“องค์หลวงพ่อเมตตา” พระพุทธเมตตามหาบารมี หรือชาวบ้านเรียกว่า “พระสิงห์ยอง” เป็นพระสิงห์หนึ่ง อายุ 400 ปี เป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์คู่วัดและชาวบ้านที่เป็นชาวยอง เลื่อมใสศรัทธา กราบไหว้มาช้านาน

ประดิษฐานที่วัดป่าตาลตั้งอยู่เลขที่ 49 ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
จากปากคำของคนเก่าแก่ในชุมชนวัดป่าตาล เล่าให้ฟังว่า พระอธิการคำอ้ายปุญญทินโน อดีตเจ้าอาวาส ท่านดูแลอุปัฏฐากพระพุทธรูปเหมือนพระพุทธรูปมีชีวิตอยู่ ตื่นเช้ามาตี 4 ก่อนทำวัตรเช้า ท่านจะให้เด็กวัดและสามเณรเปลี่ยนเวรกันต้มน้ำอุ่นมาเช็ดล้างหน้าพระพุทธรูปทุกเช้า มีไม้สีฟันและพัดหางนกยูงพัดพระพุทธรูป 3 ครั้ง ก่อนทำวัตร เหมือนดูแลอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า

วัดป่าตาล สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เจ้าอาวาสวัดป่าตาลในอดีตจนถึงปัจจุบัน รูปที่ 1.ครูบาคำ มาจาก จ.แพร่, 2.ครูบาจ๋อม 3.ครูบาปัน 4.พระเจ้าอธิการคำอ้าย ปุญญทินโน 5.พระอธิการบุญทา อินทเนตโต 6.พระอธิการจันตา อินทเนตโต 7.พระอธิการประเสริฐ ทิพพชาติโก 8.พระอธิการไพศาล พิมพสิริวัณโณ

เจ้าอาวาสวัดปัจจุบัน คือ พระครูถิรบุญวัฒน์ (มงคล ฐิตมังคโล) ปกครองวัดมาตั้งแต่ พ.ศ.2547 จนถึงปัจจุบัน
วัดป่าตาล สร้างขึ้นในพ.ศ.2325 ได้พระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2487 มีคณะศรัทธา 3 หมู่บ้านชาวยอง คือ บ้านต้นดู่ บ้านป่าตาล และบ้านแม่แต เป็นชุมชนชาวยอง โดยมีวัดป่าตาลเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน และชาวบ้าน 3 หมู่บ้านได้รวมตัวกันรักษาประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

เดิมวัดป่าตาลเป็นวัดร้าง จนถึงสมัยรวบรวมไพร่พลผู้คนเชื้อสายยองที่มาจากเมืองยอง เขต จ.เชียงตุง ประเทศเมียนมา ถูกกวาดต้อนมาอยู่เมืองเชียงใหม่ จึงย้ายมาลงหลักปักฐานที่วัดป่าตาล ต.บวกค้าง ในปัจจุบัน บริเวณวัดป่าตาลในอดีตมีสภาพเป็นกู่ หรือมีซากสิ่งก่อสร้าง เช่น พระธาตุเจดีย์ เมื่อมีผู้คนอยู่อาศัย จึงได้รับการบูรณะและสร้างวัดป่าตาลขึ้นมาใหม่

ศรัทธาประชาชนและนักท่องเที่ยว เมื่อมาสัมผัสวิถีชีวิตชาวยองที่วัดป่าตาลจะมีไกด์ทั้งกลุ่มหนุ่มสาว และผู้สูงอายุพาท่องเที่ยวในวัด มีถาวรวัตถุจำนวนมาก เริ่มต้นในวิหารกราบไหว้องค์หลวงพ่อเมตตา หรือชาวบ้านเรียกว่า พระสิงห์ยองผู้ที่มาขอพรต่างประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ทั้งโชคลาภ สุขภาพ การงาน ฯลฯ

ในวัดมีพระประธานซึ่งก่อด้วยอิฐถือปูนมีพุทธลักษณะอันอ่อนช้อยงดงามให้กราบนมัสการ “หลวงพ่อนางเหลียว” พระพุทธรูปปูนปั้นอายุกว่า 200 ปี ในวัดยังมีพระธาตุจอมยอง หมู่กุฏิสงฆ์ ศาลาบาตร ซุ้มประตูกำแพงสวยงาม

ในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยอง แสดงสถาปัตยกรรมของชาวบ้านแบบชาวยอง เพื่อส่งเสริมขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมให้ลูกหลานสืบทอดต่อกันไปตลอดจนการพูดภาษายอง ยังมีอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ในครัวเรือน การเกษตร คัมภีร์ใบลาน เมื่อครั้งอพยพมาเมื่อ 200 กว่าปีก่อนที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ภายใน 3 หมู่บ้านดังกล่าวชาวบ้านยังรวมกลุ่มผลิตสมุนไพรชาวยอง การทอเสื้อผ้าชาวยอง เครื่องจักสานผักปลอดสารพิษ เปิดหมู่บ้านโฮมสเตย์

ในวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์จะมีตลาดนัดชุมชนหน้าวัดป่าตาลให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายซื้อของจากผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านด้วย ใกล้วัดมีบ้านโบราณสมัยเจ้าขุนท่านหนึ่งสร้างไว้ ชาวบ้านเรียกว่า เฮือนเจ้นขุน สร้างอยู่อาศัยสืบทอดมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ปัจจุบันเจ้าของบ้านทำหมวกกะโล่ หมวกโบราณ หมวกท่านขุน ผลิตภัณท์จากกระดาษสา เด็กสวมได้ผู้ใหญ่สวมดี สวมใส่สบาย ควรค่าแก่การอนุรักษ์อีกด้วย ฤดูการท่องเที่ยวหนาวนี้ก็เข้าวัดไหว้พระที่วัดป่าตาลได้

การเดินทางไปที่วัดป่าตาล เริ่มต้นที่เมืองเชียงใหม่ไปตามถนนสายเชียงใหม่-แม่ออน สายตัดใหม่ (ถนนเส้นซูเปอร์ดอนจั่น) ไปจนถึงสี่แยกบ้านดู่ให้เลี้ยวขวา จะพบหมู่บ้านต้นดู่ ติดกันก็จะเป็นหมู่บ้านป่าตาลและวัดป่าตาลจะอยู่ใจกลางหมู่บ้าน มีลานหน้าวัดกว้างขวาง

หากมีโอกาสขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชาวยอง ไหว้พระขอพร ได้ทุกวัน
วิชัย ทาเปรียว