ในอดีต จ.สมุทรสาครได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตนาเกลือมากที่สุดของประเทศไทย เส้นทางสายนาเกลือครอบคลุมตั้งแต่ ต.กาหลง ต.นาโคก ต.บ้านบ่อ ต.บางโทรัด ต.โคกขาม ต.พันท้ายนรสิงห์ และบริเวณสองข้างทางของถนนพระราม 2 จนถึงเขตจ.สมุทรสงคราม แต่ความเจริญสังคมเมืองรุกขยายเข้าสู่พื้นที่การเกษตร ทำให้ตัวเลขนาเกลือสมุทรสาครลดลงเรื่อยๆ

หลาก&หลายเกษตร - เพิ่มมูลค่า‘เกลือสมุทร’ สานต่ออาชีพทำนาเกลือรุ่นปู่ย่า

อย่างไรก็ตาม ต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มอยู่ติดกับทะเล ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่จึงยังประกอบอาชีพทำนาเกลือและเลี้ยงกุ้ง หนึ่งในร้านขายเกลือที่รู้จักกันดีคือ ร้านลุงนงป้าน้องค้าเกลือ ถนนพระราม 2 กิโลเมตรที่ 50+600 ขาออก

ลุงนง หรือ คุณทนง เพ็ชรพุ่ม เกษตรกรชาวนาเกลือ ต.นาโคก เผยว่า นาเกลือแปลงนี้อยู่ในพื้นที่ต.นาโคก เป็นนาเกลือสมุทรสาครที่เหลืออยู่ไม่มากแล้ว ครอบครัวสืบทอดอาชีพการทำนาเกลือมาจากรุ่นปู่ย่าตายายนับเป็น 100 ปีแล้ว รุ่นพ่อมีลูกหลายคน แบ่งที่ดินกันไปคนละ 10-20 ไร่

หลาก&หลายเกษตร - เพิ่มมูลค่า‘เกลือสมุทร’ สานต่ออาชีพทำนาเกลือรุ่นปู่ย่า

แต่อาชีพนาเกลือหากแยกกันทำได้ผลน้อย ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ที่ดินแปลงนี้ 70-80 ไร่เป็นของพี่น้องหลายคน หมุนเวียนกันทำนาเกลือคนละปี เรียกว่านาเวร ปัจจุบันพี่น้องหลายคนไม่อยากทำอาชีพทำนาเกลือก็ขายเวรให้ลุงนงดูแล

“ผมเป็นรุ่นที่ 3 สมัยก่อนการทำนาเกลือใช้แรงงานครอบครัวช่วยกันทำ แต่ผมส่งลูกไปเรียนจึงอาศัยจ้างคนแรงงานมาช่วยทำงาน มาถึงรุ่นลูก ไม่รู้ว่าใครจะสืบทอดอาชีพนี้ต่อไปหรือเปล่า นาเกลือหลายแห่งบนถนนพระราม 2 มีนายทุนมาซื้อที่ดินไปทำโรงงาน ไร่ละ 3 ล้านบาท หากขายที่ดินก็รวยแล้ว แต่เราไม่เดือดร้อนเรื่องเงินก็ทำนาเกลือไปเรื่อยๆ” ลุงนงเผย

หลาก&หลายเกษตร - เพิ่มมูลค่า‘เกลือสมุทร’ สานต่ออาชีพทำนาเกลือรุ่นปู่ย่า

การทำนาเกลือไม่ใช่งานสบาย คนทำนาต้องเป็นคนใฝ่รู้ ช่างสังเกตและมีประสบการณ์ เริ่มตั้งแต่การระบายน้ำเข้านาแล้วตากจนถึงนาปลง (แปลงนาขั้นสุดท้ายของกระบวนการทำนาเกลือทะเล) ใช้เวลาประมาณ 40-50 วัน สามารถผลิตผลึกเกลือได้โดยธรรมชาติ

ถ้ามีฝนตกในช่วงเก็บเกี่ยวจะทำให้กองเกลือที่เตรียมขายละลายกลายเป็นน้ำในพริบตา และต้องเริ่มต้นทำความสะอาดนาและปล่อยน้ำเข้านาปลงใหม่ ดังนั้น ลุงนงจึงหยุดทำนาเกลือตลอดฤดูฝน

ทั่วไปฤดูทำนาเกลือเริ่มตั้งแต่ พ.ย.ไปจนถึงเดือน พ.ค.ของปีถัดไป การเตรียมพื้นที่นาลุงนงจะลากท่อนซุงหรือใช้รถไถปรับดินในแปลงนาให้เรียบและแน่น ยกขอบแปลงให้สูงเหมือนคันนา และมีร่องระบายน้ำระหว่างแปลง แปลงนาเกลือแบ่งที่ดินเป็น 5 ส่วน ประกอบด้วย 1. นาขัง หรือ นาวัง 2. นาตาก นาประเทียบ หรือ นาแผ่ 3. นารองเชื้อ 4. นาดอก หรือ นาเชื้อ และ 5. นาวาง นารื้อ หรือ นาปลง

หลาก&หลายเกษตร - เพิ่มมูลค่า‘เกลือสมุทร’ สานต่ออาชีพทำนาเกลือรุ่นปู่ย่า

นาแต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกัน นาขัง (นาวัง หรือ วังน้ำ) จะมีพื้นที่มากที่สุดและอยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด เพื่อสะดวกในการระบายน้ำทะเลเข้ามาขังไว้ นาในส่วนอื่นๆ จะแบ่งเนื้อที่ใกล้เคียงเท่าๆกัน “นาตาก” “นาเชื้อ” และ “นาปลง” มีระดับสูงต่ำตามลำดับเพื่อระบายน้ำเข้าสู่แปลงนาได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำ

การทำนาเกลือสมุทรเริ่มจากปล่อยน้ำทะเลให้เข้าสู่แปลงนาขัง เพื่อให้น้ำทะเลตกตะกอนจากนาขังสู่นาตาก ก่อนเข้าสู่กระบวนการทำให้น้ำทะเลระเหยออกเพื่อเพิ่มระดับความเค็ม เมื่อน้ำมีระดับความเค็มที่ 3-5 ดีกรี จะถ่ายน้ำสู่นารองเชื้อ เพื่อให้มีความเค็มอยู่ที่ระดับ 15 ดีกรี จากนั้นจะถ่ายสู่นาดอก เพื่อเพิ่มระดับความเค็มของน้ำไปจนถึง 20 ดีกรี

และถ่ายน้ำกลับไป-กลับมาระหว่างนารองเชื้อและนาดอกเพื่อเพิ่มระดับความเค็มของน้ำจนถึง 25 ดีกรี และพร้อมสู่กระบวนการตกผลึกให้กลายเป็นเกลือในนาวาง เกษตรกรจะทิ้งน้ำไว้เพื่อให้เกลือตกผลึกเป็นแผ่น เมื่อเกลือตกผลึกแล้ว จะรื้อเกลือด้วยการใช้ลั่วเดินเกลือมาแซะแผ่นเกลือ จากนั้นทำแนวและทำกองเกลือต่อไป

หลาก&หลายเกษตร - เพิ่มมูลค่า‘เกลือสมุทร’ สานต่ออาชีพทำนาเกลือรุ่นปู่ย่า

“ปีหนึ่งทำนาเกลือได้ 4 ครั้ง วิถีนาเกลือแบบดั้งเดิมพึ่งพาธรรมชาติ อาศัยธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ (แสงอาทิตย์) หลอมรวมกันจนกลายเป็นผลึกเกลือสีขาวสะอาด” ลุงนงกล่าว

หลังคนงานขูดผลึกเกลือเสร็จจะนำเกลือสีขาวมากองรวมกัน คล้ายภูเขาสีขาวลูกเล็กๆ เรียงกันเต็มผืนนา เกลือจะถูกเก็บเข้ายุ้งรอขาย เกษตรกรกักตุนไว้ขายช่วงที่ราคาสูงได้ แต่ชาวนาเกลือจำนวนมากประสบปัญหาขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียน ต้องกู้ยืมเงินจากพ่อค้าคนกลาง หรือต้องขายเกลือล่วงหน้าให้พ่อค้าไปก่อน ทำให้สูญเสียอำนาจการต่อรองราคา

หลาก&หลายเกษตร - เพิ่มมูลค่า‘เกลือสมุทร’ สานต่ออาชีพทำนาเกลือรุ่นปู่ย่า

ดอกเกลือตัวผู้

 

“ทุกวันนี้ ชาวนาเกลือทำงานวัดดวงกับดินฟ้าอากาศแล้ว ยังต้องวัดดวงกับราคาตลาด ชาวนาตั้งราคาขายเองไม่ได้ เพราะพ่อค้าคนกลางเป็นคนกำหนดราคา จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลราคากลาง” ลุงนงกล่าวและว่า ผลผลิตนาเกลือแบ่งได้หลายเกรด ชนิดเกลือเม็ดขาวจะขายได้ราคาสูง ส่วนเกลือเม็ดกลางราคาถูกลงมาหน่อย เกลือเม็ดดำนิยมใช้ในสวนเกษตร สวนมะพร้าว โรงน้ำแข็ง โรงงานไอศกรีม สมัยก่อนเรือตังเกนิยมใช้เกลือเม็ดดำไปแช่สินค้าประมง แต่ละปีจะมีรายได้จากการขายผลผลิตประมาณ 2 แสนบาท

หลาก&หลายเกษตร - เพิ่มมูลค่า‘เกลือสมุทร’ สานต่ออาชีพทำนาเกลือรุ่นปู่ย่า

นอกจากนี้ ลุงนง และภรรยา “ป้าน้อง” รวมทั้งลูกชาย “คุณนุ-คุณพิษณุ เพ็ชรพุ่ม” ยังร่วมกันวางแผนพัฒนาตลาดเชิงรุก นำเกลือมาใส่กล่องบรรจุภัณฑ์ให้ดูสวยงาม ติดฉลาก สร้างแบรนด์ “เจ๊น้องค้าเกลือ” พร้อมสโลแกน “เกลือทะนง พึงรักษาความดี ดุจเกลือรักษาความเค็ม” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า

หลาก&หลายเกษตร - เพิ่มมูลค่า‘เกลือสมุทร’ สานต่ออาชีพทำนาเกลือรุ่นปู่ย่า

“ปัจจุบันทางร้านนำเกลือมาใส่กล่องติดแบรนด์ สินค้าขายดีคือ ดอกเกลือ นิยมใช้ทำอาหารเพราะรสเค็มไม่มาก อร่อยเข้ม ภาษาชาวบ้านเรียกว่า เค็มอมหวาน กินแล้วชุ่มคอ และยังมีดอกเกลือตัวผู้ ขายกิโลกรัมละ 300 บาท ทำยากเพราะคัดเลือกทีละเม็ด นิยมใช้ในตำรับยาแผนโบราณและใช้ในพิธีปลุกเสกของขลัง” ลุงนงกล่าว

นอกจากนาเกลือแล้ว ยังเปิดธุรกิจใหม่ “ร้านนาเกลือคอฟฟี่วิว” เป็นรายได้เสริม มีมุมถ่ายรูปสวยอยู่ริมแปลงนาเกลือ

หลาก&หลายเกษตร - เพิ่มมูลค่า‘เกลือสมุทร’ สานต่ออาชีพทำนาเกลือรุ่นปู่ย่า

ใครสัญจรผ่านเส้นถนนพระราม 2 ขาออก ก.ม.50+600 แวะกินลม ชมนาเกลือ จิบกาแฟอร่อยๆ และถ่ายรูปบรรยากาศนาเกลือแบบใกล้ชิดได้ที่ ร้านลุงนงป้าน้องค้าเกลือลุงนง ป้าน้อง ใจดีมากๆ เลย พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยความยินดี หากไปไม่ถูก สอบถามเส้นทางโทร. 08-1944-8289 (ป้าน้อง)

เทคโนโลยีชาวบ้าน
https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน