เจษฎ์พิพัฒ ชีวิตสุดพลิก รวยสุดๆ ครอบครัวล้มละลาย400ล้าน รถหรูหายหมดบ้าน(คลิป)

เจษฎ์พิพัฒ ชีวิตสุดพลิก รวยสุดๆ ครอบครัวล้มละลาย400ล้าน รถหรูหายหมดบ้าน

เจษฎ์พิพัฒ ชีวิตสุดพลิก รวยสุดๆ ครอบครัวล้มละลาย400ล้าน รถหรูหายหมดบ้าน

พระเอกหนุ่ม เผยมุมชีวิตสุดราม่า เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ที่กำลังมีผลงาน ละครดัง วิมานจอเงิน มาเผยถึงเรื่องราวชีวิตที่ดราม่ายิ่งกว่าละคร ครอบครัวล้มละลาย 400 ล้าน ต้องขายรถเกือบหมดบ้าน ในรายการ คุยแซ่บShow

‘เจษ-เจษฎ์พิพัฒ’ อัพเดตอาการกระดูกหัก – เรื่องคนสนิทยังไม่คิดเรียกแฟน พร้อมค่อยเปิดตัว

‘เจษ เจษฎ์พิพัฒ’ ปลื้ม ‘เจ๊ไก่’ ออกปากอยากร่วมงาน-หวั่นมีปัญหาถ้าสาวคนสนิทไปเรียนต่างแดน

เป็นทายาทเจ้าของตลาดรังสิต?
เจษ : ผมขออธิบายก่อน เราไม่ได้เป็นคุณหนูเลยครับ หมายถึงว่าทั้งการทำตัวเราด้วย แล้วก็ที่บ้านด้วย จริงๆครอบครัวผมเป็นแค่ส่วนหนึ่งของตลาดรังสิตครับ ไม่ได้มีส่วนไปช่วยเหลือธุรกิจที่บ้านเลยครับ เพราะว่า พ่อให้เลือกว่าจะทำอะไรในชีวิต ตอนเรียนจบ ก็เลยเลือกที่จะทำงานตรงนี้ พอมีโอกาสได้ลองทำ ก็เลยชอบ แล้วก็ผมเป็นเด็กที่ไม่ชอบยอมแพ้อะไร คือทำอะไรต้องทำให้สุดทำให้ดีที่สุดอะไรประมาณนี้ พอรู้สึกว่าทำไม่ได้ ก็จะต้องทำให้ได้

เจษฎ์พิพัฒ กับมุมที่ไม่มีใครรู้ เคยรวยสุดๆ ชีวิตพลิก ครอบครัวล้มละลาย400ล้าน

เคยถูกเปลี่ยนตัวจากละครเรื่องนึง?
เจษ : ประมาณปี 51 ครับ ตอนอยู่ค่าย Exact เราก็คาดหวังว่า เราอยู่ในค่ายละครที่ค่อนข้างใหญ่แล้ว เราอยากจะมีละครเล่นอย่างจะขึ้นไปเป็นพระเอกให้ได้ในสักวันนึงอะไรแบบนี้ ได้มีโอกาสแคสละครได้เรื่องนึง แต่ก็มีปัญหาอยู่ คือเราอาจจะเล่นไม่ถึงแล้วก็ ฝีมือการแสดงเราน้อย เพราะเราไม่เคยเล่นละครมาก่อนเลย ก็ได้มีการ workshop กัน แล้วก็มันมีช่วงหนึ่งที่ผมต้องไปอเมริกา ไปหาพี่ผม ซึ่งผมจะไปทุกปี พอกลับมาก็ถูกถอดจากละครเรื่องนี้เลย เขาให้เหตุผลว่าเราเล่นไม่ได้ ตอนนั้น attitude ผมรู้สึกแย่มากครับ ผมจะโทษคนอื่นหมดเลย ผมโทษที่ค่าย คุณครูที่สอน acting ตอนหลังก็คิดได้ คือเขาหวังดีกับเราทุกคน เขาจะมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชสอน acting เราทำไม เขาก็ไม่ได้เงิน เราก็ไปเรียนฟรี เราจะเป็นฝ่ายได้ชื่อเสียงได้เงินจากเขาซะมากกว่า การนั่งโทษคนอื่นมันไม่ทำให้ตัวเราลุกขึ้นกลับมา ก็เลยสู้อีกครั้งนึง

ครอบครัวเคยเจอเหตุการณ์วิกฤต?
เจษ : วิกฤตปี 40 ครับ เมื่อก่อนพ่อผมก็จบเมืองนอกมาเหมือนกัน แล้วพ่อผมก็กลับมาทำธุรกิจส่วนตัว เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ทำพวกหมู่บ้านจัดสรรเพราะพ่อผมเป็นวิศวกร ตอนนั้นมีเงินเยอะมากๆ แล้ววันหนึ่งคุณพ่อไปกู้เงินเพื่อทำโครงการนึง แล้วโครงการยังไม่เสร็จ แล้วมันล่ม เราก็เลยไม่มีเงินที่จะทำ process โครงการให้มันแล้วเสร็จไปต่อได้ ก็เลยติดหนี้แล้วก็ล้มละลาย ซึ่งปีนั้นก็ล้มกันเป็นโดมิโนเลย

แล้วชีวิตเราเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง?
เจษ : ผมนับถือพ่อผมมากเลย ชีวิตผมไม่เปลี่ยนเลยครับ คือที่บ้านเมื่อก่อนรวยมาก ที่บ้านจะมีรถ volvo หลายคัน แต่ตอนนี้ไม่ได้รวยขนาดนั้น ตอนนั้นเราไม่รู้ พ่อแม่ปิดไว้ เด็กๆก็ไม่รู้สึก เราก็แค่แบบเออรถมันหายไปแค่นั้น แต่ก็ยังมีรถมารับเราอยู่ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ที่รู้สึกได้คืออารมณ์ของพ่อแม่เหมือนจะหงุดหงิดง่ายขึ้นอะไรแบบนี้ ตอนนี้พ่อก็ยังไม่บอกผมนะว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่ที่รู้ความจริงคือผมไปถามเขา เพราะว่าผมเรียน Finance ต้องเรียนเกี่ยวกับวิกฤตปี 40 และเขาก็บอกว่าเขาเจออะไรมา ก็เล่าอย่างละเอียดเลยครับว่าเจอมายังไง แต่ว่าพ่อจะไม่ได้เล่ามุมดราม่านะ แม่จะเป็นคนเล่าให้ฟังตอนหลังมากกว่า ตอนนั้นก็น่าจะโดนไป 400 ล้านบาท

กว่าครอบครัวจะสามารถลุกขึ้นได้อีกครั้ง
เจษ : สำหรับตัวผมมันเหมือนเดิมมาตลอดครับ แต่ว่าถ้าสำหรับเขา ก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นจากวัตถุจากสิ่งของต่างๆนานา พวกรถ ของใช้ในบ้านอะไรแบบนี้ ก็ค่อยๆเปลี่ยน ค่อยๆดีขึ้น ที่เรารับรู้ได้ น่าจะประมาณตอนผม ม.ปลาย เพราะช่วงที่เกิดวิกฤตผมเพิ่งอยู่ตอนประถมเอง พ่อแม่สำคัญที่สุดเลยครับ ทุกวันนี้ก็ทำเพื่อครอบครัวอยู่ ปัจจุบันนี้ผมจะคิดถึงตัวเองน้อยมาก ผมรู้สึกว่าผมคิดถึงแค่ตัวเองมันไปได้นิดเดียว ผมจะทำไปทำไม ผมก็ไม่ได้ลำบากอะไร แต่ว่าถ้าเพื่อเขา ให้เขารู้สึกภูมิใจที่เห็นเราประสบความสำเร็จ อันนั้นตัวเราจะหนัก แต่เราจะผลักตัวเองให้ไปได้ไกลกว่าเดิม

cr.คุยแซ่บShow  , jesjpp

บทความก่อนหน้านี้วันนี้ หวยออก หมอลักษณ์ ฟันธง ราศีใดมีดวงเสี่ยงโชค-ได้ลาภพลิกผันดวงชะตา เผยเลขเด่น
บทความถัดไปวิษณุ เตรียมร่ายมนต์ แปลง คำสั่งตาม ม.44 เป็นกม.ถาวร เล็งจัดการให้หมดก่อนยุค ‘คสช.’