เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่มีรายชื่อร่วมบริจาคมห้องค์กรทำดี ของ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี สำหรับ พระเอกหนุ่ม บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาร่วมงาน “BEAUTRIUM 15th ANNIVERSARY BEAUTY TOGETHER” ที่ Siam Square Walking Street ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ รวมถึงแพลรวิวาห์กับหวานใจ เฟย์ พรปวีณ์ นีระสิงห์ ว่าปีหน้ามีลุ้นแน่นอน

บริจาคเงินให้กับทางมูลนิธิ ตอนนั้นความตั้งใจของเราคือ? “ตอนบริจาคให้มูลนิธิ ใช่ไหมครับ ก็ตอนนั้นผมบริจาคเพราะว่าเป็นช่วงเคสตอนน้ำท่วมที่หาดใหญ่ คือเอาเป็นว่าผมก็ติดตามข่าว แล้วก็เห็นความยากลำบาก ความจริงก็คือผมก็มีโอกาสอย่างเช่นตั้งแต่ช่วงตอนน้ำท่วมปี 54 กรุงเทพฯ ผมก็ได้มีโอกาสได้มีส่วนร่วมในการลงพื้นที่บ้าง ไปช่วยเหลือไปแจกถุงยังชีพอะไรอย่างนี้ เราก็ได้เห็นว่าพื้นที่ที่เขาโดนน้ำท่วม มันก็คือยากลำบากจริงๆ ตอนนั้นผมก็รู้สึกว่า เออ…พอเห็นข่าวที่หาดใหญ่ ซึ่งก็มีทั้งเพื่อนด้วยที่เขาเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัย แล้วก็ดูตามข่าวก็รู้สึกว่าเขาลำบากมากๆ เฮ้ย…รู้สึกว่าเราก็อยากจะช่วยเหลือตรงนั้น แต่ว่าเราก็ไม่รู้ว่าเราจะช่วยเหลือยังไงได้บ้าง ก็ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าทำไม แต่ก็คือรู้สึกว่า งั้นเราก็เลือกบริจาคกับมูลนิธิที่ ใช้คำว่า ผมก็รู้จักเป็นการส่วนตัวแล้วกัน”

ส่วนหนึ่งเพราะเขาลงพื้นที่จริงด้วยไหม? “อันนี้ก็เกี่ยวอยู่แล้วล่ะครับ หมายถึงว่า ภาพที่ทุกคนได้เห็นก็คือ พี่บุ๋มเขาก็ลงพื้นที่อยู่ตลอด (ณ ตอนนั้นพี่บอยมั่นใจในตัวพี่บุ๋ม?) ก็ผมว่าทุกคนที่บริจาค ก็ต้องมั่นใจอยู่แล้ว อย่างที่ผมบอกแหละ คือพอเราจะบริจาคเงินสักก้อนหนึ่ง อย่างของผมบริจาคไป 100,000 บาท เราก็อยากจะมั่นใจว่าเงินที่เราบริจาคไปเนี่ย มันจะส่งไปถึงคนที่เขาต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ทีนี้มูลนิธิมันก็มีเยอะมาก แต่ว่าเราก็อาจจะไม่ได้รู้ว่าเราจะต้องไปตรวจสอบหรือไปเช็คกับใครว่าอันไหนจะส่งไปถึงจริงไม่จริง แต่เราก็สัมผัสจากที่ผมก็เคยเล่นละครกับพี่บุ๋ม ก็รู้จักกันใช่ไหมครับ แล้วก็จากภาพต่างๆ ด้วย ที่พี่บุ๋มลงพื้นที่ตลอด แล้วก็ดูไปช่วยเหลือคนที่เขาลำบาก ก็รู้สึกว่างั้นทางพี่บุ๋มนี่แหละ น่าจะเป็นอะไรที่ได้ ไว้ใจได้”

คิดไหมว่าเงินที่เราบริจาค ณ ตอนนั้น จะไปถึงหรือเปล่า? “คือผมพูดอย่างนี้แล้วกัน ตอนนี้ทุกคนก็ได้เห็นรับทราบข่าวแล้วเนอะ ติดตามข่าวกันทุกคน ซึ่งทุกคนก็คาดเดากันไปว่า มันน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ สุดท้ายแล้ว เอาเป็นว่าผมจะพูดว่า ถ้าสุดท้ายแล้วผลการตัดสินออกมา แล้วมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ว่าเงินที่ทุกคนบริจาคไปหรือเงินที่ผมบริจาคไป มันอาจจะไม่ได้ไปถึงคนที่เขาลำบากจริงๆ ก็เสียใจแล้วครับ เราก็เสียใจแล้ว”

ติดใจไหมว่า เงินเราจะไปอยู่ตรงไหน ไปเป็นส่วนหนึ่งของพูลวิลล่าหรืออะไร? “ก็ไม่ได้คิดหรอกว่า มันจะไปเป็นส่วนหนึ่งของอะไรหรือไปอยู่ตรงไหน แต่ก็สมมุตินะครับ สมมุติว่าถ้ามันเป็นตามข่าวจริงๆ ว่า 20% อะไรอย่างนี้ ซึ่งเงินผม 100,000 บาท มันก็นับว่าเป็นส่วนน้อยมากๆ สำหรับเงินที่ทุกคนบริจาคเข้าไป”

หลายๆ คนก็ผิดหวัง? “ก็อย่างนั้นแหละครับ สมมุติว่าถ้าเกิดสุดท้ายแล้ว ผลการตัดสินออกมาเป็นหนึ่งในแบบที่อย่างนั้นจริงๆ มันก็ทั้งผิดหวัง แล้วก็ทั้งเสียใจแหละครับ”

หลายคนที่บริจาคเริ่มเข้าไปแจ้งความกันบ้างแล้ว ทางบอยยังไง? “ของผมก็ เดี๋ยวขอคิดอีกทีหนึ่ง คือรอขอดูอะไรมากกว่านี้อีกนิดหนึ่งแล้วกันครับ หมายถึงว่าก็ทุกคนก็คงมีเหตุผลในการกระทำนะครับว่าทำเพื่ออะไร อย่างคนที่เข้าไปแจ้งความส่วนใหญ่ก็อย่างที่ผมเห็นเนอะ ก็จะเป็นยอดที่ค่อนข้างใหญ่มากๆ อะไรอย่างนี้ ของเราเองเอาเป็นว่า เดี๋ยวผมก็อยากจะให้ทุกอย่างมันชัดเจนจริงๆ ออกมาเลย แล้วก็ ถ้าเกิดว่าทางตำรวจเรียกไปให้ข้อมูลอะไร อันนี้ยินดี”

หลังจากนี้การทำบุญของเรา จะมีความรู้สึกว่าต้องคิดให้มากขึ้นไหม หมายถึงว่าต้องเลือกมูลนิธิ ต้องเลือกหน่วยงาน? “ก็แน่นอนแหละ มันก็พอเจอ ผมว่าใครที่เจออย่างนี้ทุกคนเนอะ มันก็เหมือนเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีแล้วกัน ทุกคนเวลาผ่านประสบการณ์ที่ไม่ดี ก็ต้องมีความระวังมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เวลาผมบริจาคอะไรก็ตาม ผมก็พยายามที่จะบริจาคไปที่ต้นขั้วเลยจริงๆ ต้นทางจริงๆ หมายถึงว่าไปสู่ส่วนคนที่เขาลำบากจริงๆ แต่ถ้าในเมื่อเราไม่สามารถไปถึงตรงนั้นได้ เราก็ต้องผ่านคนกลางไป เราก็ต้องพยายามดูให้มั่นใจว่าคนกลางนั้นน่าเชื่อถือได้ ก็ต่อไปนี้ผมว่าทุกคนก็คงต้องระวังมากขึ้นครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน