‘ลำไย’ พืชเศรษฐกิจที่สร้างงานสร้างเงิน สร้างรายได้ให้เกษตรจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกลำไยในภาคเหนือ ช่วงปลายก.ค. เป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตในฤดู ช่วงลำไยติดผลและเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ให้ผลผลิตปริมาณมากที่สุดในรอบปี โดย จ.ลำพูน เป็นแหล่งปลูกลำไยสำคัญจังหวัดหนึ่งของภาคเหนือ

หลาก&หลายเกษตร

คุณนิโรจน์ แสนไชย วัย 76 ปี เจ้าของ“สวนแสนไชย” และประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน กล่าวว่า วิกฤตลำไยล้นตลาด ราคาตกต่ำและความต้องการส่งออกที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกษตรกรขาดทุนหนัก จนต้องเลิกปลูกและโค่นต้นทิ้ง แต่ก็ส่งผลให้ช่วงก.ค.นี้ มีผลผลิตในเข้าตลาดน้อยลง จึงคาดว่าสถานการณ์ราคาลำไยในปีนี้จะมีแนวโน้มดีขึ้น

หลาก&หลายเกษตร

สิ่งที่ตนห่วงใยในปีนี้ คือการเตรียมรับมือ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงจากฝนทิ้งช่วง อากาศร้อนจัด รวมทั้งเสี่ยงวิกฤติขาดแคลนน้ำ กระแสข่าวในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา รวมทั้งฝรั่งเศลต่างเผชิญกับผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญอย่างรุนแรง ส่วนประเทศไทยไม่รู้ว่าจะได้ผลกระทบมากน้อยแค่ไหน

หลาก&หลายเกษตร

อย่างไรก็ตาม วิกฤตโลกรวนได้ส่งสัญญาณเตือนมาตลอด สังเกตได้จาก จ.ลำพูน ก็เผชิญปัญหาฝนทิ้งช่วง อากาศร้อนมากขึ้นทุกปี เดิมที่สวนจะมีผลผลิตลำไยเกรด AA ร้อยละ 80 ทุกวันนี้ได้ลำไยเกรด AA เพียงแค่ร้อยละ 20 เท่านั้น เพราะฝนตกน้อยลงทุกปี ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและปริมาณผลผลิตลำไยโดยตรง

ปีนี้หลายฝ่ายเตือนว่าอุณหภูมิความร้อน อาจแตะ 45 องศาเซลเซียส ในภาวะดังกล่าวคนยังทนแทบไม่ได้ ผมก็ห่วงว่าต้นลำไยจะรับมือกับอุณหภูมิความร้อนสูงได้มากน้อยแค่ไหน โชคดีที่สวนแสนไชยได้เปรียบในเรื่องทำเลที่ตั้ง เป็นที่ราบลุ่มริมน้ำปิง ได้น้ำมาจาก 2 ส่วนคือ แม่น้ำปิงมีฝายกั้นน้ำ และบ่อบาดาลน้ำตื้น

หลาก&หลายเกษตร

อย่างไรก็ตาม สวนได้เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตโลกร้อน โดยลงทุนติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีก 2 เครื่อง พร้อมเปลี่ยนหัวสปริงเกอร์ เป็นหัวมินิสปริงเกอร์แบบกระจายน้ำ 360 องศา หรือหัวพ่นหมอก เพื่อให้ละอองน้ำกระจายตัว ฝอยละเอียดปกคลุมทั่วทรงพุ่ม

รวมทั้งปักเสามินิสปริงเกอร์ให้สูงกว่ายอดทรงพุ่มไม้ประมาณ 2 เมตร เพื่อให้น้ำตกลงมาคล้ายฝนเทียม เพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ลดอุณหภูมิความร้อน และป้องกันอาการไหม้แดดของใบและผลไม้ได้ดีขี้น เปิดใช้งานในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัดเพื่อลดอุณหภูมิ ซึ่งที่สวนจะปรับแผนการดูแลให้น้ำเป็นระยะ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในแต่ละวัน

สำหรับ คุณนิโรจน์ เริ่มต้นชีวิตเกษตรกรเมื่อปี 2525 หลังไปศึกษาดูงานที่ประเทศอิสราเอลเรื่องการเกษตรและไม้ผล นำความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับมะม่วงในสวนทั้งการตัดแต่งกิ่ง การให้น้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตมะม่วง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากสมัยนั้นเทคโนโลยีเกี่ยวกับมะม่วงยังมีน้อย และตลาดรับซื้อมีจำกัด

หลาก&หลายเกษตร

คุณนิโรจน์จึงตัดสินใจโค่นต้นมะม่วงทั้งหมดแล้วปลูกลำไยแทน บนเนื้อที่ 86 ไร่ โดยเลือกปลูกลำไยพันธุ์อีดอ ซึ่งเป็นลำไยพันธุ์เบา ทนทานต่อโรคและแมลงได้ดี ออกดอกและเก็บเกี่ยวผลได้เร็วกว่าพันธุ์อื่นๆ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวน ประจำปี พ.ศ.2563 เนื่องจากมีผลงานโดดเด่น เปลี่ยนโลกการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรกรรมสมัยใหม่

1. เป็นคนแรกที่ใช้สารโปรแทสเซียมคลอเรต (KClO3) มาใช้ปลูกลำไยนอกฤดู ซึ่งสามารถขายได้ราคาดีกว่าในฤดู

2. คิดค้นนวัตกรรมลำไยต้นเตี้ยระยะชิด ขนาด 6 X 6 เมตร เนื่องจากต้นลำไยอายุ 20 ปี แก่และมีขนาดลำต้นใหญ่มากยากต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่งแบบตัดหนักเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ วิธีนี้ช่วยลดต้นทุนผลิตแล้วยังช่วยให้ได้ผลผลิตคุณภาพเกรด AA มากกว่าร้อยละ 50 ของผลผลิตทั้งสวน

หลาก&หลายเกษตร

3. พัฒนาเครื่องตัดหญ้าข้ออ่อน การตัดแต่งกิ่งของสวนแสนไชย ประยุกต์วิธีตัดแต่งต้นลำไยด้วยเครื่องตัดหญ้าสะพายแบบข้ออ่อนโดยเปลี่ยนจากใบมีดเป็นใบเลื่อยวงเดือน ช่วยให้การตัดแต่งรวดเร็วขึ้น แค่ 5 นาทีต่อต้น ประหยัดต้นทุนและแรงงาน

4. คิดค้นนวัตกรรมลำไยเสียบยอด หลังไปศึกษาดูงานประเทศออสเตรเลีย ซึ่งสวนผลไม้นิยมใช้การเสียบยอดเป็นหลักเพื่อให้ได้ผลผลิตที่คุณภาพและต้นตอเป็นรากแก้ว ลดปัญหาการโค่นล้มเมื่อเกิดลมแรง เขายังนำไอเดียดังกล่าวมาประยุกต์ใช้โดยใช้ต้นตอจากการเพาะเมล็ดลำไยอายุ 1 ปี เสียบด้วยกิ่งพันธุ์ลำไยอีดอ หลังจากเสียบยอดแล้ว 1 ปี จึงนำมาปลูกลงแปลงและจำหน่ายต้นพันธุ์ให้แก่ผู้สนใจ

หลาก&หลายเกษตร

5. เทคโนโลยีการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เดิมสวนแสนไชยให้น้ำโดยการสูบน้ำจากแม่น้ำขึ้นมาแล้วเปิดตามท่อ ซึ่งเปลืองน้ำ เสียเวลาและใช้แรงงานมาก จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีการให้น้ำแบบสปริงเกอร์และมินิสปริงเกอร์ พร้อมติดตั้งเครื่อง Timer กำหนดเวลาปิดเปิดน้ำอัตโนมัติ ช่วยประหยัดน้ำมากขึ้น ลดเวลาและการใช้แรงงานได้อย่างดี

ปี 2567 คุณนิโรจน์ตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้ง ล้มลำไย 20 ไร่ เพื่อปลูกต้นทุเรียน ก้าวสู่ยุคสวนเกษตรผสมผสาน โดยปลูกลำไยเกือบ 800 ต้น ร่วมกับปลูกทุเรียน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ จากเดิมที่จะล้มลำไยที่เริ่มโทรมเพราะปลูกมากว่า 20 ปี แล้วปลูกลำไยทดแทนเหมือนเดิม

หลาก&หลายเกษตร

ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูนสำรวจผลผลิตลำไยของลำพูน ในปี 2569 คาดว่ามีปริมาณลำไยทั้งสิ้น 227,871 ตันสด แปรรูปอยู่ที่ 18,019 ตันสด คิดเป็นร้อยละ 79 แยกเป็นน้ำสกัดลำไยเข้มข้น ลำไยกระป๋อง ลำไยคว้านเมล็ด และแปรรูปอบแห้ง ส่วนการบริโภคสดอยู่ที่ 47,852 ตันสด คิดเป็นร้อยละ 21 แยกเป็นตลาดในประเทศปริมาณ ร้อยละ 6 และตลาดส่งออกร้อยละ 15

สำหรับลำไยสดในปี 2569 นี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูนทำตลาดล่วงหน้า (Pre-Order) ผ่านช่องทางแพลตฟอร์ม All Online เปิดรับจองสินค้า รวบรวมออร์เดอร์ เพื่อแจ้งไปยังวิสาหกิจแปลงใหญ่ลำไย ต.ป่าซาง ให้จัดเตรียมสินค้าและจัดส่งลำไยคุณภาพจากสวนถึงผู้ซื้อได้โดยตรง

เทคโนโลยีชาวบ้าน
https://www.facebook.com/technologychaoban/

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน