต่ไรเข้ามาอีก ฉะนั้นคนใหม่(ใบเฟิร์น) คนที่ทำงานด้วยกันอย่างคุ้นเคย(ญดา) และเจ้าแม่วงการแฟชั่นผู้ทำได้ทุกอย่าง(แพนเค้ก) ถ้า 3 คนนี้มาอยู่ในที่เดียวกันคงมันมากๆ ไฟก็ลุกอยู่”

ทำไมเลือก ‘กานต์ ศิวโรจณ์’(ผู้กำกับสืบสันดาน) มากำกับเรื่องนี้? “คลิกกันแหละครับ เราทำงานด้วยวิธีเดียวกัน แล้วก็สื่อสารกันเข้าใจ ด้วยความเป็นเพื่อนกันด้วยก็สนิทกันเหมือนเป็นครอบครัว เรียกว่าทำงานด้วยกันมองตาก็รู้ใจแล้ว ทำให้การทำงานสนุกไม่เครียด แล้วงานมันก็จะออกมาดีเอง”

โปรดักชั่นจัดเต็มขนาดไหน? “ทั้งชีวิตตั้งแต่ทำงานมาเรื่องนี้ก็โปรดักชั่นใหญ่สุด ไม่เคยทำใหญ่เท่านี้มาก่อน(ยิ้ม) สิ่งที่ทุ่มเทนอกจากเรื่องนักแสดงและบทแล้ว ในเชิงของโปดักชั่นคือเรื่องฉาก เราพยายามพยายามสร้าง World Setting ใหม่ ซึ่งมันจะไม่ใช่ภาพจำที่เราเคยเห็นกัน ไม่ว่าจะเป็นพีเรียดในสมัยก่อนเราอยากหาเอกลักษณ์ให้มันจริงๆ เพราะฉะนั้นการดีไซน์จะถูกการทำใหม่และตีความใหม่ขึ้นมาหมด แล้วก็สร้างใหม่ รวมถึง CGI เพื่อให้โลกของเรื่องมันดีที่สุด แล้วเราก็อยากให้คุณภาพมันไปถึงต่างชาติด้วย แน่นอนว่าพอเป็น Netflix ประเทศอื่นๆ ก็จะได้ดี เราก็อยากให้ทุกคนสามารถเสพมันได้และเห็นอะไรใหม่ๆ จากทางฝั่งฟากเราบ้าง ในส่วนของโปรดักชั่นก็ทำงานกันหนักเลยทีเดียว”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน