วันที่ 2 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพ้นสถานะของพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลังจากศาลอนุมัติหมายจับ ว่า ยังไม่พ้นไปโดยอัติโนมัติ เพราะเมื่อเกิดเหตุที่จะเป็นเหตุไปสู่การลาสิกขา ต้องดูว่าสมมติมีข้อหาและถูกจับ หากศาลให้ประกันก็จบไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าไม่ให้ประกันก็ต้องเข้าสู่การควบคุมตัว แต่เราไม่มีเรื่องการควบคุมตัวพระ ฉะนั้นต้องทำให้พ้นจากความเป็นพระเพื่อให้ควบคุมตัวได้ ตอนนี้ยังตอบไม่ถูกเพราะยังไม่คำตอบอนาคตว่าจะเดินไปอย่างไร การที่พระถูกตั้งข้อหาไม่เป็นเหตุให้พ้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ถูกควบคุมตัวและศาลไม่ให้ประกันก็ต้องให้สึก คือสึกเองหรือให้พระทำการสึกให้ เราไม่เคยจำคุกพระทั้งผ้าเหลือง ขณะที่เรื่องการอาบัติอาจอาศัยเหตุบ้านเมืองมาเกื้อหนุน แต่ไม่ใช่เหตุที่จะต้องอาบัติโดยอัตโนมัติ
การจะสึกได้คือกระทำนิคหกรรม แปลว่ากระทำผิดหรือควรถูกข่ม ถ้าเข้าข่ายทำผิดถึงขั้นต้องสึกก็ยังมีหลายขั้นโดยหนักสุดคือปาราชิก ให้พ้นจากความเป็นพระซึ่งต้องมีความผิดในทางพระด้วย แต่ถ้าผิดเล็กน้อยก็ปรับอาบัติ ในอดีตเคยมีกรณีพระชั้นผู้ใหญ่ของประเทศโดยข้อหาคดีอาญาแต่ไม่เป็นความผิดในทางพระวินัย อย่าเอากรณีฆราวาสไปเทียบกับพระ เพราะไม่เหมือนกัน เช่นข้าราชการเวลาถูกคดีอาญาก็ไม่ได้พ้นจากราชการต้องมีคำสั่งไล่ออก