‘ตั๊ก บงกช’แจงดราม่า! ใช้เงิน‘เจ้าสัว’บริจาค‘ตูน’ ยันตัวเองก็ทำงาน-มีเงินเก็บอยู่

ควงกันมาออกงานทั้งที สำหรับนักแสดงสาว “ตั๊ก-บงกช” และ “เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล” สามี พร้อมด้วยลูกชาย “น้องข้าวหอม” มาร่วมงาน “Loving Vincent ภาพสุดท้ายของแวนโก๊ะ” ที่โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ โรงภาพยนตร์ ที่ 7 ชั้น 6 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ภาพยนตร์ เมื่อเย็นวันนี้

โดยดาราสาว ‘ตั๊ก’ เปิดใจถึงดราม่าเรื่องเงิน 1.1 ล้านของตนกับคุณแม่ ที่บริจาคเข้าโครงการ “ก้าวคนละก้าว” แต่หลายคนมองว่าไม่ใช่เงินเรา แต่เป็นเงินของสามีว่า

“ตั๊กก็ได้อธิบายไปแล้วนะคะ ว่าเป็นเงินของคุณแม่ และก่อนแต่งงาน ตั๊กก็มีงานทำ รวมถึงตั๊กยังได้แสดงภาพยนตร์เรื่องจันดารา ได้ทำหนังเรื่องนางฟ้า แถมก่อนหน้านั่นตั๊กก็อยู่ในวงการภาพยนตร์มาก่อน ดังนั้นตั๊กจึงมีเงินเก็บของตั๊กอยู่แล้ว แต่ตั๊กก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แค่เราไม่ได้ลำบาก”

รู้สึกอย่างไรบ้าง ที่เราตั้งใจทำดีแต่กลับต้องมาเจอคนมองในแง่ร้าย
“ตั๊กก็ย้อนดูพี่ตูนเป็นตัวอย่าง เพราะขนาดพี่ตูนเขาทำเยอะ เขายังโดนว่า ดังนั้นสิ่งที่เราเจอ เราถือว่าเป็นเรื่องเล็ก ตั๊กไม่รู้สึกแย่เลย แค่อยากให้คนคิดให้ดีกว่านี้มากกว่า เพราะถ้าเขาคิดดี มันก็จะดีกับตัวเขาเอง”

ข้อความไหนที่ทำให้เราตัดสินใจออกมาโพสต์ชี้แจง
“มีเพื่อนแคปมาให้อ่านค่ะ เพราะปกติตั๊กจะเป็นคนไม่อ่านคอมเมนท์อยู่แล้ว เนื่องจากพี่ตูนเขาเคยพูดเอาไว้ ว่าเขาเองก็ไม่อ่านคอมเมนท์เหมือนกัน ซึ่งพี่ตูนก็พูดถูก เราเลยเลือกจะไม่อ่านคอมเมนท์บ้าง แต่ว่าพอเพื่อนแคปว่งมาให้เราอ่านแบบนั้น เราก็เลยจำเป็นต้องชี้แจงให้แฟนคลับของเราเข้าใจในอินสตราแกรม”

ทางเจ้าสัวบุญชัย พูดกับเราถึงเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
“เขาไม่ได้ออกความเห็นอะไรเลยค่ะ เพราะทุกอย่างที่ตั๊กพูดก็เป็นความจริงอยู่แล้ว เราไม่ได้โกหก แต่ถามว่าเรื่องนี้มันบั่นทอนความรู้สึกตั๊กไหม จริงๆก็ไม่เลยนะคะ และตั๊กอยากแนะนำให้ทุกคนร่วมอนุโมทนาบุญกับเราดีกว่า เพราะเขาก็จะได้บุญไปด้วย”

เห็นว่าก่อนหน้านี้เราได้มีโอกาสเจอกับพี่ตูนเป็นอย่างไรบ้าง
“เราก็ได้เห็นความเพียร ความอุตสาหะ และก็อุเบกขา หรือความวางเฉยจากพี่ตูน ตั๊กรู้สึกว่าพี่ตูนมีหลายๆอย่างที่เราควรทำตาม ถึงแม้เราจะทำไม่ได้เท่าเขา แต่ถ้าเรามีแรงบันดาลใจตามเขาก็น่าจะดี”

เราได้บอกคุณแม่ไหม ตอนที่นำเงินของท่านไปบริจาคเข้าโครงการ
“วันนั้นพอตั๊กบริจาคเงินเสร็จ ตั๊กก็ไปกรวดน้ำ และก็ไปบอกกับคุณแม่ที่วัด ว่าแม่ตั๊กเอาเงินแม่ไปทำบุญหมดแล้วนะ เพราะเก็บไว้มันก็ไม่มีประโยชน์ หนูเองก็คงไม่กล้านำมาใช้ หนูขอเอาเงินไปทำบุญให้คนอื่นเขาใช้ประโยชน์ดีกว่า พอได้ทำแบบนี้แล้ว เราเองก็สบายใจ”

รู้สึกยังไงบ้างที่ยุคนี้ดาราหลายคนมองว่าโซเชียลไม่มีขอบเขต
“เลือกดูดีกว่า อย่ารู้ทุกอย่างเลย(ยิ้ม)”

ถามถึงงานในวงการ หายไปเลยจะมีโอกาสกลับมาให้เห็นอีกไหม
“ถ้ามีโอกาส มีบทดีๆ ก็กลับมาเล่น แต่คนอื่นอาจจะยังไม่รู้ว่าเราพร้อมหรือไม่พร้อม แต่มีหม่อยน้อย ที่เคยติดต่อมาช่วงแผลเก่า แต่ตอนนั้นเรายังไม่พร้อม ซึ่งหม่อมก็เข้าใจว่าหุ่นเรายังไม่พร้อมเล่นหนัง”

แต่ตอนนี้เราพร้อมคัมแบ็คแล้วใช่ไหม
“จริงๆ เราลดเพราะสุขภาพ และตอนนี้ก็ผันตัวเองมาอยู่เบื้องหลังด้วย ตั๊กมาทำภาพยนตร์ ซึ่งเป็นหนังที่อยากจะทำมานานแล้ว ก็เก็บตรงนี้มาหลายปี ตอนนั้นจะทำตั้งแต่อยู่สหมงคลฟิล์ม แต่แม่ป่วย ก็หยุดไปดูแลแม่ ทีนี้พอได้โอกาสเลยทำ”

เป็นรูปเป็นร่างหรือยัง
“ตอนนี้อยู่ในช่วงตรวจครั้งสุดท้ายแต่เดี๋ยวขอเก็บไว้ก่อน น่าจะได้ชมกันช่วงมกราคม คงได้เห็นกัน แต่ครั้งนี้ไม่ได้เล่นค่ะ เพราะถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราเป็นผู้กำกับ และเขียนบท ร่วมโปรดิวซ์ เป็นหนังทางเลือก แนวอินดี้แต่เราพยายามปรับเปลี่ยนให้ดูไม่ยาก”

ทำเองหรือทำกับค่ายไหน
“ทำเองค่ะ เป็นทุนเราเอง และพอหนังเสร็จแล้ว เราก็นำมาให้ทาง พี่อิ๋ว ที่อยู่เอ็มพิคเจอร์ ดูและเขาก็สนใจ”

แล้วงานแสดงเรามีโอกาสคัมแบ็คไหม
“คงยังไม่มีอะไร เพราะตอนนี้เราก็เลี้ยงลูกด้วย ทำหนังเรื่องนี้ไปด้วย”

มีหลายคนยกเราเป็นแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก
“เราดูแลตัวเองมากขึ้นเพราะเห็นว่าพออายุเข้าเลข 3 เราก็กลัวเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ก็กลับมาดูแลตัวเอง กินผัก ให้ตัวเองกระฉับกระเฉง เพราะเราลูกเล็ก ก็ต้องดูแลลูก ก็ต้องดูแลการกินตัวเอง ไม่กินตามใจปากมาก ไม่กินหวานมาก เพราะคุณแม่มีเชื้อเป็นเบาหวาน คุณพ่อก็มีเตือนว่าให้ระวัง เราก็งดแป้งไป กินแต่แป้งดีๆ ไปตรวจสุขภาพว่าเราควรกินเท่าไหร่ ปริมาณเท่าไหร่ และออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ไม่ใช่วิ่งบนลู่”

กลัวกรรมพันธุ์จากคุณแม่จะตามมาไหม
“เราก็ไม่รู้ คือโรค ถ้าเราไม่ดูแลร่างกายยังไงก็เป็นโรค ต้องดูแลตัวเอง แต่ที่ออกกำลังกายก็เอาเพื่อสุขภาพแข็งแรง ไม่หักโหม คือเราเริ่มลดมาตั้งแต่ช่วงเมษายนปีทีแล้ว แต่มาลงเห็นชัดตอนช่วงไปถือศีลถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 เราก็ผอมลง เพราะเราไม่ทานเนื้อสัตว์และไม่กินเย็น คือตอนนี้ลดไป 20 โลค่ะ และน้ำหนักไม่ควรขึ้นไปมากกว่านี้ ตั๊กไปตรวจสุขภาพมาคือ ดีเลย ไม่มีอะไร สุขภาพดีค่ะ”

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มแสบตีเนียน! เข้าวัดนั่งพับเพียบเรียบร้อยก้มกราบพระ แล้วค่อยๆย่องฉกเงินตู้บริจาค
บทความถัดไปพระคุณเจ้ายอร์ช ยอด พิมพิสาร มุขนายกกิตติคุณสังฆมณฑลอุดรธานี มรณภาพแล้ว