ซิลวี่ เปิดตัวเป็นไบเซ็กชวล พร้อมเปลือยชีวิตด้านมืด เคยติดยา ชีวิตล้มเหลว

ซิลวี่ เปิดตัวเป็นไบเซ็กชวล พร้อมเปลือยชีวิตด้านมืด เคยติดยา ชีวิตล้มเหลว

เห็นสาวเซ็กซี่ มั้นใจในเรื่องการแต่งตัวขนาดนี้ ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนว่าแท้จริงแล้ว นักร้องสาวอวบ เจ้าของสโลแกน #ไม่เพรียวก็เปรี้ยวได้ อย่าง ซิลวี่-ภาวิดา มอริจจิ จะออกมายอมรับว่าตัวเองเป็นไบเซ็กชวล(รักร่วมสองเพศ) นอกจากนี้แล้วนักร้องสาวยังเล่าถึงชีวิตในอดีตที่เคยล้มเหลว และเคยติดยา

ซิลวี่
ภาวิดา มอริจจิ

หลังๆ ลุกขึ้นมาเฮลท์ตี้แบบไม่ต้องผอมก็ได้?
“ใช่ๆ เพราะเรารู้สึกว่าเราผอมไม่ได้แล้ว อย่างให้เราออกกำลังกายหนักๆ ทำได้ แต่ให้เลิกกินเราทำไม่ได้ ถ้าให้กินคลีนไปเลยหรือกินมื้อเดียวต่อวัน เราทำไม่ได้ แต่ถ้าให้กินเฮลท์ตี้บ้าง บุพเฟ่ต์อาทิตย์ละครั้งบ้าง อันนี้ไม่มีปัญหา ก็จะอยู่เท่านี้แหละ แต่ยังฟิตอยู่ และน้ำหนักก็จะประมาณนี้ จะอวบๆ แต่จะผอมไปเลยไม่มีทาง”

แต่พอสวยแซ่บแบบนี้ มีหนุ่มๆ เข้ามาไหม?
“ไม่มีเลยค่ะ ฝรั่งก็ไม่มี แต่ถ้าเจอตามที่เที่ยวก็มีบ้าง แต่คุยขำๆ ไม่ได้ยุ่งกับเขา”

ที่บอกว่าไม่มีหนุ่มๆ เข้ามาเลยนี่คือไม่มีเลยจริงๆ?
“ไม่มีเลย เวลาไปเที่ยวก็จะมีคนมองบ้าง แต่เขาก็มองเฉยๆ ไม่มีใครเข้ามา ส่วนมากจะมีผู้หญิงเข้ามาหาเรามากกว่า ทั้งเลสเบี้ยน ทั้งทอม แต่ผู้ชายไม่ค่อย ด้วยลุกส์เราเขาก็คงจะคิดว่าเราเป็นอีกแนวนึง จริงๆแล้วอยากจะบอกว่าเราเป็น LGBT เป็นมาสักพักแล้วแต่เพิ่งจะมาเปิดเผย”

เราไปค้นพบตัวเองยังไง?
“เรารู้ตัวมาตั้งแต่แรกแล้วว่าเราเป็นไบเซ็กชวล ตอนนั้นเราจะยังไม่กล้าห้าว กลัวคนคิดว่าเราเป็นทอม ทุกวันนี้กล้าตัดผม แต่ยอมรับว่าเรายังแรดอยู่ เราไม่ได้เป็นทอมแรดนะ เราไม่ได้เป็นอะไรเลย เป็นคนไม่มีเพศ เป็นซิลวี่ที่อะไรก็ได้เลย เพศสภาพปัจจุบันมันเปลี่ยนกันได้ วันไหนเราอยากแมนเราก็จะแมน วันไหนเราอยากสวยเราก็จะสวย อะไรก็ได้เลย”

ซิลวี่
ไม่เพรียวก็เปรี้ยวได้

สเปกล่ะ?
เรามองคนจากความคิดมากกว่า ไม่มีสเป็คเลยว่าต้องหน้าตาแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เราเปิดมากๆ ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มี LGBT เราก็เป็นไบเซ็กชวล ชอบผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ได้ ที่ผ่านมาก็มีผู้หญิงเข้ามาตลอดเลย เคยมีผู้ชายเข้ามาคนนึง คือมันแล้วแต่ช่วงแล้วแต่อารมณ์ช่วงนั้นเลย ขอแค่เราอยู่กับเขาแล้วเราไปในแนวทางที่ดี ซัพพอร์ตเรา ให้กำลังใจเรา เราโอเค เราต้องการตรงนี้มากๆ
เมื่อก่อนเราเก็บกดมาเยอะ เราบอกใครไม่ได้ว่าเราเป็นอะไร ต้องทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเรา เช่น ใส่ส้นสูง ความอ้วนความผอมที่เราจะต้องหุ่นเท่าคนอื่น คือคนไทยนิยมคนผอม สวย ขาว เราพยายามที่จะเป็นอย่างนั้น เราคิดเลยว่าถ้าเราเป็นอย่างนั้นเราอาจจะได้งานที่มากขึ้น แต่กลายเป็นว่าสุดท้ายเราเก็บกดมันไว้ทุกๆอย่าง คิดอย่างนี้มาเรื่อยๆจนอายุ21ปี ถึงเพิ่งจะมาคิดได้ว่าไม่จำเป็น แล้วถึงค่อยเสริมสร้างกำลังใจให้ตัวเอง เป็นตัวเองได้อย่างทุกวันนี้”

พอเป็นตัวเองแล้วมันสบายใจขึ้น แล้วงานเยอะขึ้นด้วยมั้ย?
“งานคิดว่าประมาณเดิม แต่ที่เปลี่ยนเลยจริงๆคือเรื่องของจิตใจเรา เรามีความสุขกับชีวิตมากขึ้น กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่เราอยากจะเป็น มีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา เมื่อก่อนเราจะคิดแล้วเครียด ตอนนี้เราคิดในทางบวก สามารถเผยแพร่ให้กำลังใจ ให้ความรู้คนอื่นได้”

อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราคิดได้ว่าจะเป็นอย่างนี้?
มีอยู่ช่วงนึงที่ชีวิตเราตกต่ำ ใช้ชีวิตเละเทะ หลงผิด ตอนนั้นอายุ18-19 เราใช้ยาเพื่อให้ตัวเองผอม ไม่ใช่ยาลดความอ้วนนะคะ แต่เป็นยาเสพติด ช่วงนั้นชีวิตดาร์คมาก ไม่ไปเรียน งานก็เสีย เข้ากับครอบครัวไม่ได้ จนเราทนไม่ไหวแล้วกับชีวิตที่เราเป็นอยู่ ความใฝ่ฝันอยากจะเข้ามาในวงการบันเทิง เข้ามาตั้งนานแล้ว อยู่ๆมาทำเละเทะแบบนี้ คิดว่าตัวเองมีเงินจะทำอะไรก็ได้ จะปาร์ตี้ จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น มันเละเทะไปหมด เราคิดไม่ได้ แต่อยู่จิตใต้สำนึกของเรา กับแม่ที่คอยอยู่ข้างๆเรา ถึงเราจะไม่ดียังไงเขาก็ไม่เบื่อที่จะพูดให้เรากลับมาเป็นคนดี เราเลยรู้สึกสงสารแม่ เราทนสภาพตัวเองไม่ไหว เลยพลิกตัวเองขึ้นมา พอเปลี่ยนความคิดว่าไม่อยากจะทำตัวไม่ดี หลังจากนั้นอย่างอื่นตามมาหมดเลย เรียนก็ดีขึ้น ความมั่นใจตัวเองดีขึ้นทุกอย่างตามมาหมดเลย ชีวิตเปลี่ยนไปเลยจากตรงนี้นี่แหละ แต่พอเลิกยาเราก็อ้วนขึ้นอีก(หัวเราะ)”

ตอนนี้เลิกได้เด็ดขาดแล้ว?
ตอนนี้เลิกเด็ดขาดแล้ว ใช้เวลานานมากนะคะกว่าจะเลิกได้ขาด นี่ก็เพิ่งเลิกขาดได้จริงๆปีเดียวเอง รวมที่ติดทั้งหมด5ปี ทุกวันนี้บอกตัวเองจะไม่กลับไปหามันอีก ทุกวันนี้ยังมีสังคมที่เข้ามาชวนให้เรากลับไปใช้มันอีกแต่สิ่งที่ทำให้เรายืนกรานได้ทุกวันนี้ คือความคิดเราที่แน่วแน่ว่าเราจะไม่กลับไปอีก แล้วก็แม่ มีอะไรก็จะบอกแม่ ใครมาชวนก็บอกแม่ แม่เขาก็จะช่วยเรา ต้องมีคนคอยเตือนเรา เราไม่อยากเสียแม่ไป ไม่อยากทำให้เขาผิดหวังในตัวเราแล้ว เรื่องดีๆเราก็มีเยอะแต่เรากลับเก็บเอามาเหลิงว่าเราสามารถทำแบบนี้ได้เพราะเราหาเงินเองได้แล้ว มันเป็นความคิดที่แย่มาก”

มีคำพูดอะไรของแม่ที่มันฉุดเราขึ้นมาจากสิ่งไม่ดีเหล่านั้น?
“ไม่มีคำพูดอะไร แค่เขาเหนื่อยที่จะพูดกับเรา วันที่เขาเหนื่อยจะพูดกับเรานั่นแหละเราถึงคิดได้ว่าเขายอมแพ้กับสิ่งที่เราทำแล้ว เราต้องคิดให้ได้แล้วนะ ที่ผ่านมาเขาพูดเขาทำมาโดยตลอด จนที่สุดเขาถึงขึ้นยอมแพ้แล้ว เราเลยกลับมาคิดได้เอง ดีใจที่กลับมาคิดได้เอง”

เป็นคนใหม่แล้วจริงๆ?
“ตอนนี้เป็นคนใหม่ เรียนจบแล้ว เป็นครูสอนร้องเพลงด้วย ชีวิตพลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือเลย ชีวิตดีขึ้นเยอะ อ้วนท้วมสมบูรณ์ อยู่ในสิ่งที่กำลังพอดี ได้กินอาหารอร่อยที่เราอยากกิน ได้ออกกำลังกาย ไม่เครียด อยากกินตอนไหนก็กิน อยากลดวันไหนก็ลด แล้วแต่เลย อยากจะเป็นอะไรวันไหนก็เป็น อะไรก็ได้ ขอแค่ไม่ทำผิด ความคิดนี้มาจากแม่ ว่าอะไรก็ได้เลย ขอแต่อย่าทำผิดแบบเมื่อไหร่ ทำอะไรที่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดจากสิ่งที่เขาบอกกันว่าอันนี้ห้ามทำ คือมันไม่เคยมีใครบอกว่าห้ามแต่งตัวโป๊นะ ตราบใดที่เราไปทะเลเราสามารถใส่ได้ มันจะมีข้อจำกัดของเรากับแม่อยู่แค่ว่าขอแค่อย่าเละเทะ”

ชีวิตได้เรียนถูกเรียนผิดมีบทเรียนให้ตัวเอง?
“ใช่ พอเรายืนได้ทุกอย่างที่เราอยากจะมีตอนนั้น มันมาหมดเลย เราได้รีบูทกลับมาเป็นตัวเอง”

อาจจะมีบางคนที่กำลังเดินทางหลงผิดแบบเราอยู่อยากจะแนะนำอะไรเขาบ้าง?
“ช่วงนั้นเราเป็นวัยรุ่น18-19ปี เรากำลังมีความคิดว่าเรากำลังจะเป็นผู้ใหญ่ สิ่งที่เราคิดเรามีเหตุมีผลของเรา เลยจะกล้าทำในสิ่งที่เราคิดมากๆ และคิดว่าสิ่งที่เราคิดที่เราทำมันถูกต้องแล้ว อยากบอกว่าขอให้ฟังไว้เถอะสิ่งที่ผู้ใหญ่เขาบอกว่าเขาอาบน้ำร้อนมาก่อน มันคือเรื่องที่จริง ยังไงก็ตามเขาโตมาก่อนเรา เราจะเถียงจะยืนกรานว่าเราถูกต้องยังไงก็ตาม แต่ไม่อ่ะ มันมีข้อจำกัดของมัน ยังไงก็ต้องฟังเขาไว้อยู่ดี สิ่งที่เขาเตือนมันจะเป็นอย่างนั้น หรือมันจะเป็นไปในทางนั้น อย่าคิดว่าโลกมันหมุนรอบตัวเรา อย่าคิดว่าเราเป็นเจ้าของโลกของเรา สิ่งที่เราทำเราจะคิดว่ามันไม่ได้เดือดร้อน เราสัมมะเลเทเมา เราก็เดือดร้อนแค่ตัวเรา ใช่ แต่เวลาเข้าโรงพัก เข้าโรงพยาบาลใครเดือดร้อน ตอนนั้นเราคิดว่ามันไม่มีหรอก เราตายไปเราก็ตายของเรา แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย คนที่เดือดร้อนก็คือครอบครัวของเรา สิ่งที่เราทำอยู่ ทำให้คนอื่นเดือดร้อนที่เขาต้องมาทุกข์ใจกับเรา มันส่งต่อ อยากให้คิดดีๆ อยู่กับตัวเอง มีสติ อย่าไหวไปตามอารมณ์”

เกาะติดข่าวบันเทิงฮอตๆ
แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสดบันเทิง ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ตอนที่เราเลิกเราเลิกได้เองหรือว่าเราต้องเข้าบำบัด?
เราเป็นมากถึงขั้นจะไปเลิกที่วัดถ้ำกระบอกเลยนะ ติดเยอะมาก เราเปลี่ยนไปคนละคนเลย ช่วงนั้นเราจะเก็บตัวไม่คุยกับใคร แล้วจุดที่เริ่มคิดจะไปเลิกที่วัดถ้ำกระบอกเพราะเราเริ่มที่จะทำลายข้าวของเพราะเราต้องการมัน แต่เราก็ผ่านจุดนั้นมาได้ มันไม่สามารถเลิกขาดได้เลยตามที่ใจเราต้องการนะ พอมันมีเหตุการณ์นั้นเรารู้สึกว่าเราเป็นตัวอสูรแล้ว เราอยากจะเลิกจริงๆแล้ว เราทำลายข้าวของทำลายนั่นนี่เพื่อที่จะได้ยา มันเกินไปแล้ว พอเจอเหตุการณ์นั้นเราเลิกได้พักนึง เราก็กลับไปหามันอีก ก็เจอเหตุการณ์นึงอีก วนๆอยู่อย่างนี้ ถึงจะค่อยๆลดไปเรื่อยๆจนมันขาดไปเอง ค่อยๆทำให้ตัวเองแข็งแรงขึ้น ก็ใช้เวลา5ปี ตอนนี้คลีนทุกอย่าง”

แม่คอยดูแลตลอด?
“โชคดีมากๆที่เรามีแม่ แม่ขึ้นมาอยู่ด้วยที่กทม.เลย คือเขาเห็นเลยว่าเราเสพยา เราเล่นยาต่อหน้าเขาโดยไม่แคร์อะไรเขาเลย ตอนแรกเขาแค่จับได้เฉยๆ พอเขาจับได้เราก็เล่นมันตรงนั้นเลย เราเหี้ยอ่ะพี่ ยอมรับเลย 18-19เป็นจุดเริ่มต้น 20เรายังเล่นอยู่บ้าง จนตอนนี้23 เลิกขาดหมดแล้ว ขาดมาปีนึง ถ้าเรายังอยู่ในวงเวียนนั้นเราก็ยังกลับไปอีก เราก็ค่อยๆปรับตัวเอง ถ้าไปปรับเลยนี่คงต้องไปโรงพยาบาลแล้ว โชคดีมากๆที่พอเรากลับมาเป็นคนดีแล้ว มีงานเข้ามา ทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่เคยเมีใครรู้เรื่องนี้เลย”

พอเราเลิกกลับมาเป็นคนใหม่มันยังมีอาการอยากอยู่บ้างมั้ย?
“มีตลอดค่ะ เวลานั้นมันจะเหมือนเป็นคนบ้า มันจะเหมือนคิดได้ แล้วก็กลับมาคิดไม่ได้ วนๆอยู่อย่างนี้ กว่าจะเป็นเราทุกวันนี้ได้นานมาก กว่าที่เราจะหล่อหลอมตัวเองว่าเราสามารถยืนเองได้ เรามีที่ยึดได้แล้ว เมื่อก่อนจะอยู่กับความรู้สึกได้-ไม่ได้ โลเลตลอดเวลา แต่จะบอกทุกคนเลยว่าเหนือสิ่งอื่นใดเราต้องคิดได้เอง เรื่องนี้ต้องคิดได้เองจริงๆ พ่อแม่หรือใครไม่ช่วย ส่งไปต่างประเทศอะไรไม่ช่วยหรอก ต้องคิดได้เองจริงๆ จิตสำนึกของเราเองล้วนๆ เลย”

ขอบคุณรูปจากไอจี : silvypavida

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มจอดริมมอเตอร์เวย์ เปิด จีพีเอส ค้นหาเส้นทาง 6 ล้อเสยท้ายดับสลดคาที่
บทความถัดไปมาลา กรงกรรม ลูกถีบสะท้านหัว ก็ทำอะไรไม่ได้ เป็น BLACKPINK แดนซ์สะบัด สุดแซ่บ(คลิป)