วันที่ 27 มิย. ที่ สตูดิโอแมคโดนัลด์ บิ๊กซี ราชดำริ มีการจัดงานเปิดตัวรายการ “คุยเช้าโชว์” ซึ่งมีดารานักแสดงมาร่วมยินดีมากมาย หนึ่งในนั้นก็มี “อุ๋ย บุดดาเบส” หรือ “นที เอกวิจิตร” มาร่วมงาน
หลังงาน อุ๋ย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่โพสชี้แจงในเฟสบุ๊สตัวเอง เรื่อง ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต ว่า

 

“ผมเคยติดต่อกันเมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ทีมงานเขาติดต่อมาให้ผมทำเพลงเกี่ยวกับโครงการเขา ผมก็ไม่เข้าใจว่าเขาสอนอะไร เขาก็บอกว่าให้ทดลองมาเรียนดู คลาสนึง 7 วัน แต่ผมว่างไปเรียนแค่ 4วัน พอได้เข้าไปเรียนมีไม่เห็นด้วยบางอย่าง มีถกเถียงกับครูอ้อยด้วยในคลาส คำตอบที่ได้มาผมก็ไม่ค่อยเข้าใจ คือเข้าใจในสิ่งที่เขาสอนทั้งหมดไม่กระจ่าง พอจบคลาสก็บอกเขาว่าไม่ขอทำเพลงให้ ยังจำได้เลยว่าตอนนั้นบอกทีมงานเขาขอจ่ายสตางค์ได้ไหม เพราะไม่อยากให้ติดค้างอะไรกัน ทีมงานไปถามครูอ้อย ซึ่งครูอ้อยบอกว่า เขารับไม่ได้ ไม่ต้องจ่ายสตางค์เพราะเหมือนกับว่าให้เรามาทดลองเรียนเพื่อที่จะทำเพลง แต่ในเมื่อเราไม่เข้าใจก็ไม่ต้องจ่ายสตางค์ ผมก็โอเคและขอบคุณจากนั้นก็แยกย้ายกันไป”

 

ไม่ได้เจอกันนานแค่ไหน
“ไม่ได้เจอกันเลย 4-5 ปี จนได้มาเห็นคลิปวิดีโอที่ลงในเฟซบุ๊ค ก็มีคนที่อกหักจากรอบที่แล้วตอนที่ผมออกมาพูดเรื่องวัดแถวปทุมธานี ออกมาเหน็บมาว่าวัดเขา ทีอย่างนี้ทำไมไปอยู่ลัทธินี้ ผมก็บอกว่าเดี๋ยวใจเย็นๆ ก่อนให้อธิบายก่อนเพราะว่าผมไม่ได้เป็นสาวกหรือลูกศิษย์ใคร ผมเลยออกมาอธิบาย ครูอ้อยเองก็ยืนยันว่าผมไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของเขา ส่วนที่ผมไปเมื่อ 4-5 ปีก่อนที่เขาสอนไม่มีเกี่ยวกับศาสนา เขาสอนคนอกหักท้อแท้และสอนในการใช้ชีวิต เขาใช้จิตวิทยา มากระตุ้นให้รักตัวเองเยอะๆ เป็นการปลอบตัวเอง เรื่องที่ไปปฏิบัติธรรมผมได้ถามคนในคลาสว่าคุณมากี่ครั้ง เป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นไหม มีบางคนบอกว่าเขาดีขึ้นจริง แล้วครูอ้อยก็ชวนไปปฏิบัติธรรม บางคนที่ไปครั้งแรกเหมือนอย่างกับผมเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกับผม ออกแล้วก็ไม่ได้คิดว่าอยากที่จะกลับเข้าไปอีก ผมก็มีวิธีเยียวยาของผม เข้าวัดบ้างหรือใช้วิธีอ่านหนังสือธรรมะนั้นคือเหตุผลที่ทำให้ผมไม่ได้รู้สึกว่าอยากที่จะกลับเข้าไปอีก

ผมจึงติดต่อทีมงานของครูอ้อยไปเพราะว่าถ้าเกิดใครเห็นคลิปแล้วจะเข้าใจผิด เพราะว่าวันนี้ผมไม่รู้ว่าเขาสอนอย่างไรไม่รู้ว่าหลักสูตรทุกวันนี้ยังเป็นเหมือนเมื่อ 4-5 ปีก่อนหรือเปล่า ถ้ามันไม่ใช่แล้วผมไปอยู่ในคลิปด้วย ผมจะโดนกล่าวหาได้ว่าทีอย่างนี้คุณไม่เห็นออกมาว่าอะไรเขาเลย ผมจึงต้องออกมาปกป้องตัวเอง ผมบอกทีมงานว่าเอาคลิปรูปผมออกเลยครับ เขาถามผมกลับมาว่าต้องเอาออกเพราะอะไร ผมบอกเขาว่ามีคนเอาไปโจมตีผม และผมไม่ใช่ลูกศิษย์ครูอ้อยและไม่รู้ว่าทุกวันนี้สอนอะไร”

 

เขาว่าอย่างไรบ้าง
“เขาถามมาผมก็อธิบายไปแบบนี้ เขาก็เอาออกให้เลย ทางทีมงานเขาบอกว่า ตอนนี้เขามีปัญหากับทางลูกศิษย์เก่ามีใครโทรมาคุยอะไรกับเราไหม กลัวว่าผมจะมีคนพูดหว่านล้อม ผมก็บอกว่าเรื่องของผมเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับคนอื่น ที่ผมออกมาให้เอาออกเพราะมีคนงี่เง่าออกมาโจมตีแล้วแคปภาพไปล้อเลียน ผมจึงต้องปกป้องตัวเองว่าผมไม่เกี่ยวกับใคร ดังนั้นคุณจะทะเลาะกับใครนั่นเป็นเรื่องของพวกคุณ อันนี้ผมไม่ยุ่ง”

 

มันจะเป็นการทะเลาะกับครูอ้อยหรือเปล่า
“ไม่มีครับ ถ้าผมทะเลาะคงทะเลาะไปเมื่อ4-5 ปีที่แล้ว ผมไม่รู้ว่าทุกวันนี้เขาสอนอะไร ดังนั้นผมจึงออกมาว่าเขาไม่ได้ หนึ่งผิดพระวินัยหรือเปล่าเราไปว่าอะไรเขาไม่ได้เพราะเขาเป็นฆราวาส สองผิดกฎหมายหรือเปล่า ต้องเป็นเรื่องของทางกฎหมายจะเป็นเรื่องเนี่ยหนีภาษีปั่นหุ้นหรืออะไรก็ได้ให้ทางกฎหมายเป็นคนจัดการเรื่องทางกฎหมายเขาก็ดำเนินการกันอยู่ว่าเอาศาสนามาหากิน เป็นเรื่องที่ไม่สมควรหรือเปล่าสำหรับผมศาสนาพุทธคำสอนที่เป็นสากลหนังสือธรรมะยังพิมพ์ขายกันเต็มไปหมด อันนั้นเรียกว่าเอาศาสนามาหากินหรือเปล่า เป็นเรื่องของความเหมาะสมมากกว่า แล้วผมก็ไม่ใช่ตำรวจพระที่จะต้องมาจัดการเรื่องศาสนาตลอดเวลา นอกจากเรื่องใหญ่จริงๆอย่างตอนวัดธรรมกาย อันนั้นผิดกฎหมายจริงๆเห็นใช้กำลังตำรวจทหารเยอะแยะก็ไม่จบกันสักที ตอนหน้าเลยออกมาพูดผมไม่จำเป็นต้องออกมาพูดเรื่องศาสนาตลอดเวลา มหาเถระสมาคมมีอยู่ สำนักพุทธมีอยู่เค้าก็ทำงานกันอยู่ ผมไม่ได้อวดดีว่า ถ้าเป็นเรื่องศาสนากูต้องออกมาพูดตลอด ผมไม่ได้เป็นคนอย่างนั้นส่วนใหญ่สื่อเขาจะมาสัมภาษณ์เองผมไม่ได้วิ่งออกไปเพื่อที่จะมาออกตัว”

 

โดนทางฝั่งศิษย์ครูอ้อยโจมตีบ้างไหม
“ไม่มีครับผมก็ไม่ได้โดนโจมตีอะไรจากฝั่งครูอ้อยผมว่าผมออกมาพูดด้วยความโครตเป็นธรรมเลยนะ ในเฟซบุ๊คไปดูได้เลย ผมไม่รู้รายละเอียดว่าเขาสอนอะไรในทุกวันนี้ ผมไม่ได้ออกมาโจมตีผมพูดในส่วนของผม ที่ผมได้ไปเจอมาว่าไม่คิดที่จะกลับไปอีกเพราะมันไม่ใช่แนวทางของผม”

ส่วนตัวได้คุยกับดาราคนอื่นที่อยู่ในประเด็นเรื่องนี้ไหม
“ไม่ได้ถามว่าแนวคิดไม่ตรงกันอย่างไรบ้าง แต่ได้คุยกับคนอื่นๆบ้าง อย่างที่เขาออกมาพูดกันบางคนเขาก็ไม่สบายใจที่นำภาพของเขาในวันนั้นที่เขาไปเรียน ซึ่งวันนั้นเขาเห็นด้วย แต่ในวันนี้เขาไม่เห็นด้วย อันนั้นคือในความคิดของเขาผม”

 

ส่วนตัวมีวิธีคลายเครียดอย่างไร
“ส่วนตัวผมรู้สึกว่าเวลาที่ผมมีความทุกข์ ผม มีวิธีคลายทุกข์โดยใช้ธรรมะไม่จำเป็นต้องเสียงเงินไปเข้าคอร์สเป็นหมื่น อย่างนั้นส่วนคนที่เขาอยากเสียเงิน มันก็เหมือนเป็นการขายบริการอย่างหนึ่งนะ มันให้คุณรู้สึกดีขึ้น ก็เหมือนกับการที่เราไปร้องเพลงดูหนัง มันก็ เหมือนเป็นการบริการอย่างหนึ่ง อย่างวัดธรรมกาย ผมไม่เคยโจมตีคนที่ไปวัดแต่ผมพูดถึงคนที่ทำผิดกฎหมายนั่นก็คือเจ้าอาวาสที่หนีไปในเรื่องของความศรัทธาผมไม่เคยยุ่งผมไม่ก้าวเข้าไปว่าคนที่เขามีศรัทธา ส่วนคนที่เขาจะเสียเงินเข้าคอร์สมันก็เรื่องของเขา ผมไม่เคยเข้าไปว่าอะไร”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน