น่าใจหาย
คอลัมน์ เพื่อนตัวเล็ก
น่าใจหาย – เป็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เมื่อประเทศญี่ปุ่นหวนกลับมาล่าวาฬเพื่อการค้าอีกครั้ง หลังจากระงับไปนานกว่า 30 ปี ส่งผลให้ประชากรวาฬตกอยู่ในภาวะเสี่ยงครั้งใหญ่

วาฬไรต์
สายพันธุ์วาฬที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ที่สุด คือ “วาฬไรต์” ในพื้นที่แอตแลนติกเหนือ ที่มีประชากรเหลือราว 410 ตัว ซ้ำร้ายยังเป็นวาฬที่มีอัตราการผสมพันธุ์ และอัตราการเกิดต่ำมาก วาฬไรต์จึงมีจำนวนน้อยลงอย่างต่อเนื่อง

วาฬสีเทา
วาฬอีกชนิดที่น่าเป็นห่วงคือ “วาฬสีเทา” ถูกจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการสูญพันธุ์ มีประชากรกว่า 26,000 ตัว แต่สำหรับวาฬสีเทาตะวันตกนั้น สถานการณ์ยิ่งหนักหนาเพราะมีประชากรเหลือราวๆ 150 ตัวเท่านั้น

วาฬหัวคันศร

วาฬสีน้ำเงิน
“วาฬหัวคันศร” วาฬหัวแข็งที่ทะยานพุ่งทะลุแผ่นน้ำแข็งหนามากกว่า 7 นิ้วได้สบายๆ ก็เป็นวาฬอีกชนิดที่เหลือน้อยราว 10,000 ตัว เช่นเดียวกับ “วาฬสีน้ำเงิน” สัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัวโตเต็มวัยมีน้ำหนักได้มากถึง 200 ตัน หรือเท่าๆ ช้าง 33 ตัว ปัจจุบันเหลือประมาณ 10,000-25,000 ตัว
ด้วยจำนวนที่น้อยมากๆ นี้ ในอนาคตเราอาจไม่มีโอกาสได้เห็นวาฬหลายชนิด แม้วัฒนธรรมจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่ควรคำนึงมากกว่าคือ การรักษาไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์ ไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่เป็นเพื่อนสัตว์ร่วมโลกที่ต่างมีบทบาทในฐานะผู้สร้างสมดุลให้ระบบนิเวศน์ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องถามตัวเองว่า เรากอบโกยผลประโยชน์จากสัตว์มากเกินไปหรือไม่ แล้วเมื่อไหร่ถึงจะหยุดก่อนที่จะสาย