ไม่ยัตก็ยับ! รายการดัง เปิดหลักฐานเด็ด ยัต ชัยโสโร งัดสู้ ต้า เผยปฐมบทปัญหาก่อนลุกลามไปหลายเรื่อง ทนไม่ไหวเหตุลามปามถึงลูก เอาเด็กมาเกี่ยวข้อง ทนายพร้อมลุยโหนกระแส – ไม่เถียงต้าออกบริษัทไม่ได้อะไรเลย ยอมเพื่อนทุกอย่างอันนี้ไม่เถียง แต่ ต้า พูดไม่หมด
วันที่ 26 ส.ค.69 พุทธ อภิวรรณ โพสต์ข้อความว่า “ยัต ชัยโสโร มีหลักฐานเด็ดมาก ลุ้นใน #โหนกระแส เห็นแล้วบอกเลยขนลุก #ไม่ยัตก็ยับ”
โดยในรายการ ปรากฏว่า – 27 ส.ค. 69 ทางช่อง Phutta Talk ช่วงหนึ่งในรายการ ทนายอาร์ม ทนายความของ ยัต ชัยโสโร มีการเปิดหลักฐานบางส่วนก่อนจะไปเปิดแบบเต็มๆ ในโหนกระแส
ในส่วนของ บ้าน ที่ต้า กล่าวหาว่า ยัต เอาเงินบริษัทไปซื้อบ้าน 10 ล้าน หลังจากนั้นบ้านนี้ถูกขายและเงินเข้าบัญชี ยัต
ทนายอาร์ม เปิดเผยเรื่องบ้านของ ยัต ว่า “จริงๆเมื่อวานพี่ต้าพูดไม่หมดพี่ยัตไม่เคยฟ้องเรียกเงินพี่ต้าแม้แต่บาทเดียวในคำฟ้องผมก็เขียนชัดเจนไม่ได้เรียกเงิน แต่มันเป็นการประเมินค่าเสียหาย ตัวบทกฎหมายบอกว่าทำอะไรให้เสียหาย มันก็เลยต้องบอกว่าทำอะไรให้เสียหาย การบิด ไม่ใช่บิดคือพูดไม่หมด”
“เรื่องเงินซื้อ บ้าน 10 ล้านก็ไม่ใช่นะพี่ต้าบอกเอาเงินบริษัท ไม่เถียงเงินบริษัทแต่พูดต่อสิ เงินยืมบริษัทเขาลงในระบบบัญชีเลยว่ายืมยืมกรรมการยืมเงินบริษัท 10 ล้าน นั้นแล้วยืมเงินบริษัทต้องคืนมั้ยก็ต้องคืน ”
“แต่พี่ต้าเป็นไง ออกจากบริษัท พี่ต้า ออกจากบริษัทไปไม่ได้อะไรเลยจริงไม่เถียง ไม่เถียงเลยแต่วันนั้นพี่ต้าเป็นคนพูดเองว่าไม่เอาอะไรเลย ด้วยความรักเพื่อนอันนี้จริงไม่เถียง แต่วันดีคืนนี้พี่ต้าก็กลับมาบอกว่าต้องเอาและต้องเอานั่นนะต้องเอานี่นะ คือพี่ต้ากับพี่ยัตเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยเรียน”
“พอเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยเรียน ตอนที่เขามาเริ่มทำธุรกิจกันมันก็ไม่มีคู่นอนหรือมีคู่นอน คนนี้มีคู่นอน อีกคนหนึ่งไม่มีคู่นอน พออีกคนหนึ่งมีมือที่ 3 เข้ามาความคิดของพี่ต้าที่คือเดิมทีพี่ต้าคิดผิดมั้ยก็ไม่ผิดนะ แล้วก็คิดใหม่ผิดมั้ยมันก็ไม่ผิดหรอก แต่มันก็ต้องมาสู่การเจรจา”
“หมายความว่าเราอยากจะจ่ายเงินให้ แต่ยอดเงินมันก็ไม่ตรงกันหรือเราไม่อยาก จ่ายเงินให้แลกเป็นอย่างอื่นมันก็ไม่ลงกัน ”
ส่วนเรื่องลายเซ็นในรายงานการประชุมวันที่ 11 ก.พ. 2568 เรื่องการขายหุ้นที่ ต้า บอกว่า ไม่ใช่ลายเซ็น ต้า คนอยากรู้ว่า ยัต จะสู้ยังไง ทนายอาร์ม พูดถึงเรื่องนี้ ยืนยัน เป็นลายเซ็น ต้า จริงๆ เรื่องนี้เคยฟ้องและถอนฟ้องไปแล้วด้วย
“มีคลิปเสียงแล้วมีแชทที่สู้คดีกันคือตรงนี้ที่สู้กัน แล้วพี่ต้าไปออกรายการโหนกระแส บอกว่าทางนี้ไปปลอมบันทึกรายการประชุม ไม่ใช่ลายเซ็น ต้าก็พูดไม่หมด”
“พี่ต้าไลฟ์สด 14:00 น.แต่พี่ต้าฟ้องพี่ยัตมา พี่ต้าเขียนมาเลยว่าลายเซ็นพี่ต้าแต่ไม่มีเจตนาซื้อขายหุ้น ไม่มีเจตนาประชุมคือทำนองนี้นะ ผมจำคำฟ้องแต่ผมยืนยันว่าพี่ต้าเขียนมาเลยว่า เป็นลายเซ็นพี่ต้าแล้วพี่ต้าก็ถอนฟ้องไป”
“มีการถอนฟ้องไปแล้ว พี่ต้าพูดไม่หมด นี่สำคัญมากเลยนี่คืออีกมุมหนึ่งสังเกตนะ ก่อนหน้านี้พี่ยัต จะไม่มีการออกอะไรเลย จะไม่พูดอะไรทั้งสิ้นเลย ไม่มีเลยไม่มีมาตอบโต้ไม่มีอะไรทั้งสิ้นเลย เป็นฝ่ายเขาฝ่ายเดียว ”
“พอกดดันมากๆจนพี่ต้าได้ความเห็นใจจากโซเชียล คือเรื่องจริงๆอันนั้นจริงไม่เถียงว่าพี่ต้าไม่ได้ ผมก็ย้ำอยู่อย่างเดิมออกไปไม่ได้อะไรจริง ไม่เถียงหรอกว่าไม่ได้อะไรเพราะผมก็ตรวจสอบแล้วว่ามันจริง”
“แต่เพียงอย่างที่บอกว่าจะกลับมาเอาผลประโยชน์ก็ต้องดูไปเป็นในขณะนั้น เพราะว่าเขายืนยันมา ตัวเขาเองนั่นแหละแต่เขาพูดไม่หมด เป็นคนฟ้องมาเองแล้วก็ถอนฟ้อง”
“ในคำฟ้องเขาเขียนเลยว่าลงลายมือชื่อตอนนี้ ของผมจบไป 1 คดีแล้วเมื่อเมื่อวานนี้ จบไป 1 คดีแล้วยุติไป 1 เรื่อง”
“ก็เหลืออีก 1 เรื่องกับเรื่องที่เกี่ยวกับลูกกับโรงพักยังไม่จบ คือเรื่องที่เกิดขึ้นผม จะพูดในมุมของฝ่ายนี้อีกนิด ผมยืนยันว่าพี่ต้าไม่ได้เข้าประชุม แต่คำว่าประชุมนี่หมายถึงอะไรไปดูนิยามอีกที”
“คำว่าประชุมนี่จะเป็นโทรศัพท์ได้มั้ย ผ่านซูมผ่านโทรศัพท์ได้มั้ย แต่เวลาที่ ประชุมไม่ใช่เวลานั้นแน่นอน 100% ทีนี้สำคัญที่ว่าเจตนาในขณะลงหนังสือเนี่ยเขามีเจตนาตรงตามนั้นหรือเปล่าช่วงนั้นมันยังคุยกันได้อยู่ ช่วงที่เขาเซ็นโอนหุ้นกันความสัมพันธ์ยังพอที่จะคุยกันได้อยู่ ”
“พี่ต้าทำให้ทุกอย่าง อย่างที่พี่ต้าพูดยอมเพื่อนทุกอย่าง อันนี้ไม่เถียง คือพี่ต้าทำให้จริงๆพี่ต้ารักเพื่อน อันนี้พูดจริงไม่เถียง แต่ผมคิดว่าน่าจะเกิดจากมือที่ 3 มากกว่าเรื่องพี่ต้าพี่ยัต มันเลยเป็นเรื่องไปใหญ่ ในวันนั้นถ้าก่อนที่จะมาเจอผมเรื่องคู่ Facebook นะผมคิดว่าเจรจาจบ”
“ทางฝั่งของชัยโสโรมาหาผม ต้องการเอาเพจคืนเอาทรัพย์สินคืนก็คือเอา Facebook ที่ถูกทำลาย ผมก็กู้คืนให้ ด้วยการที่ว่าเราก็ใช้วิธีทางกฎหมายติดต่อไปทางอเมริกา เราก็เลยได้ข้อมูลอะไรหลายๆอย่างเยอะมาก”
“คดีนี้มันเริ่มแค่นี้เอง คือเริ่มอยากแค่อยากได้เพจคืน เพราะเพจถูกทำลาย จุดเริ่มต้นประมาณช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ก็ไม่ได้คิดหรอกว่าจะมีการฟ้องร้องกันหรือว่าอะไรกัน”
“ก็ช่วงนั้นก็เริ่มมีข่าวพี่ต้ากับพี่ยัตกันแล้วแหละ แต่ผมไม่ได้ตามข่าวกับเขาขนาดไหนหรอกก็รับทำให้แค่นั้นเลยไม่ได้ทำเรื่องอื่นเลยประมาณอย่างนั้นเลย”
“มีฝั่งพี่ต้าไปแจ้งความที่โรงพักทองหล่อ มันเกิดขึ้นอันนั้นมาก่อน จุดเริ่มต้นของเรื่องพี่ต้ากับพี่ยัตก็คืออันนั้นแหละที่ไปแจ้งความ”
“ผมจำได้ว่าเพจถูกทำร้ายถูกทำลายลงก่อนมาหาผมประมาณ 4 เดือนคือ เพจถูกลบไปประมาณ 4 เดือน ถ้าผมจำไม่ผิดประมาณ 4 เดือนแล้วมิถุนายนถึงมาหาผม คือเรื่องนี้มันลามมาประมาณปี 66 , 67 ช่วงกลางๆปี แล้วถึงพันมา 68 พอเพจถูกทำลายปุ๊บก็เริ่มมีการทวงเงินกัน อะไรกันทีนี้เรื่องมีเรื่องราวต่อมาคือต้องคำจำกัดความคำว่าฟ้องก่อนถ้าถามว่าใครดำเนินคดีก่อนคือพี่ต้า”
“แต่ถ้าถามใครฟ้องก่อน คือทางนี้ฟ้องก่อนทางนี้ทนไม่ไหวจากการที่ถูกกดดันเอาครอบครัวเขาอะไรเขามาต่างๆนานามันจะมีเพจถ้าจำไม่ผิดชื่อเฟ็ดเฟ่ อันนี้อันหนึ่งที่เอารูปเอาครอบครัวอะไรต่างๆนานาคือมันเป็นเรื่องระหว่างพี่ยัตกับพี่ต้า แต่ไปเอาเด็กมาเกี่ยวข้อง”
“และเห็นจะมีเพจเอาเด็กเอาลูกมาเอาคนอื่นดึงมาช่วงนั้นก็มีการทวงเงินพอทวงเงินแล้วไม่ให้พอไม่ให้ก็ไปเอาอย่างอื่นมากดดันก็เลยทำให้ทางนี้ก็ต้องฟ้อง”
“พอฟ้องปุ๊บทางนี้ก็ไม่อยากออกมาพูดอะไร เลยจะเห็นว่าฝั่งพี่ยัเนี่ยจะไม่พูดอะไร เลยเป็นฝ่ายเดียวตลอดก็คือฝั่งทางพี่ต้า”
“แจ้งความไว้ที่โรงพักเรื่องกรณีที่ไปเอาลูกเค้ามาโพสต์แล้วก็ในเชิงลักษณะข่มขู่เรื่องจะไปทำอะไรที่โรงเรียนเขาก็ไม่รู้อันนี้คือไม่ควรอย่างยิ่งเลย”
ที่มา Phutta Talk