เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.59 ที่ชุมชนท่าโพธิ์ เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นที่ลุ่มได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมขังหลังจากเกิดฝนตกหนักตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา โดยระดับสูงประมาณ 50 ซม.ประชาชนต้องเคลื่อนย้ายสิ่งของไว้บนที่สูงหลังจากน้ำป่าจากเทือกเขาหลวงไหลบ่าเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว โดยเทศบาลได้ชักธงแดงไว้บริเวณคลองสายต่างๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม
นอกจากนี้ ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ได้เตรียมโรงเรียนในสังกัดเทศบาลทุกแห่ง เปิดรองรับประชาชนที่ประสบภาวะน้ำท่วมที่อพยพเข้าไปพักอาศัยด้วย ทั้งนี้หากประชาชนท่านใดต้องการความช่วยเหลือในการอพยพ และสามารถติดต่อขอรับการช่วยเหลือได้โดยแจ้งฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับความเสียหายเบื้องต้นจากสถานการณ์น้ำท่วมใน 9 อำเภอ ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้รายงานให้จังหวัดทราบได้แก่ อ.ชะอวด 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน อ.ทุ่งสง 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน อ.จุฬาภรณ์ 6 ตำบล 26 หมู่บ้าน อ.ร่อนพิบูลย์ 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน อ.สิชล 7 ตำบล 23 หมู่บ้าน อ.ท่าศาลา 6 ตำบล 14 หมู่บ้าน อ.นบพิตำ 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน อ.พระพรหม 4 ตำบล 22 หมู่บ้าน และ อ.ปากพนัง 1 เทศบาลเมือง ถนนสาธารณะ 50 สาย
มีผู้เสียชีวิตจากจมน้ำ 2 ราย รวมกับ วานนี้ (2 ธ.ค.) เป็นเสียชีวิต 3 ราย ราษฎรได้รับผลกระทบ 6,000 ครัวเรือน ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ ได้เข้าให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง รวมทั้งลงพื้นที่ออกตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัย หากพื้นที่ใดเกินกำลังความสามารถก็ขอให้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังจังหวัดได้ทันที เพื่อจะได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ออกไปให้ความช่วยเหลือสนับสนุนต่อไป
อย่างไรก็ตาม คาดว่ายังมีพื้นที่ประสบอุทกภัยเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังคงมีฝนตกกระจายในทุกอำเภออย่างต่อเนื่อง ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากได้รับคำเตือนภัยก็ขอให้ปฏิบัติตามด้วยอย่าได้ประมาทอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ ที่ถนนสายสี่แยกกู้ภัย-ตลาดสิชล ใน 2 ตำบล คือ ต.สิชล และ ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช มีฝนตกหนักน้ำท่วมตัดขาดถนนสายหลักทางเข้าเขาพลายดำ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.นครศรีธรรมราช เป็นระยะทาง ประมาณ 2 กม.ทั้งรถเล็กและรถใหญ่ผ่านเข้าออกไม่ได้ นอกจากนั้นยังมีน้ำท่วมเข้าบ้านเรือน ประชาชน รวมทั้งพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก

