จากกรณี น.ส.นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ หรือเมย์ อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ซึ่งเป็นหลานสาวของพลทหารวิเชียร เผือกสม อายุ 26 ปี ทหารเกณฑ์ ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ถูกผู้บังคับบัญชาลงโทษจนเสียชีวิต ระหว่างการฝึกซ้อมเมื่อปี 2554 และต่อมาน.ส.นริศราวัลถ์ได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรม จนกระทั่งถูกนายทหารคู่กรณีฟ้องหมิ่นประมาท และถูกจับกุมดำเนินคดีเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่น.ส.นริศราวัลถ์จะเข้าพบกองปราบปราม เพื่อแจ้งความกับตำรวจสน.มักกะสัน และตำรวจสภ.เมืองนราธิวาส รวม 8 นาย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พ.ย. น.ส.นริศราวัลถ์ เปิดเผยกับข่าวสดว่า มี 2 ประเด็นที่ตนยังรอหน่วยงานรัฐแจ้งความคืบหน้า คือ 1.กรณีที่ตนร้องเรียนเรื่องพลทหารวิเชียรถูกซ้อมทรมานจนตายนั้น ขณะนี้ทราบว่า อัยการศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 46 เตรียมสั่งฟ้องเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องในข้อหาฆ่าคนตาย แต่ตนได้ร้องขอให้แจ้งข้อหาเจตนาฆ่าคนตายเพิ่มเติม ซึ่งโทษหนักกว่า อัยการจึงให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) นำสืบข้อเท็จจริงเพิ่ม ซึ่งก่อนหน้านี้ ป.ป.ท. เคยพิจารณาชี้มูลความผิดทั้งทางวินัยและอาญาไปแล้ว

 

น.ส.นริศราวัลถ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการดำเนินการทางวินัยกับนายทหารที่เกี่ยวข้องนั้น ทราบว่าแม่ทัพภาคที่ 4 พิจารณามีความเห็นในการสั่งพักราชการแล้ว ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมเป็นการเร่งด่วนต่อ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ซึ่งท่านรับปากว่าจะให้ความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด ซึ่งตนหวังว่าจะได้รับคำตอบจากกองทัพบกว่าจะสั่งพักราชการหรือไม่

 

หลานสาวพลทหารวิเชียร กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 กรณีที่ตนถูกนายทหารคู่กรณีฟ้องหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ จนกระทั่งถูกจับกุมไปดำเนินคดีที่ จ.นราธิวาส ทราบว่าขณะนี้อัยการจ.นราธิวาสมีความเห็นสั่งฟ้องตนแล้ว ซึ่งตนได้ไปยื่นร้องเรียนต่ออัยการสูงสุดไว้ว่าสำนวนคดีการจับกุมตนนั้นไม่มีคำให้การของตนเลย เรื่องจึงส่งกลับไปที่อธิบดีอัยการภาค 9 เบื้องต้นทราบว่าจะเรียกตนไปรับทราบความคืบหน้าวันที่ 14 ธ.ค.นี้ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะสั่งฟ้องตนเลยหรือไม่

 

ขณะที่การฟ้องกลับตำรวจ 8 นาย ในฐานทุจริตและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 นั้น หลานสาวพลทหารวิเชียร กล่าวว่า ขณะนี้เข้าใจว่ากองปราบปรามกำลังรวบรวมหลักฐานอยู่ ก่อนจะส่งต่อไปที่ ป.ป.ท. ให้พิจารณาชี้มูลความผิดหรือไม่ อย่างไร เพราะตนคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากไม่เคยได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่กลับขออนุมัติศาลออกหมายจับมาจับตนถึงที่ทำงานทำให้ได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง ตนเป็นประชาชนธรรมดาที่ต่อสู้เพื่อความเป็นให้น้าชายที่ตายอย่างไม่เป็นธรรม แต่ต้องมาถูกดำเนินคดีเสียเอง จึงอยากให้ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจพิจารณาถึงความเป็นธรรมและความถูกต้องด้วย เพราะคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มีตำแหน่งเป็นนายทหารในกองทัพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน