สรุปภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 ก.ค. 2565 ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,560.27 จุด -12.40 จุด (-0.79%) มูลค่าการซื้อขาย 55,686.41 ล้านบาท
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีเอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 ก.ค. ปรับตัวลดลงจากความกังวลเศรษฐกิจทั่วโลกถดถอยและผู้ติดเชื้อโควิดของจีนกลับมาสูงขึ้น
ประกอบกับมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ ภายหลังจากสถานการณ์ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมากสุดในรอบ 5 ปี 6 เดือน ซึ่งหากเงินบาทยังอ่อนค่าลงอีก จะทำให้นักลงทุนต่างชาติขายออกมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดเพิ่มขึ้น อีกทั้งปริมาณการซื้อขายหุ้นไทยวันนี้ที่ค่อนข้างเบาบางและลักษณะตลาดซึมลง
ประกอบกับนักลงทุนคาดว่างบการเงินไตรมาส 2 ปี 2565 ของบริษัทจดทะเบียนโดยส่วนใหญ่จะชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้น พร้อมทั้งมีการคาดการณ์ว่าตัวเลขเงินเฟ้อไทยเดือนมิ.ย. อาจสูงขึ้นเป็น 7.45% จากเดือนพ.ค. ซึ่งอยู่ที่ 7.1% โดยจะเป็นปัจจัยกดดันให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีการประชุมขึ้นในวันที่ 10 ส.ค.นี้ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งก็จะมีผลกระทบกับมูลค่าหุ้น ทำให้มีแรงขายหุ้นออกมาเพื่อลดความเสี่ยง
โดยหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ
1.PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,364.88 ล้านบาท -0.25 บาท (-0.72%)
2.ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,273.00 ล้านบาท +2.50 บาท(+1.27%)
3.JASIF มูลค่าการซื้อขาย 2,204.41 ล้านบาท -0.40 บาท (-4.21%)
4.TU มูลค่าการซื้อขาย 2,011.63 ล้านบาท -1.10 บาท (-6.63%)
5.JAS มูลค่าการซื้อขาย 1,724.81 ล้านบาท -0.48 บาท (-13.33%)
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันที่ 5 ก.ค. หากดัชนีไม่สามารถยืนที่ระดับ 1,560 จุด ได้ มีโอกาสที่ดัชนีน่าจะไหลลงต่อ โดยให้แนวรับที่ 1,550-1,544 จุด แต่หากดัชนียืนได้มองว่าแนวต้านจะอยู่ที่ 1,568 จุดและ 1,575 จุด