ถ้าพูดถึง “บางมด” หลายคนอาจนึกถึงถนนพระราม 2 มหาวิทยาลัย หรือชื่อของส้มบางมดที่คุ้นหูกันมานาน
แต่ถ้าลองเลี้ยวออกจากถนนใหญ่ แล้วค่อยๆ เดินทางเข้าไปตามลำคลองจะพบว่าบางมดยังมีอีกหลายมุมที่ซ่อนตัวอยู่หลังบ้าน หลังสวน และสองฝั่งน้ำ

ที่นี่ คลองไม่ได้เป็นเพียงทางน้ำ แต่ยังเชื่อมบ้าน สวน วัด และผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน
สำหรับเด็กๆ การทำความรู้จักบางมดในครั้งนี้ไม่ได้เริ่มจากการนั่งฟังเรื่องราวอยู่เฉยๆ แต่เริ่มจากการออกไปเที่ยวจริง เล่นจริง ลองจริง และชิมจริง
“นั่งเรือสนุกมาก ลมเย็นสบาย”
เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นระหว่างเรือค่อยๆ แล่นไปตามคลองบางมด สองข้างทางมีทั้งบ้านเรือน ต้นมะพร้าว สวน และชีวิตริมคลองที่ยังดำเนินไปตามจังหวะ

เล่น ลอง ชิม
การเดินทางในคลองวันนี้ยังมีทางเลือกอย่างเรือไฟฟ้าที่พาเด็กๆ เข้าไปสัมผัสชุมชนโดยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บางเส้นทางยังเหมาะกับการออกแรงพายคายัก ดูธรรมชาติสองฝั่งคลองให้แวะเรียนรู้เรื่องราวพื้นที่ตามจุดต่างๆ
จากคลองค่อยๆ ขึ้นฝั่งแล้วเดินต่อเข้าไปในสวน พื้นที่เกษตรของบางมดไม่ได้มีไว้เพียงผลิตอาหาร แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้และพื้นที่ท่องเที่ยวที่เจ้าของสวนเปิดบ้านชวนคนเมืองเข้ามาทำความรู้จักวิถีเกษตรแบบใกล้ๆ

บางมด กรุงเทพฯ
เด็กๆ ได้เห็นว่าอาหารที่เคยเจอบนโต๊ะก่อนจะมาถึงจานต้องผ่านอะไรบ้าง ได้ลองเดินสวน มุดใต้ต้นมะพร้าว เก็บผลผลิต ดื่มน้ำมะพร้าวสดๆ จากต้น หรือทำกิจกรรมแบบชาวสวนเช่นตกปลาด้วยเบ็ดไม้ไผ่และยกยอซึ่งเป็นวิถีริมคลองที่ส่งต่อกันมาถึงลูกหลาน
“ตรงนี้มีมะพร้าวสีชมพูด้วย”
“เนื้อมะพร้าวอร่อยนะ เหมือนเยลลี่เลย”

สนุกใต้ต้นหม่อน
บางทีคำถามง่ายๆ ของเด็กก็ทำให้การเที่ยวสวนสนุกกว่าการอ่านชื่อพืชจากป้ายหลายเท่า เพราะเมื่อได้จับใบไม้ ได้กลิ่นดิน เห็นแมลงตัวเล็กๆ วิ่งผ่าน หรือชิมของที่เพิ่งเก็บจากต้น ความรู้เรื่องธรรมชาติและการเกษตรก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ที่ SAFETist Farm ยังพาเรียนรู้แนวคิดเกษตรปลอดสารและเกษตรยั่งยืนซึ่งเชื่อมโยงไปถึงการลดใช้สารเคมีและการดูแลระบบนิเวศ

SAFETist Farm
ชวนเด็กๆ สลับบทบาท เดี๋ยวเป็นเกษตรกรตัวจิ๋ว เดี๋ยวเป็นนักตกปลา เชฟ นักประดิษฐ์ หรือนักสำรวจธรรมชาติ แต่ละกิจกรรมพาให้ได้ลองจับ ลองทำ ลองสังเกต และค่อยๆ รู้จักวิถีเกษตรกับธรรมชาติรอบตัวไปพร้อมความสนุก
นี่จึงเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงเกษตรในแบบของบางมดที่ไม่ได้แยก “เที่ยว” ออกจาก “เรียนรู้” ธรรมชาติกลายเป็นสนามเล่น สวนกลายเป็นห้องเรียน ส่วนคนในชุมชนก็กลายเป็นคนเล่าเรื่องที่ดีที่สุดของพื้นที่ตัวเอง

มะพร้าวลูกนี้เก็บเอง
“ก็รู้สึกสนุกดีนะที่ปอกผลไม้ เล่นเมล็ดเป๊าะแป๊ะแบบโยนเป็นระเบิดเลย”
“วันนี้ได้ทำขนมเองด้วย”
ความสนุกของเด็กๆ จึงค่อยๆ พาเราเห็นอีกด้านหนึ่งของการท่องเที่ยวชุมชน เมื่อคนเดินทางเข้ามาไม่เพียงได้รูปสวยหรือของกินกลับบ้าน แต่รายได้ยังหมุนเวียนไปถึงเจ้าของสวน คนทำอาหาร คนขับเรือ และคนตัวเล็กตัวน้อยที่ช่วยกันดูแลพื้นที่

เรื่องมะพร้าวจากป้าดา
ขณะเดียวกัน การมีคนเข้ามาทำความรู้จักวิถีเหล่านี้ช่วยเพิ่มเหตุผลให้สวน คลอง ภูมิปัญญา และธรรมชาติที่มีอยู่เดิมยังคงได้รับการดูแลต่อไป
แนวคิดของเส้นทางท่องเที่ยวต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำในพื้นที่เองก็วางเรื่องการท่องเที่ยวไว้คู่กับการสร้างอาชีพ กระจายรายได้ และการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

สดจากต้น
บางทีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเดินทางไปยังป่าหรือภูเขาที่อยู่ไกลออกไป เพราะในกรุงเทพฯ ยังมีชุมชนริมคลองที่เด็กคนหนึ่งสามารถลงเรือในตอนเช้า แวะเข้าสวนในตอนสาย ลองเป็นชาวสวนตัวจิ๋ว เรียนรู้เรื่องต้นไม้ สัตว์ และอาหาร ก่อนกลับบ้านพร้อมเรื่องเล่ากองโตในตอนเย็น
“เมื่อกี้เห็นมีค้างคาวกำลังบิน แล้วก็มีปลาอยู่ทางนู้นด้วย”
เพราะบางมดในวันนี้ยังมีทั้งคลองให้ล่อง สวนให้ลุย ของอร่อยให้ชิม และเรื่องราวอีกมากที่รอให้เด็กๆ ออกไปเจอด้วยตัวเอง

ผู้คนริมคลอง
เสาร์นี้ มาตามเด็กๆ ไปเล่น ไปลอง และเรียนรู้จากคลองบางมดด้วยกันเวลา 13.00 น. บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ติดตามได้ทาง Facebook เพจทุ่งแสงตะวัน และ YouTube ช่อง PayaiTV ติดต่อฝ่ายรายการ โทร.08-1809-6906 อีเมล [email protected] หรือ Inbox Facebook เพจทุ่งแสงตะวัน
กนกวรรณ อำไพ