“เก้า สุภัสสรา” เปิดใจเคยหมดไฟ ยอมรับเหนื่อยกับงาน เจอคนเยอะแล้วปวดหัว ขอพักยาวถึงปีหน้า วางแผนมีวินัยทางการเงินดี จนมีอิสระได้
นักแสดงสาว “เก้า สุภัสสรา” พรีเซ็นเตอร์ Garnier มาร่วมงาน GARNIER LAB THE CLINICAL VIT C EXPERIENCE ที่ CentralWorld ชั้น 1 (Eden Zone) ก่อนเปิดใจถึงชีวิตช่วงนี้ที่ขอพักจากการทำงาน หลังถ่ายซีรีส์มา 2 เรื่อง พร้อมใช้เวลาบินไปเที่ยวต่างประเทศหลายประเทศ ทั้งเกาหลี ลอนดอน รวมถึงไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนที่ทัสคานี ประเทศอิตาลี โดยเจ้าตัวยอมรับตรงๆ ว่าอยากพักร่างกายและจิตใจ และคาดว่าจะกลับมาทำงานจริงจังอีกครั้งในปีหน้า

ล่าสุดไปพักผ่อนต่างประเทศ?
“ก็ไปหลายประเทศเลย ไปเที่ยวเฉยๆ ไม่ได้ทำงาน ไปดู KATSEYE เป็นแฟนคลับ เต้นได้ เราเป็นแฟนคลับเขาก็เลยบินไปดูที่ลอนดอน คือซื้อตั๋วยากมาก เราซื้อบัตรแบบเบเนฟิต ถ่ายรูปกับเขาด้วย ก็คือเป็นเอฟซีตัวยงเลยแหละ มันก็ทำให้เราเข้าใจแฟนคลับมากขึ้น เราซื้อวีไอพี อยู่ในรอบซาวน์เช็ก เขาก็จะมาคุยกับแฟนคลับข้างล่างเวที เราไม่รู้จะคุยอะไรกับเขา อยู่ๆ อินโทรเวิร์ดก็เข้าสิง มันพูดอะไรไม่ออก เป็นฟีลนั้นเลย ความรู้สึกเต็มอิ่มมาก เขาเก่งมาก ตีลังกาเหมือนไปดูกายกรรม แล้วไม่เหนื่อยเลย
แล้วแฟนคลับคือเจนอัลฟ่าแทบทุกคน เด็กน้อยมากับพ่อแม่ลุกขึ้นมาเต้น มันเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนเราดูคอนเสิร์ตที่เมืองไทย อยากให้เขามาเมืองไทยเลย แฟนคลับที่เมืองไทยก็เยอะมากๆ ที่รอเขาอยู่”
แล้วไปเที่ยวไหนมาอีก?
“ก่อนหน้านี้ไปเกาหลี ไปหน้าร้อนด้วย ไปช็อปปิ้งเสื้อผ้า ห้ามไปกันนะเกาหลีหน้าร้อน แต่คือช็อปปิ้งสนุกมาก ก็ทนร้อนหน่อย แล้วก็ไปงานแต่งงานเพื่อน เพื่อนมีความฝันอยากแต่งงานที่ทัสคานีเราก็ต้องไปสานฝันให้เพื่อนนิดนึง เขาก็เหมือนเจ้าหญิง ตอนเขาเดินออกมาเปิดตัวคือน้ำตาซึมเลย เขาสวยมาก บรรยากาศทุกอย่างมันเหมือนนิยาย
แต่ของเราเองคงจะไม่ขนาดนี้ เรารู้แล้วว่าเบื้องหลังมันเหนื่อย การจัดงาน ดูแลแขก ดูแลผู้ใหญ่มันก็มีความพะวง เราคุยกับเขาก็รู้ว่าค่าใช้จ่ายมันสูงด้วย แต่ยอมรับว่าภาพที่ออกมามันสวยมากๆ จริงๆ แต่เราขอไม่เอา ถ้าจะแต่งก็ที่ไทยนี่แหละ คงแบบเรียบง่ายภายในครอบครัว เอาให้มีแฟนก่อน”
ช่วงนี้ผ่านมาคือพัก?
“ใช่พักเลยค่ะ ถือว่าไปพักร่างกายพักจิตใจ ที่ผ่านมาถ่ายซีรีส์ไป 2 เรื่อง ก็ขอไปชาร์ตแบตหน่อย ขอไม่เจอผู้คน”

กลับมาทำงานเมื่อไหร่?
“ยัง ขอปีหน้า ขอพักก่อนได้ไหม เหมือนเราทำงานมานานมันรู้สึกว่าเหนื่อย เจอคนเยอะแล้วปวดหัว ก่อนมาทำงานวันเนี้ยสารภาพเลยว่าสภาพจิตใจหนูไม่ดีเลย มันตื่นเต้น มันเป็นอาชีพที่ไม่ใช่แค่ทำงานแล้วจบกลับบ้าน มันต้องเตรียมตัวใช้ energy ขึ้นบนเวทีจะพูดถูกพูดผิดให้สัมภาษณ์สื่อไลฟ์สไตล์ จะพูดผิดพูดถูกไหม หรือว่าคนมองเราอยู่เราต้องทำตัวยังไง เข้าใจไหมว่ามันหลายสิ่งเราต้องเตรียมพร้อมในการมาทำงานในแต่ละวัน พอทำแบบนั้นมัน.. (เหมือนคนอินโทรเวิร์ต้องมาเข้าสังคม?) ใช่แล้วพอมันได้พักอยู่ในเซฟโซนตัวเองในบ้านของตัวเองมานาน พอมาเจอคนเยอะมันมีความเครียด”
แสดงว่าเรากลับมารับงานเยอะขึ้น?
“ก็รับงานเรื่อยๆรับเท่าที่เราอยากจะรับ รับเอาที่สบายใจเราก็ค่อนข้างทำงานมานาน ถ้ามีงานดีๆเราอยากทำและเอ็นจอยกับผู้คนและทีมงานเราก็รับแน่นอน ใข้เงินก็ดูแลบ้านดูแลหมามีความสุขอ่านหนังสือดูซีรีส์ไปทริปดำน้ำไปฮีลใจตัวเอง ไปอยู่กับตัวเองคุยกับตัวเองเยอะๆ”
มีฟีลร้อนเงินไหม?
“ไม่ ก็เราต้องมีวินัยทางการเงิน ซื้อทองว่ากันไป เราทำงานมานานเราก็ต้องรู้ว่ารู้จักแบ่งสรรปันส่วนว่าเราจะเอาเงินไปเก็บที่ไหนเพื่อให้มันชนะเงินเฟ้อ ความจนมันน่ากลัว เราต้องไม่จน”
คนไม่ร้อนเงินมีความสุขยังไงกับชีวิตบ้าง?
“ก็อิสระและทำอะไรที่เราอยากจะทำ คือมีเงินจำนวนหนึ่งไม่ได้บอกว่าเรารวย เราก็พอเพียงในสิ่งที่เราอยากจะทำอะไรก็ได้ทำ กินอะไรก็ได้กิน เที่ยวได้เที่ยว ชีวิตที่ไม่มีหนี้คือมีความสุขที่สุดแล้ว แล้วก็ไม่มีโรคด้วย (ต้องรวยไหม?) แล้วก็ต้องรวยค่ะ”

ทำไมเราถึงเลือกรับงานมากขึ้นมันเกิดจากเบิร์นเอ้าต์หรือเปล่า?
“เก้ามีช่วงเบิร์นเอ้าต์หลายช่วง ยอมรับตรงๆ เลยว่าพักหลังๆ สุขภาพร่างกายจิตใจก็สำคัญมากๆ เวลาเราไปกองถ่าย เรารู้ว่าเราต้องใช้ energy เยอะ ต้องใช้ร่างกายเยอะก็เลยกลับมาคุยกับตัวเองว่าเรามีความสุขจริงๆ หรือเปล่า แล้วสิ่งที่เราทำอยู่อ่ะ เราไม่พอหรอ ก็กลับมานั่งคุยกับตัวเองว่าจริงๆ มันพอ และรู้สึกแฮปปี้ด้วย แล้วเราทำอะไรที่เราไม่อยากทำทำไม ก็กลับมานั่งคุยกับตัวเอง
แล้วเนเจอร์เก้าอ่ะคือไม่ใช่เป็นคนเอ็กซ์โทรเวิร์ต ก็คือเหมือนตอนเด็กๆ ฮอร์โมนน่ะมันดังพรึบเลยมันพลิกชีวิตมาก แล้วตอนนั้นน่ะ เรายังเด็กมากเรายังไม่รู้ว่าจริงๆ เราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แล้วพอเราทำสิ่งนั้นมาเรื่อยๆ โดยที่เราเองก็อาจจะไม่รู้ตัวเรา 100% มันเลยทำให้เรามีความอะไรบางอย่างในตัว ฮอร์โมนไม่ปกติ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าคงกลับมาเป็นตัวเอง กลับมานั่งคุยกับตัวเองมากขึ้น
แต่ว่าถ้าตอนนั้นเราไม่ขยันทำเราคงไม่มีวันนี้ ตอนนั้นก็ต้องขอขอบคุณตัวเอง เราก็ทำทำไป ใครมีงานอะไรเราก็ทำๆ แล้วตอนนี้เราเริ่มพอมีพอกินแล้ว เราก็อิสระทางการเงินได้แล้ว มันก็แฮปปี้มากขึ้น ใช้ชีวิตแบบที่เราอยากจะใช้ได้”.