ปีนข้ามตามไปดู ‘เณรกระโดดกำแพง’ หนังไทยเรื่องล่าสุดของบุญส่ง นาคภู่ง
โดย ชญานิศ อิทธิพงศ์เมธี
เณรกระโดดกำแพง – คอหนังไทยหลายคนอาจจะพอคุ้นเคยกับชื่อ สืบ-บุญส่ง นาคภู่ ผู้กำกับหนังไทยเจ้าของผลงานภาพยนตร์อย่าง “ธุดงควัตร” ที่ได้เข้าชิงรางวัลบนเวทีรางวัลสุพรรณหงส์เมื่อปีพ.ศ. 2559 ถึง 4 สาขาด้วยกัน (สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และถ่ายภาพยอดเยี่ยม) จนสามารถคว้ารางวัลสาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม (Best Cinematography) มาครอง
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา บุญส่งได้คลอดผลงานชิ้นใหม่ ซึ่งนับเป็นภาพยนตร์ยาวเรื่องที่ 7 ของเขา ออกสู่สายตาให้ทุกคนได้ชมกัน ภาพยนตร์ดังกล่าวชื่อ “เณรกระโดดกำแพง” (The Wall)
ภาพยนตร์ผลงานชิ้นที่ 7 ของผู้กำกับ บุญส่ง นาคภู่
ชื่อเรื่องสะดุดหูชวนขมวดคิ้วขนาดนี้ แต่บุญส่งไม่ได้ลุกขึ้นมาสร้างหนังแหวกแนวสไตล์จีนกำลังภายในแต่อย่างใด
“เณรกระโดดกำแพง” เป็นภาพยนตร์กึ่งสารคดีที่ใช้การเล่า 2 เส้นเรื่องสลับไปมา เส้นเรื่องแรก เกี่ยวกับผู้กำกับหัวดื้อ (แสดงโดย บุญส่ง นาคภู่) กับทีมงานอีกสองคน ที่เดินทางเพื่อหาสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องต่อไป ทั้ง ๆ ที่มีกำลังทุนเพียงน้อยนิด
ส่วนเส้นเรื่องที่สองนั้น เป็นเรื่องราวประมาณ 30 ปีก่อนของ “เณรรุ่ง” ในรั้วกำแพงวัดแห่งหนึ่งในชนบทต่างจังหวัด แม้จะอยู่ในจีวรห่มผ้าเหลือง แต่เณรรุ่งกลับเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน ใฝ่ฝันที่จะเรียนต่อด้านภาพยนตร์
เส้นเรื่องทั้งสองดำเนินสลับไปมาขนานกันไปตลอดเวลา 95 นาที สะท้อนชีวิตของบุญส่งในปัจจุบัน แต่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงอดีตของเขาผ่านตัวละคร เณรรุ่ง ไปพร้อม ๆ กันด้วย
แม้ “เณรกระโดดกำแพง” จะท้าทายการดำเนินเรื่องแบบเดิม ๆ บุญส่งก็ยังคงลายเซ็นตามแบบฉบับของเขาที่เน้นความบ้าน ๆ วิวทุ่งนา ถนนลูกรัง และตัวละครที่ไม่ใช่นักแสดงมืออาชีพ แต่เป็น “คนเล็กคนน้อย” ใกล้ตัวของบุญส่งนั่นเอง ในเรื่องนี้ได้ลูกชายแท้ ๆ ของบุญส่งมาแสดงเป็นบุญส่งในวัยเด็ก รวมถึงแม่ของบุญส่งที่โผล่มาไม่เพียงกี่ฉาก แต่เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้ไม่น้อย
บุญส่งกล่าวว่าสำหรับหนังเรื่องนี้ เขา “คิดหลายชั้น แต่พยายามทำให้เรียบง่ายมากที่สุด”
สืบ-บุญส่ง นาคภู่
ตัวบทภาพยนตร์ของ “เณรกระโดดกำแพง” นั้น บุญส่งเป็นผู้เขียนด้วยตัวเองตั้งแต่ตอนเขายังเรียนอยู่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“ผมเขียนบทหนังเรื่องนี้ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 4 กลั่นมาจากเลือดเนื้อและชีวิต เคยพยายามแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสเพื่อขอทุน แต่ก็ต้องพักไว้ก่อนเพราะพิษเศรษฐกิจ ไม่มีเลยที่ผมจะไม่คิดถึงมัน สักวันหนึ่ง จะต้องหยิบมาทำหนังให้จงได้ ผมรอมานานมาก จนเวลาผ่านไป 20 กว่าปี จนกระทั่งปีที่แล้ว กระทรวงวัฒนธรรมก็ให้ทุนมาส่วนหนึ่ง แม้จะเป็นก้อนเล็กมาก เมื่อเทียบกับทุนสร้างหนังปกติ ผมก็กัดฟันทำมันจนปิดกล้องได้ แม้จะต้องใช้กลเม็ดเด็ดพรายพลิกแพลงสารพัด เพื่อให้มันเสร็จและฉายให้ได้”
“ที่ผ่านมาผมทำหนังไป 6 เรื่อง ไม่มีเรื่องไหนเลยเล่าแบบเดียวกัน ทุกเรื่องมีความเป็นผมอยู่ในหนังทั้งหมด ผมถามตัวเองทุกเรื่องว่า ผมอยู่ตรงไหนของหนัง”
แม้หนังจะทุนต่ำ แต่บุญส่งสามารถส่งต่อสิ่งที่เขาต้องการสื่อสารกับคนดูได้อย่างลุ่มลึก แต่จะมากจะน้อยนั้น บุญส่งบอกว่า “แต่ละคนโดนไปไม่เหมือนกัน”
“ในผืนน้ำผืนนึง ผมเห็นปลาเพียบเลย แต่ผมเล็งปลาตัวนึงไว้ พอเอาหินไปขว้างปุ๊บ กระแสมันก็จะกระเพื่อมไปถึงปลาตัวอื่น จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ เหมือนกับคนดู ที่ดูจบแล้วจะรู้สึกไม่เหมือนกัน”
“ถ้าหวังเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ผมเลิกทำหนังไปนานแล้ว ผมอยากสื่อสารอะไรบางอย่างเสมอ ถ้าไม่ทำหนังมันอยู่ไม่ได้แล้ว การทำหนังกลายเป็นเลือดเนื้อและลมหายใจไปแล้ว” ผู้กำกับวัย 50 ปีทิ้งท้าย
วิดีโอตัวอย่างเรื่อง “เณรกระโดดกำแพง” (The Wall) พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ
เพลงประกอบภาพยนตร์ “กำแพง” แต่งโดย พยัต ภูวิชัย และ ขับร้องโดย ณยุวบูรณ์ ถุงสุวรรณ (อาบู)
“เณรกระโดดกำแพง” เข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ทางเลือก 3 แห่งด้วยกัน คือ โรงภาพยนตร์ House RCA, Bangkok Screening Room และ Doc Club Theatre
อ่านเรื่องอื่นที่อาจสนใจ :
คุยกับผู้กำกับ ‘กระเบนราหู’ หนังคว้ารางวัลจากเวนิส อุทิศแด่ชาวโรฮิงญา