‘มะเร็งปอด’ต้องหมั่นสังเกตอาการ

‘มะเร็งปอด’ต้องหมั่นสังเกตอาการ

คอลัมน์ ข่าวสดสุขภาพ 

“โรคมะเร็งปอด” ถือเป็นโรคที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในเพศชายและพบมากสุดเป็นอันดับ 5 ในเพศหญิง ซึ่งเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย

สำหรับมะเร็งปอดคนส่วนมากมีความเข้าใจว่า ผู้ที่จะเป็นโรคมะเร็งปอดได้นั้นต้องเป็นผู้สูบบุหรี่หรือผู้สูดดมควันที่เป็นมลพิษมาเป็นระยะเวลายาวนานเท่านั้น

นพ.ธัช อธิวิทวัส หน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงมะเร็งปอดว่า ที่จริงยังมีอีกหลายสาเหตุที่นำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งปอดได้ เช่น การสูดดมควันจากการทำอาหาร ควันที่มาจากธูปหรือเทียน และการเกิดยีนกลายพันธุ์ขึ้นในร่างกาย

นพ.ธัชกล่าวว่ามะเร็งปอดเป็นภัยร้ายใกล้ตัวคุณและคนที่คุณรัก ควรทำความรู้จักโรคนี้ นอกจากสาเหตุของการเป็นโรคมะเร็งปอดแล้ว สิ่งต่อมาคือหมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองและคนรอบข้าง การไอถือเป็นสัญญาณเตือนหนึ่งที่คนทั่วไปรับรู้กันดีว่าผู้ที่มีอาการไออาจจะมีปัญหาสุขภาพบางอย่างเกิดขึ้นที่ปอด แต่สำหรับโรคมะเร็งปอดนั้นจำเป็นต้องสังเกตอาการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตนร่วมด้วย

โดยหากคุณมีอาการไอเรื้อรัง ไอปนเลือด น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ เหนื่อยง่าย เสียงแหบ หากคุณมีอาการเหล่านี้แสดงว่า ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องไปหาหมอเพื่อตรวจเช็กให้แน่ใจว่ามีเนื้อร้ายอยู่ในปอดของคุณหรือไม่ เพื่อทำการรักษาให้ทันท่วงที เนื่องจากโรคมะเร็งปอดเป็นโรคที่ยิ่งรู้ไว รักษาเร็ว คุณจะมีโอกาสหายได้มากขึ้นหากถูกวินิจฉัยว่าเป็นเพียงในระยะที่หนึ่งหรือสอง

การวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งปอดหรือไม่ ต้องใช้วิธีการเอกซเรย์ที่ปอด หรือส่องกล้องเข้าไปดูในหลอดลมแล้วพบว่ามีก้อนอยู่ จากนั้นจึงตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจเพื่อดูผลว่า เป็นเนื้อร้ายหรือไม่ และอีกวิธี คือ การตรวจวินิจฉัยด้วยรังสีโดยโรคมะเร็งปอดสามารถแบ่งความรุนแรงของโรคออกเป็น 4 ระยะ ซึ่งแต่ละระยะจะมีการรักษาที่แตกต่างกันไปตามสาเหตุและความรุนแรงของอาการ

ระยะที่ 1 นั้นเป็นระยะที่จะพบว่ามีก้อนบางอย่างอยู่ในปอดซึ่งในระยะนี้ โรคมะเร็งปอดมักจะไม่มีการแสดงอาการความผิดปกติของร่างกายออกมา

ระยะที่ 2 นั้นเป็นระยะที่มะเร็งมีการแพร่กระจายเข้าสู่ต่อม น้ำเหลืองที่ขั้วปอด โดยในระยะที่ 1 และ 2 เป็นระยะที่สามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดนำก้อนเนื้อออกจากร่างกาย

ระยะที่ 3 นั้นเป็นระยะที่พบมะเร็งแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองและในช่องอก ซึ่งในการรักษาอาจใช้วิธีการผ่าตัด หรือฉายรังสี เพื่อให้เซลล์มะเร็งมีขนาดเล็กลงและหากทำได้แล้วจึงค่อยผ่าตัดออกจากร่างกาย

ระยะที่ 4 นั้นเป็นระยะที่มะเร็งได้กระจายตัวไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น สมอง ตับ กระดูก และต่อมหมวกไต เป็นต้น

ปัจจุบันผู้ที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะที่ 4 มีโอกาสที่จะรักษาอาการของโรคได้ตรงจุดมากขึ้นและสามารถใช้ชีวิตอยู่กับโรคมะเร็งปอดได้อย่างดีขึ้น เนื่องจากสามารถนำชิ้นเนื้อไปตรวจเพื่อวิเคราะห์ความรุนแรงของโรคและสาเหตุของการเกิดโรคได้โดยการรักษาโรคมะเร็งปอดระยะที่ 4 นั้นมีหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งจะใช้ในกรณีที่ตรวจพบว่ามีโปรตีนบางชนิดทำงานผิดปกติบนผิวของมะเร็ง และการรักษาแบบมุ่งเป้า หากแพทย์ตรวจพบว่าชิ้นเนื้อร้ายมีสาเหตุมาจากยีนกลายพันธุ์ เป็นต้น

นพ.ธัชกล่าวอีกว่า ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องหันมาให้ความสำคัญกับโรคมะเร็งปอด

หากคุณสังเกตพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการเข้าข่ายการเป็นโรคมะเร็งปอด อย่ารีรอที่จะไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของความผิดปกติที่เกิดขึ้นเพื่อการรักษาที่ทันท่วงทีและให้คุณได้ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข

อ่านข่าว

บทความก่อนหน้านี้พระบรมราชินี – อัครมเหสีราชวงศ์จักรี
บทความถัดไปหลวงพ่อสิลา ฐิตธัมโม อดีตเจ้าคณะ อ.บรบือ : อริยะโลกที่ 6