เก็บบันทึกไว้มาตลอด 20 ปี ถึงเวลาที่ผู้กำกับฯตัวจี๊ด ‘มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล พรั่งพรูคลังไอเดียจนออกมาเป็นภาพยนตร์ไซไฟ “Taklee Genesis – ตาคลี เจเนซิส” ผลงานที่ต่อยอดมาจากแรงบันดาลใจที่บ่มเพาะมาตั้งแต่เด็ก

วันนี้จังหวะดี ได้พูดคุยกับผู้กำกับฯ ‘มะเดี่ยว ชูเกียรติ’ ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังการทำภาพยนตร์ชิ้นเอกนี้

เบื้องหลังมายา

ที่มาที่ไปของภาพยนตร์เรื่องนี้?

มะเดี่ยว – “ผมทำหนังมาแล้ว ทั้งหนังรัก ทริลเลอร์ หนังผี มีความพยายามอยากทำหนังไซไฟสักพักนึงแล้ว แอบทำในซีรีส์บ้าง จนอยากกรุยทางใหม่ให้หนังไทยและให้ตัวเองด้วย ก็เลยมาคุยกับทางเนรมิตรหนังฟิล์ม ซึ่งเขามีความสนใจ

เบื้องหลังมายา

หนังไซไฟมันน่าสนใจ และในประวัติศาสตร์หนังไทยคือพยายามทำมาเยอะ แต่ช่วงแรกที่ปรากฏบนโลกนี้ที่เป็นหนังไซไฟ คือยิงจรวดขึ้นไปบนดวงจันทร์ ไปพิมพ์หน้าของดวงจันทร์ คือหนังไซไฟเต็มไปด้วยจินตนาการ ผมชอบแนวนี้อยู่แล้ว หนังไทยเคยทำแบบนี้มาประมาณนึง ได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็เลยอยากจะสานต่อ เผื่อจะเจอหนทางใหม่ๆ ครับ”

เบื้องหลังมายา

การรีเสิร์ชหนักหน่วงขนาดไหน เพราะมีทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ มีทั้งวิทยาศาสตร์?

มะเดี่ยว – “กว่าจะเป็นบทหนัง ใช้เวลานานมากเหมือนกัน เก็บเล็กผสมน้อย เวลาเกิดไอเดียอะไรก็จดไว้ วันหนึ่งก็หยิบขึ้นมาขยาย ซึ่งก้อนความคิดเต็มไปหมด เเล้วทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกัน เราทั้งดูยูทูบ อ่านหนังสือ อย่าง ต่วย’ตูน พิเศษ ที่อ่านตั้งเเต่เด็ก มันอินสไปร์เรามากเลย เพราะมีทั้งเรื่องในอดีต เรื่องในอนาคต เรื่องสัตว์ดึกดำบรรพ์ น่าจะเป็นจุดแรกที่จุดประกายให้สนใจเรื่องพวกนี้ก่อน

เบื้องหลังมายา

เสร็จเเล้ว ก็ไปหาคนบ้าหลายๆ คนที่เนิร์ดในสิ่งเดียวกัน หนึ่งในนั้นมี น้องพีพี (พัทน์ ภัทรนุธาพร ผู้ช่วยวิจัยแห่ง MIT สหรัฐอเมริกา) น้องที่อยู่ MIT คุยกับใครไม่รู้เรื่อง ต้องไปคุยกับเด็ก MIT แล้วเขาอิน สิ่งที่รีเสิร์ชมีตั้งเเต่อเมริกาทำอะไรกับใครไว้บ้างในช่วงสงครามเย็น การทดลองนี้มีจริงหรือเปล่า ถ้ามีอารยธรรมต่างดาวที่เขาควบคุมความเร็วเหนือแสงได้จะนำไปสู่อะไร การควบคุมเวลา ควบคุมการเดินทางไปที่นั่นที่นี่ในจักรวาล แล้วจักรวาลกว้างไกลเเค่ไหน จักรวาลมีหนึ่งเดียวหรือเปล่า เนิร์ดมากๆ หนังเรื่องนี้ (หัวเราะ)”

ไปรวมนักแสดงแต่ละคนได้ยังไง?

มะเดี่ยว – “ส่วนใหญ่จะเลือกจากคนที่เคยร่วมงานกันมาทั้งหมด อย่าง พอลล่า (เทเลอร์) กับ ปีเตอร์ (คอร์ป ไดเรนดัล) เราเคยร่วมงานกัน อยากให้พอลล่าได้เล่นหนัง เพราะเขามีความซีเนมาติกมาก มีบุคลิกที่น่าเอาใจช่วยโดยไม่ต้องทำอะไรเลย (หัวเราะ)

อีกอย่างตัวละคร สเตลล่า ที่พอลล่าเล่นเป็นมรดกตกทอดจากสงครามเวียดนาม ก็เลยต้องมีความเป็นลูกครึ่ง แล้วแต่ละคนมากองอ่ะ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ รู้แค่ว่าจะเล่นอะไร ก็อ่านบทมา นอกนั้นน่ะมาฟังเราแล้วกัน พอเลิกกองก็เอาออกจากหัวแล้วกลับบ้านไป เพราะถ้าเกิดเอากลับบ้านไปด้วย คือเป็นบ้า”

เบื้องหลังมายา

เพราะแบบนี้เลยต้องเป็นนักแสดงที่ค่อนข้างจะรู้จักใจคอกัน?

มะเดี่ยว – “ใช่ เรารู้สึกว่าต้องใช้ความเชื่อใจกันมากเลยในการจะทำสิ่งนี้ แล้วเราไม่มีเวลามาอธิบายต้นสายปลายเหตุ เรากำกับทั้งภาพยนตร์ ทั้งการแสดง และกำกับซีจีด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน อย่างเต็นท์มอนิเตอร์จะห้ามคนเข้า คือเวลาเล่นกับกรีน สกรีนน้องๆ ไม่เห็น แต่เราเห็น แล้วเราจะรู้ว่าต้องมองซ้ายมองขวา ต้องใช้จินตนาการสูงอีก เพราะฉะนั้นระหว่างทำงานอย่าเพิ่งมาคุยเลยนะ เช้ามาเข้ากองก็จะแบบอย่ามาทัก (หัวเราะ)”

เบื้องหลังมายา

ประกอบทุกสิ่งทุกอย่างนานขนาดไหน กว่าจะเอามาเล่าให้นักแสดงฟัง แล้วชวนเขามาเล่น?

มะเดี่ยว – “จริงๆ เรื่องนี้ 3 ปีกว่าๆ ถ้าพูดถึงการบิวต์ไอเดียพวกเนี้ยก่อนหน้านั้นอีก แต่ถ้านั่งเขียนบทกันเนี่ยปีนึงรวมขั้นตอนการเตรียมงาน จริงๆ คิวถ่ายสั้น 6-7 เดือน แต่ถ่ายเสร็จพักกันนานมาก เพราะไปทำซีจี”

สุดท้าย ภาพยนตร์เรื่องนี้คนดูจะดูยากไหม?

มะเดี่ยว – “ดูไม่ยากและเข้าใจง่ายมาก มันเป็นแค่ชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง อย่าเพิ่งไปตั้งธงในใจว่าเราใช้ ซีจีจะโชว์ของ จริงๆ เนื้อเรื่องเรียบง่ายมาก วิธีการถ่ายทอดเหมือนเราทำหนังธรรมดาเรื่องหนึ่ง และสิ่งที่ผมให้ความสำคัญกับหนังมากๆ คือการแสดงครับ”

ร่วมท้าพิสูจน์กับเรื่องราว “Taklee Genesis – ตาคลี เจเนซิส” ได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

อชริญา บุญชู

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน