นับเป็นประวัติศาสตร์แห่งการรวมพลังศรัทธา ‘หลวงปู่ไต้ฮง’ เมื่อมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างพุทธสถาน ประดิษฐานองค์ไต้ฮงกงหินหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย ตั้งอยู่ใจกลางสาทร กรุงเทพฯ บนพื้นที่ 4 ไร่ 17 ตารางวา บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์กว่า 120 ปี

องค์หลวงปู่ไต้ฮงกงหยกขาว
“ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” เป็นมรดกแห่งเมตตาธรรม และแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า จัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2567 และเนื่องในโอกาสที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก่อตั้งครบ 110 ปี
มูลนิธิได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามอาคาร และเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงปลูกต้นสนฉัตรคู่อันเป็นต้นไม้มงคล เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569

วิชิต ชินวงศ์วรกุล
นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เล่าเจตนารมณ์ว่า มูลนิธิเปรียบเสมือนเป็นสะพานบุญของผู้มีจิตศรัทธาส่งต่อความช่วยเหลือในรูปแบบสังคมสงเคราะห์ และสืบทอดเจตนารมณ์ของหลวงปู่ไต้ฮงที่ช่วยเหลือสังคมโดยไม่เลือกชนชั้นวรรณะ และศาสนา ภายใต้ปณิธาน ‘ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต’

มูลนิธิได้ก่อสร้างอาคารศาลเจ้าฯ ติดกับ “สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” อันเป็นผืนแผ่นดินประวัติศาสตร์แห่งศรัทธาและการตอบแทนคุณแผ่นดินไทยในนาม ‘สุสานวัดดอน’ ที่ชาวจีน 710 ท่าน ได้รวบรวมเงินจัดซื้อที่ดินในปี พ.ศ.2442 สร้างสุสานสาธารณะเพื่อผู้วายชนม์ และเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งคณะเก็บศพไต้ฮงกง พร้อมศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย ในปี พ.ศ.2452-2453 ก่อนจะจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ ในนาม มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง (มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง)

องค์เทพ
“ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวแห่งนี้จะเป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาจากในประเทศและต่างประเทศ อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย สามารถรองรับผู้มีจิตศรัทธาได้ถึงหลักหมื่นถึงแสนคน โดยศาลเจ้าฯ มีบริการ ธูป และกระดาษเงินกระดาษทอง รวมถึงยันต์หลวงปู่ไต้ฮง (ฮู้แดง) อันเป็นวัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ แก่ประชาชนที่เข้าสักการะขอพร โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ หรือหากท่านประสงค์ทำบุญ สามารถทำบุญตามกำลังศรัทธา” นายวิชิตกล่าว

ดร.เศรษฐพงษ์ จงสงวน
ด้าน ดร.เศรษฐพงษ์ จงสงวน นักวิชาการอิสระด้านจีนศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านพุทธศาสนามหายาน และเป็นที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ เล่าถึงการออกแบบการก่อสร้างว่า เป็นศิลปะสถาปัตยกรรมจีนโบราณสกุลช่างแต้จิ๋ว โครงสร้างอาคารทั้งหมดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับอาคารด้วยไม้และหินแกะสลัก
หัวใจสำคัญของศาลเจ้าแห่งนี้ อยู่ที่ อาคารประธานสูง 2 ชั้น ภายในประดิษฐานองค์หลวงปู่ไต้ฮง แกะสลักจากหินหยกขาวขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย
องค์หลวงปู่ประดิษฐานอยู่ ณ ซุ้มแท่นบูชากลาง สร้างจากหินหยกแกะสลักรวม 3 ชิ้น ความสูงรวม 5.1 เมตร น้ำหนักรวม 51.50 ตัน เผยความงดงามตระการตา และเปี่ยมไปด้วยความหมายทางจิตวิญญาณแห่งองค์หลวงปู่ไต้ฮง

คณะกรรมการพาเยี่ยมชม
องค์หลวงปู่ไต้ฮงเป็นพระภิกษุจีนในสมัยราชวงศ์ซ่ง ผู้ธุดงค์มาถึงอำเภอเตี่ยเอี๊ย เมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ในช่วงเวลาที่ผู้คนเผชิญภัยพิบัติซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งพายุ น้ำท่วม ไฟไหม้ โรคระบาด และภัยแล้ง ท่านได้อุทิศตนช่วยเหลือผู้คนอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เก็บศพไปทำพิธีฝังโดยไม่รังเกียจ ตั้งศาลารักษาโรค จัดหาอาหารและสิ่งของให้ผู้ยากไร้
พร้อมชักชวนชาวบ้านและสานุศิษย์ให้ร่วมกันประกอบกิจกรรมการกุศลอย่างกว้างขวาง หลังจากท่านมรณภาพ ใน ค.ศ.1670 สิริอายุได้ 88 ปี ศิษยานุศิษย์และสาธุชนผู้ศรัทธาในปณิธานของท่านได้ร่วมแรงร่วมใจกันสืบทอดเจตนารมณ์ต่อกำเนิดเป็นพลังแห่งการกุศลที่สืบทอดมาถึงมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในปัจจุบัน





ภายนอกอาคาร
ส่วนเบื้องขวาขององค์หลวงปู่ประดิษฐานพระกษิติครรภโพธิสัตว์ หรือองค์ตี่จั่งอ้วง สร้างด้วยหินหยกขาวแกะสลัก เป็นองค์พระโพธิสัตว์ผู้ทรงมหาปณิธานในการช่วยเหลือสรรพสัตว์ที่ยังเวียนว่ายอยู่ในห้วงแห่งทุกข์
ส่วนเบื้องซ้าย ประดิษฐานพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หรือพระโพธิสัตว์กวนอิม สร้างจากหินหยกขาวแกะสลัก เป็นองค์พระโพธิสัตว์ผู้เปลี่ยนด้วยความเมตตากรุณา ตั้งปณิธานช่วยเหลือสรรพสัตว์ในทุกแห่งหนที่ยังมีผู้ทุกข์ยากร้องขอความช่วยเหลือ
การประดิษฐานพระโพธิสัตว์ทั้ง 2 พระองค์ส่งเสริมให้ศาลเจ้าแห่งนี้สมบูรณ์ทั้งในมิติแห่งศรัทธา มหากรุณาและการเกื้อกูลต่อเพื่อนมนุษย์
นอกจากนี้ภายในศาลเจ้า ณ ซุ้มแทนบูชาด้านทิศเหนือและใต้ ยังประดิษฐานเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีก 8 องค์ ทิศเหนือ ได้แก่ เทพเจ้าเหี่ยงเทียงเสี่ยงตี่ (ตั่วเหล่าเอี๊ย) เทพการศึกษา (บุ่งเชียงตี่กุง) เทวีสวรรค์เทียงโหวเซี่ยบ้อ (มาโจ้ว), เทพรักษาเมือง (เสี่ยอึ่งกง)
ส่วนทิศใต้ ได้แก่ เทพเจ้ากวนอู (กวงเสี่ยตี่กุง), เทพเจ้าโชคลาภ (ไฉ่ซิ้งเอี้ย), เทพเจ้าประจำปี (ไท่ส่วยเอี๊ย) และเทพเจ้าพื้นดิน (โทวตี่กง)
ดร.เศรษฐพงษ์บอกว่า ทุกซุ้มแท่นบูชาและรายละเอียดในศาลเจ้าล้วนรังสรรค์ขึ้นจากความประณีตและความศรัทธาที่หยั่งรากลึกลงในวัฒนธรรมจีน


ศิลปะการตกแต่งภายใน
ภายในอาคารถอดความสง่างามตามแบบศิลปกรรมพระราชวังจีนอย่างสมบูรณ์แบบ ขื่อ คาน และโครงสร้างไม้ถูกรังสรรค์ด้วยลวดลายมังกร 5 เล็บ สัญลักษณ์แห่งองค์จักรพรรดิตามคติศิลป์สมัยราชวงศ์หมิงและชิง โดดเด่นด้วยฝ้าเพดานตารางแบบโบราณ และโดมไม้การบูรแกะสลักซ้อนชั้นอย่างประณีต และปิดท้ายความวิจิตรด้วยทองคำเปลวเฉดเดียวกับที่ใช้ในพระราชวังต้องห้าม ณ กรุงปักกิ่ง
ผนังส่วนบนโดยรอบประดับด้วยงานจิตรกรรมหินหยกขาวแกะสลักระบายสีถ่ายทอดเรื่องราวอันเป็นมงคลรวม 35 เรื่อง ทั้งพุทธประวัติ แง่คิดด้านคุณธรรม จริยธรรม และตำนานเทพเจ้าสำคัญต่างๆ ตลอดจนชีวประวัติของหลวงปู่ไต้ฮง
ใจกลางอาคารโดดเด่นด้วยเสาสีทอง 16 ต้น ประดับลายมังกรคู่ดั้นเมฆที่ทอดตัวอย่างทรงพลังแฝงความหมายอันเป็นมงคลและรุ่งเรืองในทุกรายละเอียด

ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว
“งานศิลปกรรมนี้ คือ การหลอมรวมศาสตร์และศิลป์จากช่างฝีมือ และศิลปินชั้นครู เพื่อรังสรรค์ให้ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ สำหรับสักการะและแหล่งเรียนรู้ศิลปกรรมจีนตอนใต้ที่ทรงคุณค่าสืบไป” ดร.เศรษฐพงษ์กล่าว
ทั้งนี้ มูลนิธินำโดยนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ได้ประกาศเปิด “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้เข้าเยี่ยมชมสักการะขอพรแล้ว ในวันที่ 25 พ.ค.2569 ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. เปิดบริการทุกวัน