ยูนิเซฟชื่นชมความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการยกระดับความปลอดภัยในโรงเรียนให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อให้โรงเรียนและสถานที่เรียนรู้ทุกแห่งทั่วประเทศไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง
มาตรการที่รัฐบาลประกาศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสอดคล้องกับข้อค้นพบจากการประเมินความปลอดภัยในโรงเรียนตามกรอบ Safe To Learn ซึ่งยูนิเซฟจัดทำร่วมกับประเทศไทยในช่วงปี 2567-2568 ความมุ่งมั่นของรัฐบาลในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดกฎหมาย นโยบาย และมาตรการที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นมาตรการห้ามลงโทษเด็กด้วยความรุนแรง และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พร้อมทั้งทำให้การผลักดันมาตรการเหล่านี้เกิดผลในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

“เด็กทุกคนไม่ควรต้องหวาดกลัวกับการไปโรงเรียน” นายเคน เลกินส์ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าว “ยูนิเซฟยินดีต่อความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนของรัฐบาลในการยกระดับความปลอดภัยในโรงเรียนให้เป็นวาระแห่งชาติ การทำให้เด็กปลอดภัยในโรงเรียนหมายถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกลั่นแกล้งและความรุนแรงตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะบานปลาย ขณะเดียวกัน เด็กที่กำลังเผชิญความเครียดหรือปัญหาต่างๆ ต้องได้รับการสังเกตเห็นและช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เด็กต้องรู้ว่าจะหันไปหาใครเมื่อเกิดปัญหา และโรงเรียนต้องมีบุคลากร ทักษะ และทรัพยากรที่เพียงพอในการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ซึ่งโรงเรียนไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้เพียงลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคการศึกษา การคุ้มครองเด็ก สาธารณสุข หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย บริการสังคม พ่อแม่ผู้ปกครอง และชุมชน”

“เด็กและเยาวชนรู้จักโรงเรียนของพวกเขาดีที่สุด เพราะพวกเขาสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยในทุกวัน การรับฟังเสียงของเด็กจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น โรงเรียนที่ปลอดภัยคือโรงเรียนที่เด็กทุกคนได้รับการคุ้มครอง ดูแล สนับสนุน และรับฟัง”
นายเลกินส์กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีองค์ประกอบสำคัญหลายด้านที่จะนำไปสู่การสร้างโรงเรียนที่ปลอดภัยอยู่แล้ว “สิ่งที่ต้องทำในขณะนี้คือการนำองค์ประกอบเหล่านี้มาทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกัน เพื่อให้การดูแลความปลอดภัยครอบคลุมเด็กทุกคนในทุกโรงเรียน”

ข้อค้นพบจากการประเมินชี้ให้เห็นถึงแนวทางสำคัญที่นำไปปฏิบัติได้จริง เช่น สนับสนุนให้เด็กกล้าพูดและขอความช่วยเหลือได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้น มองเห็นความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ และช่วยให้เด็กได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็น เสริมความพร้อมให้โรงเรียนป้องกันและรับมือกับความรุนแรง สร้างความปลอดภัยควบคู่ไปกับการป้องกันความรุนแรง โดยการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน การฝึกซ้อมแผนความปลอดภัย และการป้องกันไม่ให้เด็กเข้าถึงอาวุธ ควรดำเนินควบคู่ไปกับการป้องกันการกลั่นแกล้งและความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการดูแลสุขภาพจิต และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในโรงเรียน
ยูนิเซฟกำลังทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนวาระแห่งชาติด้านความปลอดภัยในโรงเรียนของรัฐบาล และร่วมผลักดันให้เด็กทุกคนในประเทศไทยเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย พร้อมได้รับการคุ้มครองและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง