รักอาตลอดไป “อรวี สัจจานนท์” นักร้องคู่ขวัญ “ชรินทร์ นันทนาคร” เปิดใจถึงการสูญเสียครั้งใหญ่ พร้อมเผยเรื่องที่ติดค้าง
วันที่ 21 สิงหาคม 2567 ที่ศาลา 9 วัดธาตุทอง กรุงเทพมหานครฯ สถานที่บำเพ็ญกุศล ชรินทร์ นันทนาคร ศิลปินแห่งชาติ ที่เสียชีวิตอย่างสงบ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 เวลาประมาณ 02.00 น. สิริอายุ 91 ปี

ด้าน อรวี สัจจานนท์ นักร้องคู่ขวัญของคุณอา ชรินทร์ นันทนาคร ได้เดินทางมาร่วมรดน้ำศพ และเปิดใจกับสื่อ ถึงการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สำคัญ

“(สะอื้นไห้) ตลอดเวลาที่ทำงานกับคุณอามาตลอด 20 ปี ที่ร่วมงานกัน เราจะบอกรักอาตลอด เรารักอาตั้งแต่เกิดมา เพราะว่าเราได้ยินเสียงอา เราก็หลงรักเพลงเก่ามาตลอด แล้วพออามาอยู่แกรมมี่ ก็ได้ทำอัลบั้มด้วยกัน และขึ้นคอนเสิร์ตตั้งแต่นั้นมา แล้วขึ้นคอนเสิร์ตคุณอา14ครั้ง ก็ผูกพัน
ที่ถามว่าบอก อะไรกับอา คือบอกรักอาตลอดอยู่แล้ว ต่อให้เราไม่ได้ทำงาน เราก็ไปเยี่ยม โทรศัพท์ไปหาอยู่ตลอด อาไม่ใช่แค่คนที่เราทำงานด้วยกันเท่านั้น อาเป็นญาติผู้ใหญ่ และอาอี๊ด (เพชรา เชาวราษฎร์ ) ก็เหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ เราไปเยี่ยมไปหา พาไปทานข้าวกันตลอด ผูกพันเหมือนญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง”
“คุณอาชรินทร์ใจดี ไม่เคยเห็นอาโกรธอะไรเลย แล้วถ้าพูดถึงการทำงานคอนเสิร์ต ก็จะมีคนรุ่นใหม่ๆ อาก็จะยอมรับการทำงานของเด็กรุ่นใหม่ จะไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่ไม่โอเค
ท่านเป็นศิลปิน เป็นนักร้อง เป็นผู้กำกับ เป็นดารา เป็นพระเอก มีความรับผิดชอบมากๆ อาจะชอบพูดว่า อามีลูกบ้าเยอะ เขาก็จะบอกว่าอรวีก็เหมือนกัน มีลูกบ้าเยอะ คือเวลาทำงานเราจะทุ่มเทมากๆ ท่านรักงานมาก กังวลมาก เป็นห่วงว่าแฟนๆที่มาดูมาชม จะมีความสุขไหม จะประทับใจไหม คือเป็นคนที่คิดละเอียด
จริงๆแล้วอาจะชอบพูดว่า ดีใจภูมิใจที่มีเรา เวลาขึ้นคอนเสิร์ต อาก็ชอบร้องว่า “ขาดเธอไม่ได้หัวใจขอสารภาพ” ก็จะมีอรวีอยู่เกือบทุกครั้ง เหมือนเป็นเพลงที่ร้อง เวลาอรวีออกมา เวลาที่อยู่คอนเสิร์ต”

ตอนท่านป่วยเราได้เข้าไปเยี่ยมไหม?
“ไปเยี่ยม ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ครั้งหนึ่งไปเยี่ยมที่ปิยะเวท ก็ร้องเพลงให้อาฟัง อาก็ดูมีความสุข ดูสดชื่น คนใกล้ชิดก็บอกว่าดูดีขึ้นเยอะเลย ร้องหลายๆเพลงเลย เราก็บอกให้อาแข็งแรงนะ ชนะทุกทิศอยู่แล้ว กลับบ้านน้า เดี๋ยวเราไปขึ้นคอนเสิร์ตกัน อาก็พยักหน้า เวลาเราร้องเพลงอาก็จะร้องด้วย อาจจะไม่เป็นคำ แต่ว่าร้องด้วย
แล้วพอย้ายไปโรงพยาบาลตำรวจ อาก็จะใส่ท่อออกซิเจนก็ร้องไม่ได้ แต่อาก็รู้ตัว เวลาไปร้องจะเลือกเพลงไปร้องเยอะมาก อย่างเช่น ผู้ชนะสิบทิศ เรือนแพร หลายเพลงเลยค่ะ แต่ผู้ชนะสิบทิศจะร้องบ่อย เพราะว่าอยากให้อาสู้นะสู้นะ ลุกขึ้นมาให้แข็งแรง จะได้ไปทำคอนเสิร์ตกัน
และอารับรู้ค่ะ บางทีร้องไปอาก็จะเหมือนหลับตา เราก็ถาม อาง่วงหรอ อาง่วงไหม อาก็บอกไม่ง่วงไม่ง่วง อยากฟังต่อไหม อาก็บอกฟังต่อ
คุณอากำลังใจดีมาก แต่จริงๆแล้วเหมือนกับว่าทางญาติๆอาจจะอยากให้ท่านพัก ก็อาจจะรู้กันไม่มาก เพราะอยากจะให้ท่านพักมากๆ แต่กำลังใจดีแน่นอนค่ะ”
“คำที่บอกกับอาคือ บอกตลอดว่ารักอา ตั้งแต่ได้ยินเสียงอาตั้งแต่มาทำงานกับอา รักตลอดและจะรักตลอดไป(ร้องไห้) คิดว่าไม่มีแล้วนะคะศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ คนไทยสูญเสียมากค่ะ”

“ตลอดเวลาอยู่ตรงนี้ มีเรื่องติดอยู่ในใจตลอดว่าบางทีเราทำงาน เราเห็นคุณอาทุ่มเท บางทีกำลังใจอาจจะน้อย อยากให้คนไทยมีค่านิยมที่รักคนเก่ารักคนที่สร้างความสุขให้เรามาอย่างยาวนาน
วันนึงถ้าเราชราภาพ แน่นอนว่าเราจะร้องเพลงแบบหนุ่มๆสาวๆมันไม่ใช่ แต่ว่าบางทีความรู้สึกของตัวเอง รู้สึกว่าคนไทยเราไม่ค่อยมีค่านิยมที่จะเชิดชูดูแลให้กำลังใจคนเก่าคนแก่
บางทีมีคอนเสิร์ตมีอะไร ก็จะคนไม่เต็ม ศิลปินก็จะเสียกำลังใจ แต่เรารู้ว่าอาทุ่มเทมาก เวลาที่จะทำคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง เราอยากให้เห็นค่าคนที่ยังอยู่ที่เขาให้ความสุขของเรามายาวนาน
วันนี้อาจจะทำให้เราร้องเพลงได้ไม่ถูกใจนัก ด้วยวัย แต่เราต้องย้อนไปเมื่อก่อน ท่านสร้างความสุขให้เราขนาดไหน อยากให้เราเห็นค่า อัลบั้มล่าสุดเพิ่งวางไปไม่นาน ซึ่งก็ร้องหลายศิลปิน”

“ถามว่ามีโปรเจ็กตือะไรให้คุณอาไหม อันนี้ก็กระทันหัน ก็อาจจะคุยกันทีหลัง คือตอนนั้นก็อยู่ในช่วงที่ ครูดำ อดีตหัวหน้าวงดนตรีสุนทราภรณ์ ก็วิ่งตรงโน้นอยู่ แล้วอยู่ๆมามีข่าวอา เราเตรียมอะไรกันไม่ทันจริงๆค่ะ แต่ว่าขอดูกันก่อน คนในวงการคงจะดูกันก่อน“
“ถามว่าคุณอาห่วงอะไรไหม อันนี้ไม่สามารถทราบได้ แต่ว่าจริงๆแล้วชีวิตอา เท่าที่ทราบก็มีความสุขถ้า ห่วงคิดว่าอาน่าจะห่วงอาอี๊ด เพราะอาอี๊ดก็มองไม่เห็น เมื่อก่อนนี้อาอยู่ ก็ยังเป็นดวงตาให้ เป็นกำลังใจ เป็นทุกอย่าง อันนี้ที่รักอามากคือ(สะอื้นไห้)
นอกจากเป็นศิลปินในดวงใจแล้ว เรามีความรู้สึกว่าอามีความเป็นสุภาพบุรุษมาก อาดูแลอาอี๊ดตลอด อาอี๊ดมองไม่เห็นก็ดูแลและรักอาอี๊ด ซึ่งเรามองแล้วเรามีความสุข แล้วเรามีความสุขจังเลยแค่เราเห็นการดูแลของอา อันนี้เป็นอันนึงที่ผูกใจเราไว้ แล้วรักอามากขึ้น”
เมื่อกี้ได้คุยกับอะไรกับอาอี๊ดไหม?
“ก็คุย บอกว่าอาไม่ต้องเหงานะจะโทรหา จะไปหา จะไปคุยที่บ้าน ก็บอกให้อาไม่ต้องเหงา อย่าเหงา คุณอาก็ขอบคุณ และเชื่อว่ามีคนอีกเยอะแยะมากมายที่ห่วงอาอี๊ด และพร้อมที่จะดูแลท่าน และอาอี๊ดก็เป็นศิลปินดารา ที่สร้างความสุขให้คนไทยมาอย่างยาวนาน ก็คิดว่าอะไรที่ดูแลอาได้ ก็น่าจะช่วยๆกัน”

