เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่ห้องบอลรูม โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ จัดแถลงข่าวเปิดตัวชุดประจำชาติประจำปี 2016 “จีเวล ออฟ ไทยแลนด์” ที่ น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 จะสวมใส่ในการประกวดรอบชุดประจำชาติ บนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2016 ณ มอลล์ ออฟอารีน่า กรุงมะนิลา ประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยมีสาวงาม 87 ประเทศร่วมชิงมงกุฎ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 24 ม.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า น้ำตาล-ชลิตา เริ่มต้นโชว์ในชุดราตรี 3 ชุด โดยชุดแรกจากเซอร์เฟส เป็นชุดจัมพ์สูท-กางเกง ปักเลื่อมทั้งตัว ด้านหนึ่งเป็นเลื่อมสีดำ อีกด้านหนึ่งเป็นเลื่อมสีทอง พร้อมผ้าคลุมไหล่เป็นผ้ายกดอกลำพูน ซึ่งทอขึ้นใหม่เป็นพิเศษสีดำทอง ส่วนสร้อยคอเป็นเครื่องประดับที่จัดทำขึ้นใหม่ โดยได้แรงบันดาลใจจากกรองพระศอในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งน้ำตาลจะใส่ชุดนี้ในกิจกรรมเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ณ ทำเนียบมาลากันยัง และใช้ในงานประมูลของเพื่อการกุศลในค่ำวันเดียวกัน

ชุดที่ 2 เป็นชุดราตรีจากฮุคส์ ประภากาศ เป็นชุดราตรีในรูปแบบชุดไทยสไบเฉียง เน้นความเรียบโก้ สง่า ตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทยสีเหลืองมัสตาร์ด ที่ใช้ในการถ่ายภาพนิ่งของกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส และชุดที่ 3 เป็นชุดราตรียาวจากอาซาว่า ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงสวมใส่ในการเสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกา ช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ตัดเย็บด้วยผ้าไหมเนื้อเคปสีดำปักทั้งตัว จุดเด่นอยู่ที่งานปักลายไทยทั้งชุด แต่ลดทอนลายให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น ผสมผสานระหว่างแบบงานชุดฉลองพระองค์กับงานแบบตะวันตกให้เหมาะกับผู้สวมใส่ เพราะงานปักจะแสดงถึงอารยธรรมอันรุ่งเรืองและบ่งบอกความเป็นไทยแบบสากล

จากนั้นน้ำตาลอวดโฉมในชุดประจำชาติ “จีเวล ออฟ ไทยแลนด์” ออกแบบโดยนายหิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล เจ้าของผลงานชุดตุ๊กตุ๊ก ไทยแลนด์ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดชุดประจำชาติมิสยูนิเวิร์ส 2015 สำหรับชุด “จีเวล ออฟ ไทยแลนด์” ตัดเย็บโดยช่างศิลป์ไทยทุกแขนงร่วมมือกัน เป็นการปักแบบเสื้อผ้าชั้นสูง “โอต์กูตูร์” สร้างสรรค์ลายปักขึ้นใหม่แบบอาร์ต เดโค่ และประยุกต์จากงานออกแบบตกแต่งอย่างไทย ในพระบรมมหาราชวังและงานปักของเลอซาจ คือการปักด้วยดิ้นทองผสมกับเพชรของสวารอฟสกี้นับสามแสนเม็ดบนชุดสีทอง เพื่อให้เกิดประกายแวววาวเมื่อกระทบแสงไฟ

ได้รับแรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ต้องใช้ฝีมือการปักอันประณีตและการอดทนมุ่งมั่น น้ำหนักรวมกว่า 14-15 กิโลกรัม นอกจากตัวชุดแล้ว ยังมีเครื่องประดับจำนวน 6 ชิ้น ประกอบด้วย รัดเกล้ายอด (เครื่องประดับศีรษะ) ต่างหู สร้อยคอ พาหุรัด (ประดับต้นแขน) ปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัด) และสายเข็มขัด ทั้งหมดผลิตด้วยวัสดุเงินแท้ชุบทองประดับเพชรคิวบิคเซอร์โคเนียจากสวารอฟสกี้ทุกชิ้น รวมมูลค่าหลายล้านบาท

น้ำตาล-ชลิตา เผยความรู้สึกว่า ครั้งแรกที่ได้เห็นชุดก็รู้สึกว่าชุดเล่นกับแสงทำให้ระยิบระยับมาก ดีใจและภูมิใจมากที่ได้ใส่ชุดนี้ เพราะถือเป็นความภาคภูมิใจที่ได้นำชุดไทยพระราชนิยมไปแสดงให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก ชุดมีรายละเอียดเยอะ งดงาม และเป็นความร่วมมือร่วมใจของทุกคนที่สละเวลาของตัวเองมาทำ ทำกันแบบข้ามวันข้ามคืน เก็บทุกวินาที ตื่นเต้นตลอดทั้งคืนที่จะได้ใส่ชุดนี้ เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรม ซึ่งคิดไว้ว่าในรอบตัดสินจะพรีเซนต์ชุดให้ดูมีความเป็นไทย แสดงออกถึงความภาคภูมิใจในชุดไทยพระราชนิยม และขอบคุณทุกคนที่มาร่วมใจกันทำให้ชุดนี้สำเร็จได้ ส่วนตอนนี้ความพร้อมเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ทั้งการพูด การเดิน และความมั่นใจเต็มที่ จะไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง

“สำหรับกิจกรรมแต่ละวันก็ได้เตรียมชุดที่เหมาะสมไปมากกว่า 50 ชุด จากห้องเสื้อต่างๆ ที่ให้ความกรุณา ซึ่งต้องดูอีกทีว่าจะนำไปเท่าไหร่ ส่วนของขวัญที่เตรียมให้กับเพื่อนนางงามก็ได้เตรียมของเล็กน้อยที่เป็นรูปช้างไปฝาก ตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอเพื่อนนางงามจากทั่วโลก ขอแรงเชียร์แรงใจจากคนไทยทุกคนในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016” น้ำตาลกล่าว

ด้านนายหิรัญกฤษฏิ์ ผู้ออกแบบชุด กล่าวว่า ตั้งแต่ชนะการประกวดออกแบบชุดก็เร่งทำชุดจีเวล ออฟ ไทยแลนด์ ทั้งวันทั้งคืน เนื่องจากมีเวลาน้อย มีคนมาร่วมช่วยกันทำชุดนี้กว่า 100 คน เพราะอยากเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อยากให้คนต่างชาติได้รู้จักชุดไทยพระราชนิยม ไม่ว่าจะเป็นช่างจากสุรินทร์ บุรีรัมย์ ที่แบ่งกันเย็บมือทั้งชุด ก่อนส่งมาประกอบในครั้งเดียว เป็นสิ่งที่พิสูจน์ความร่วมแรงร่วมใจสามัคคีของคนไทย โดยชุดจีเวล ออฟ ไทยแลนด์ ได้แรงบันดาลใจจากแสงที่ระยิบระยับของฉลองพระองค์ฯ และได้ออกแบบเกล้ายอดขึ้นมาใหม่ แต่ยังอิงลักษณะแบบไทยโบราณอยู่

“ชุดนี้ไม่อาจประเมินค่าได้ หากนำเงินล้านมาแลกก็เทียบกันไม่ได้ เพราะเกิดจากความร่วมใจของทุกฝ่าย นอกจากมีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมไทยแล้ว สิ่งที่มีค่าที่สุดที่แสดงให้เห็นผ่านชุดนี้คือน้ำใจของคนไทย แต่ไม่รู้สึกกดดัน ไม่ว่าจะชนะหรือไม่ก็ตาม แต่ได้พิสูจน์น้ำใจคนไทยแล้ว แค่นี้ก็ทำให้หายเหนื่อยแล้ว” นายหิรัญกฤษฏิ์ กล่าว

สำหรับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016 รอบตัดสินจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 30 ม.ค. ตั้งแต่เวลา 07.00-10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์ทีวีสีช่อง 3 จะดำเนินการถ่ายทอดสดทางช่อง 3 เอสดี ทั้งนี้ น้ำตาล-ชลิตา จะเดินทางจากประเทศไทยในวันอังคารที่ 10 ม.ค. โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ทีจี 624 จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 15.05 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน