จากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแผนเข้าจับกุม น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน หลังจากเกิดเหตุนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นจำนวนนับพันถูกลอยแพ จนต่อมาสามารถจับกุมตัวได้ที่ จ.ระนอง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวเดินทางมายังกองปราบเพื่อสอบสวนพร้อมได้ตั้งข้อหาฉ้อโกงไปแล้วนั้น

 

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. เปิดเผยว่า ตนไม่มีความกังวลเรื่องการสอบปากคำเพราะขณะนี้ได้ตัวผู้ต้องหาแล้ว ผู้ต้องหาสามารถพูดแสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้ แต่ตำรวจก็จะต้องตรวจสอบจากข้อมูลเชิงประจักษ์ คาดว่าภายหลังสงกรานต์จะมีการสอบสวนและได้ข้อมูลที่มีความชัดเจนขึ้น โดยขณะนี้ได้มีการประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ในเรื่องการยึดทรัพย์แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดโยกย้ายถ่ายโอนทรัพย์สิน แต่จากการตรวจสอบการธุรกรรมกับธนาคารของ ซินแสโชกุนนั้น เบื้องต้นทราบว่ามีจำนวนเงินอยู่ประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งเงินบางส่วนที่มีการแปลงสภาพไปเป็นอสังหาริมทรัพย์แล้วนั้น จะเร่งตรวจสอบเพื่อจะได้นำเงินคืนสู่ผู้เสียหายให้เร็วที่สุด

 

พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวอีกว่า ส่วนในกรณีที่ซินแสโชกุนมีการอ้างสถาบันเบื้องสูง ผิดมาตรา 112 นั้น ตอนนี้หลักฐานเอกสารยังไม่มีความเชื่อมโยงอยู่ระหว่างการเร่งหาอุปกรณ์ติดต่อ เช่น โทรศัพท์ของซินแสโชกุน ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ อีกทั้งตอนนี้พนักงานสอบสวนได้มีการสืบทราบแล้วว่าเครือข่ายซินแสโชกุนนั้นมีผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือ ผู้ที่เป็นแม่ข่ายทั้งหมด ประมาณ 30 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเชิญตัวทั้งหมดเข้ามาสอบปากคำ

 

ผบช.ก.กล่าวเพิ่มว่า สำหรับการจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญานั้น ยืนยันตำรวจจะคัดค้านการประกันตัวแน่นอนเพราะผู้ต้องหาอาจจะไปยุ่งหรือทำลายพยานหลักฐานได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน