เดือดมาก! เบนซ์ ฝากคนก่อเรื่อง มาเคลียร์ด้วย ชื่อเสียง 30 ปีสร้างมาไม่ง่าย รู้ว่าผิดขอโทษได้ไม่ต้องอาย ถามนอนหลับเหรอทำให้คนอื่นเสียใจ

เดือดมาก! ตั้งแต่ที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้นำผลิตภัณฑ์อาหารเสริมช่วยในการเผาผลาญ ที่นักแสดงสาว เบนซ์ พรชิตา เป็นพรีเซ็นเตอร์ เข้าแจ้งความ เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบ เชื่อว่ามีการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง

ซึ่งทางด้าน เบนซ์ พรชิตา พร้อมสามี มิค บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ จะออกมาชี้แจงแล้วว่าตนใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมช่วยในการเผาผลาญ จริง น้ำหนักลดลงจริงๆ ไม่ได้เข้าคลินิคเสริมความงามเพื่อช่วยในการลดน้ำหนักใดๆ

แต่ก็ยังมีดราม่าออกมาไม่หยุด ล่าสุด สาวเบนซ์ มาร่วมงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “Cassette Fest. Mega Hits” มหากาพย์คอนเสิร์ต DANCE-ลืม-โลก โยก-ตัว-แตก ที่ตึก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เจ้าตัวจึงได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง

ความผอมของเราตอนนี้ทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง? “พอเวลามีข่าวออกไป คนที่เขาอ่านข่าวเขาก็อาจจะเชื่อไปแล้วก็ได้ในสิ่งที่พี่เขาไปแจ้งเอาไว้ แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ว ควรต้องบอกให้ทุกคนเข้าใจว่าที่พูดไปมีอะไรถูกบ้าง มีอะไรผิดบ้าง เพราะพูดไปเฉยๆ คนก็ไม่รู้ว่าอะไรคือความจริง ตัวเบนซ์เองก็บริสุทธิ์ใจมากๆ เลย

อย่างที่บอกไปว่าถ้ามีหลักฐานว่าเบนซ์ไปคลินิคอะไร ตรงไหน มีรูป มีวันที่ มีภาพก็เปิดเลย ทุกคลินิคต้องมีอยู่แล้วภาพวงจรปิดน่ะ อย่าพูดแล้วก็ทิ้งไป มันไม่โอเค เพราะเวลาเราพูดก็เหมือนเราแก้ตัวว่าเราไม่ได้ทำ แต่ถ้ามีอะไรที่สามารถยืนยันได้เลยจะดีใจมาก

และถ้ามีจริงๆ จะยอมรับว่าทำด้วย แต่นี่ตั้งแต่ตุลาคม ตอนที่เริ่มคุยกับทางแบรนด์ เบนซ์ไม่ได้เข้าคลินิคเลย ไม่มีการไปทำอะไรที่คลินิคเลย ไม่ได้ฉีดยา ไม่ได้ดูดไขมัน ไม่ได้สลายไขมัน ไม่ได้ผ่าตัดกระเพาะ ไม่มีอะไรที่ทำเกี่ยวกับน้ำหนักเลย นอกจากการดูแลตัวเอง คือเราก็ทานอาหารอย่างที่ควรจะต้องทาน

เวลาไลฟ์เบนซ์จะเล่าให้ทุกคนฟังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา และบอกว่าเรากินผลิตภัณฑ์จริงๆ เราเป็นคนพูดแล้วทำจริง เราบอกแล้วเวรกรรมมีจริงค่ะ ทำอะไรก็จะได้แบบนั้นนะคะ เบนซ์รู้สึกว่าเวลาพูดอะไรไปแล้วต้องรับผิดชอบในคำพูดด้วย โตๆ กันแล้ว

เอาจริงๆ เครียดนะ เพราะมันก็มีผลกับความเป็นเรา กว่าที่เราจะทำอะไรแต่ละอย่าง ความเชื่อถือมันไม่ได้สร้างมาง่ายๆ ไม่ใช่ว่าพูดแล้วคนจะเชื่อเลย และถ้าเกิดความมั่นใจในตัวเบนซ์หายไปแล้ว ต่อไปสินค้าอะไรจะจ้างเหรอ คนอื่นเขาต้องมองว่าไม่ได้ใช้จริง ยัยคนนี้โกหก

แล้ว 30 ปีที่สร้างมาสำหรับเบนซ์การที่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่จะออกจากปากเบนซ์ คิดแล้วทั้งหมด ฉะนั้นช่วยมาเคลียร์ด้วยว่าอะไรถูกหรือผิด พูดจริงหรือไม่จริง เบนซ์ไม่ใช่คนที่รับพรีเซนเตอร์ที่อยากจะรับอะไรก็รับ คือคิดหมดแล้วว่าอะไรควรรับ และอะไรที่เหมาะสมและเราใช้ได้จริง เราถึงจะบอกต่อ นี่ไม่ได้เห็นแก่เงินอย่างเดียวนะ”

สิ่งที่เราซีเรียสที่สุดคือความน่าเชื่อถือ? “ถูก มันเป็นไปหมดเลยนะ ถ้าสมมติตอนนี้เบนซ์ทำรายการอยู่ แล้วลูกค้ามานั่ง ลูกค้าเขาไม่ได้จ้างเบนซ์อยู่แล้ว เขาก็มีคนมาคุย แต่เบนซ์เป็นพิธีกร หมายความว่าถ้าเกิดต่อไปเบนซ์ทำงานอะไร หน้าก็จะกลายเป็นเครื่องหมายคำถามว่าแม่คนนี้ไม่น่าเชื่อถือเลยนะ

สำหรับเบนซ์คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่พูดไปเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ลืม ไม่รู้คนอื่นลืมมั้ย แต่เบนซ์ไม่ลืมนะ รู้สึกว่ามันไม่โอเค สำหรับเรารู้สึกว่าถ้าจะทำอะไรคนอื่นขอให้คิดให้ดีก่อน ขอให้ดูก่อนว่าเขาเป็นคนยังไง ไม่ใช่ว่าอยากจะทำอะไรก็ได้

เรายังมีลูก ยังต้องทำมาหากินอยู่ และอาชีพเราคืออาชีพของการน่าเชื่อถือและการที่มีคนรักและเคารพเรา แต่ถ้าเกิดตรงนี้มันหายไป เบนซ์รู้สึกว่ามันไม่ค่อยโอเคสำหรับเราเลย“

อาทิตย์ที่แล้วก็เห็นเบนซ์เสียน้ำตากับเรื่องนี้ด้วย ? “เราไม่ชอบทะเลาะกับใคร ไม่เคยหาเรื่อง ไม่เคยไปเอาเปรียบใคร ไม่เคยด่าคนอื่น เราอยู่ของเรามาแบบดีๆ เป็นคนตรงๆ การที่ เราโดนกล่าวหาเหมือนเป็นการโดนรังแก มันรู้สึกอึดอัดจังเลย เสียใจ โกรธ บางทีเรารู้สึกว่ามันต้องได้รับความกระจ่าง อันนี้มันจริงไหมมันถึงจะจบ แต่อันนี้มันไม่ได้มีการอธิบายใดๆ จากอีกฝั่งนึงว่าตกลงแล้วสิ่งที่ผมพูดไปมันไม่จริงนะ

ถ้าทำผิดต้องขอโทษนะ ไม่ต้องอายพูดตรงๆ เราโตแล้วเราทำผิดยังต้องขอโทษลูกเลย จริงๆ คุยกันได้ไม่ต้องออกหน้าแต่คิดว่าต้องขอโทษเพราะว่ามันไม่โอเค”

จะนัดไปเคลียร์กับเขาไหมโดยมีพยานเพื่อให้เรื่องมันจบ? “วันนี้เรารู้สึกว่าเราพูดเยอะแล้ว คุณควรจะพูดบ้างและควรที่จะพูดในสิ่งที่ถูกต้อง พูดในสิ่งที่มันเป็นจริง ยังไม่รู้เลยว่า เขาทำ ทำไมก่อน คุณทำให้คนหนึ่งเสียใจ แล้วเบนซ์ก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรกับสินค้าเลยเบนซ์ไม่ใช่เจ้าของ เราไม่ได้อะไรเลยแล้วโดนด้วยแต่คุณทำแล้วได้อะไร”

อย่างคำนี้มันก็กระทบไปถึงเรื่องของครอบครัวเรื่องนามสกุลตรงนี้เรารู้สึกอย่างไรบ้าง? “อันนั้นก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เวลาที่เราทำอะไรที่ไม่ดีผู้ใหญ่เขาก็จะถาม เบนซ์ก็ไม่ได้อยากที่จะพูดอะไรเยอะ แต่เข้าใจได้เหมือนกับว่ามีการว่าถูกแจ้งความ หรือว่าเราไปทำอะไรผิด คือความเข้าใจของแต่ละคนก็เข้าใจไม่เท่ากัน แต่ว่าพอมันเกิดอย่างนี้เบนซ์รู้สึกว่ามันต้องอธิบายนะต้องพูดนะ”

มันกระทบเรื่องนามสกุลยังไงบ้าง? “ของเบนซ์ไม่อะไรหรอก พี่มิคก็นิดนึงรู้สึกไม่สบายใจ แต่เบนซ์เชื่อว่าคนใกล้ตัวเบนซ์เขารู้ว่าเราทำอะไรอยู่เขาไม่ได้กังวลอะไรเรา แค่ขายของ เราก็เลยงงว่ามันก็เป็นเรื่องใหญ่นะ”

จะดำเนินคดีอะไรไหม? “ถ้าทำเบนซ์คงไม่บอก เบนซ์คงดำเนินการข้างหลัง แล้วถ้าเกิดสำเร็จแล้วจะมาบอกเพราะว่าไม่ชอบออกสื่อเยอะ คนรู้จักเยอะแล้ว ถ้าทำสำเร็จแล้วจะมาบอกนะว่าทำอะไรได้บ้าง”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน