ดังเป็นพลุแตกอยู่ตอนนี้ สำหรับ ‘ปอนด์’ ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ นักแสดงสังกัดจีเอ็มเอ็มทีวี ที่มาตกแฟนๆ เข้าด้อมจากบท ‘คุณธีร์’ มาเฟียผู้ใสซื่อในซีรีส์เรื่อง “มีสติหน่อยคุณธีร์ Me and Thee” จับคู่กับ ‘ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน’ นักแสดงคู่จิ้น
นอกจากนี้ยังคว้าโอกาสสำคัญในการประเดิมพากส์เสียงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในชีวิต กับบท “ทอมกิ้งก่า” ในแอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์จาก Disney และ Pixar เรื่อง “Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” รวมถึงการได้เพิ่มพูนประสบการณ์ร่วมงานมิลานแฟชั่นวีกกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Prada อีกด้วย

★ เป็นยังไงบ้างกับการพากย์เสียงครั้งแรกในชีวิต?
ปอนด์ – “ดีใจแล้วก็ตื่นเต้นมาก ขอบคุณทาง Disney & Pixar’s มากๆ ที่มอบโอกาสนี้ให้ ตอนเขาติดต่อมาตอนแรก ตื่นเต้นมากๆ ด้วยความที่มันเป็นอะไรใหม่ๆ สำหรับเรามาก เราเคยทำแค่การเต้น การแสดง หรือร้องเพลงขึ้นสเตจ แต่อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ใหม่มากสำหรับเรา ดีใจมากครับ”
★ การพากย์เสียงมันแตกต่างจากงานอื่นของเรายังไง?
ปอนด์ – “แตกต่างมากเลยครับ ใช้เสียงคนละแบบเลย อย่างเวลาเราแสดงหรือร้องเพลงเราก็ใช้อีกโทนเสียงนึง แต่อันนี้เราต้องฝึกโปรเจ็กต์เสียง ซึ่งตอนที่เราทำการอัดก็จะมีครูคอยโค้ชให้ว่าต้องใช้เสียงไหน พอพากย์เสียงเราต้องตะเบ็งขึ้นมาเยอะกว่าปกติ”

★ ต้องเรียนรู้บุคลิกของตัวละครไหม?
ปอนด์ – “จริงๆ ดูมาก่อนบ้าง คือทางทีมงานเขาไม่สปอยล์เรา เขาอยากให้เราใหม่ เราก็เลยต้องมารู้หน้างานเลย แต่ก็จะมีการบอกว่าพากย์เป็นตัวละครนี้ก่อนหน้าที่จะอัดประมาณสามสี่วัน
ตัวละครนี้ผมว่าน่ารักมากๆ เลยนะ ด้วยความที่การพากย์เป็นอะไรที่ใหม่มากสำหรับเรา เราก็ต้องดูแล้วก็ประยุกต์ไปในเวอร์ชั่นของเราด้วย กับทางทีมว่าเขาต้องการอะไร”

★ การไปเยือน Pixar Headquarters ที่แคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นสตูดิโอสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นระดับโลก เป็นยังไงบ้าง?
ปอนด์ – “บอกเลยว่าเป็นหนึ่งในทริปทำงานที่ฟูลฟีลมากเลย ด้วยความที่เราเป็นแฟนของทาง Disney & Pixar’s อยู่แล้ว การที่เราเข้าไปดูมันทำให้เราเห็นโครงสร้างว่ากว่าเขาจะทำเป็นหนังหนึ่งเรื่องเขาทำยังไงบ้าง อย่างเรื่องนี้เราได้ไปเห็นวิธีการสร้างทั้งหมดเลย ว่าเขาต้องศึกษาอะไรบ้าง ทางทีมงานเขาใช้เวลาหลายปีมากๆ เราเพิ่งรู้ว่าเขาเต็มที่มากๆ ในการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องหนึ่งขึ้นมา เข้าใจเลยว่าทำไมแต่ละเรื่องถึงมีความรีเลตกับใจผู้ชม”

★ ตื่นเต้นไหม เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง?
ปอนด์ – “จริง คือแบบ๊มาได้เห็นว่าเขาออกแบบยังไง โทนสีต่างๆ ซึ่งเขาใส่ใจมากจริงๆ มันไม่ง่ายเลยจริงๆ สิ่งที่คิดกับสิ่งที่เห็นมันต่างกันมาก ในวัยเด็กเรารับชมเพื่อความสนุก เราก็คิดว่าอาจจะเป็นแค่ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเข้าคอมพิวเตอร์ คิดโครงเรื่องก็ทำได้แล้ว แต่จริงๆ แล้ว อย่างเรื่องนี้เขาจะเล่าเรื่องผ่านหนองน้ำ ก็จะมีการไปศึกษาที่จริงว่าบีเวอร์ใช้ชีวิตยังไง มีความเป็นอยู่ยังไง ต้องเป็นเหตุการณ์ไหนเขาถึงจะอพยพหนีไป”
★ ติดใจในงานพากย์ไหม?
ปอนด์ – “ติดใจครับ ผมชอบอยู่แล้ว ด้วยความที่วัยเด็กเราเป็นคนชอบชมพากย์ไทยกว่าซาวด์แทร็ก เราก็จะได้ยินเสียงเวลาเป็นพากย์ไทย คนพากย์เขาก็จะใส่อินเนอร์มากกว่าปกติ และเราก็รู้สึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเราอยากลองบ้าง และก็ได้ลองแล้ว ซึ่งมันแตกต่างจากการแสดงมากจริงๆ
ยังไงก็ฝากทุกคนติดตามด้วยนะครับ ผลงานการพากย์เรื่องแรกในชีวิตผม ทอมกิ้งก่า จากภาพยนตร์เรื่อง Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์”

★ เป็นไงบ้างกับฟีดแบ็กซีรีส์ “มีสติหน่อยคุณธีร์” หลังจบไป แฟนคลับเราเหมือนโตอย่างก้าวกระโดดเลย?
ปอนด์ – “ผมรู้สึกอยากขอบคุณครับ อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่ากว่าจะเดินทางมาถึงตรงนี้มันใช้เวลามากๆ เราค่อนข้างมีลองผิดลองถูกมาเยอะ แต่วันนี้ที่เรามีคนรักเรามากขึ้น ผมรู้สึกอยากขอบคุณทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันแรก หรือเพิ่งเข้ามา ทุกคนเป็นครอบครัวเรา ถึงแม้ว่าผมอาจจะไม่รู้จักคุณ คุณอาจจะเป็นทีมหน้าจอ แต่ผมมีความสุขมากๆ และรักทุกคนเท่ากันจริงๆ”

★ ก่อนหน้านี้ที่มีการรวมพล ที่เซ็นทรัลเวิลด์ กลายเป็นปรากฏการณ์เพราะคนมาเยอะมาก?
ปอนด์ – “ช็อกมาก พวกผมสองคนไม่ได้เจอแฟนๆ เลย หลังจากซีรีส์ มีสติหน่อยคุณธีร์ จบไป คือเราเจอกันแหละแต่เจอกันในฮอลล์ แต่เราเห็นว่าแฟนคลับทุกคนคิดถึงเรา แล้วเราทำงานแยกกันด้วยไง ด้วยความที่มันอยู่ใกล้ๆ กันก็เลยอยากจัดรวมพลให้แฟนๆ ได้เจอเราครับ”

★ จากภาพวันนั้นเราได้คุยกับภูวินทร์ว่ายังไงบ้าง?
ปอนด์ – “ร้องไห้เลยวันนั้น มันมีความสุขมากๆ จริงๆ พวกผมสองคนเราทำงานด้วยแพสชั่น เราก็ไม่ได้โฟกัสว่าการไปออกงานนี้จะต้องมีคนมาหาเยอะมากแค่ไหน เราแค่รู้สึกว่าอยากจะทำงานที่เราได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด แต่ในเมื่อวันนั้นมีคนมาให้กำลังใจเยอะขนาดนี้ มันเหมือนเป็นการตอบแทนในสิ่งที่เราตั้งใจทำงาน แต่ในวันนี้ทุกคนมีความสุขกับผลงานเราและมาให้กำลังใจเราเยอะมากๆ”
★ คิดไหมว่าวันนึงเราจะเดินทางมาถึงจุดนี้?
ปอนด์ – “ไม่เลยครับ ก่อนเราถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ เรารู้แค่ว่าเรื่องนี้มันสนุกมันตลก ไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะเดินทางมาถึงจุดที่ผู้ชมทางบ้านจะมีความสุข และนำไปทำเป็นมีมต่างๆ คิดแค่ว่าตอนนั้นทำให้มันเต็มที่ ถ้าเรามีความสุขและตลกกับมัน คนดูก็จะมีความสุขเหมือนกัน เป็นสิ่งที่ผู้กำกับฯบอกกับเราตลอด”

★ ทุกวันนี้คนเรียกเราว่าอะไร?
ปอนด์ – “สลับกันไป ท่านปอนด์สลับกับคุณธีร์ ตอนมีคนเรียกเราว่าคุณธีร์ รู้สึกว่าสิ่งที่เราตั้งใจทำให้คนดูมีความสุขมันสำเร็จแล้ว อย่างล่าสุดผมไปที่มิลานมา จะไปซื้อไอติมไง คือกำลังจะจ่ายเงิน เขาบอกว่า I know you khun Thee (ฉันรู้ว่าคุณคือคุณธีร์) อย่างนี้ แสดงว่าเรื่องนี้สามารถสร้างความสุขให้คนหลายๆ ที่ได้มากจริงๆ ชื่นใจมาก”
★ ไปแฟชั่นที่มิลานเป็นยังไงบ้าง?
ปอนด์ – “เป็นครั้งแรกในชีวิตเหมือนกัน รู้สึกมีความสุขครับ ขอบคุณ Prada มากๆ ที่มอบโอกาสยิ่งใหญ่ขนาดนี้ให้ผม จะเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเราได้ไปมิลานแฟชั่นวีกนะ เตรียมตัวหนักเหมือนกัน ตื่นเต้นมาก มันเป็นครั้งแรก ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน เราไม่เคยมาเลย และใหม่มากสำหรับสิ่งๆ นี้ แต่ก็พยายามเต็มที่ในการพรีเซนต์ตัวเรากับแบรนด์นี้ให้ได้มากที่สุด จริงๆ ก็ทำการบ้านค่อนข้างหนัก ก็จะมีถาม พี่วิน เมธวิน ว่าทำยังไงบ้าง”

★ เราจะต้องเตรียมตัวยังไงต่อ?
ปอนด์ – “ผมคุมอาหารก่อนเลยอย่างแรก สิ่งหนึ่งเลยคือผมคุมอาหารค่อนข้างหนัก ด้วยความที่เราทำงานค่อนข้างเยอะ ก็จะอยากมีการกินของเค็มๆ ของหวานบ้าง แต่เราต้องห้ามใจ ก็ต้องพยายามบาลานซ์ให้ได้มากที่สุดกับการเตรียมตัวไปแฟชั่นวีก”
★ ต้องมีครั้งต่อไปแน่นอน?
ปอนด์ – “สาธุเลยครับ ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับคาแร็กเตอร์ของแต่ละคนมากกว่า แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราได้ทำเต็มที่แล้ว (ปีนี้จะเดินสายแฟชั่นทั้งปีเลยไหม?) พร้อมเปิดโอกาสสำหรับทุกแบบนะ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นเอง หรืองานวงการบันเทิงหลายๆ แบบ อยากลองอะไรใหม่ๆ เปิดโอกาสทุกอย่างแหละครับ”

★ มีโอกาสได้ให้รางวัลตัวเองไหม?
ปอนด์ – “แฟนๆ ทุกคนเป็นความสุขอยู่แล้วนะ คือเราทำงานในสิ่งๆ นี้ สิ่งหนึ่งเลยคือเราอยากมีแฟนๆ ที่คอยซัพพอร์ต อยากมีคนรักมากขึ้นตลอด อย่างเช่นเราเหนื่อยใช่ไหม รางวัลของเราก็คือการมาเจอแฟนๆ หรือมาเจอพี่ๆ ทุกคน มันก็เป็นรางวัลแล้วครับ”
กรผกา ธีระจารุวรรณ