Khaosod
Online

วันอาทิตย์ ที่ 23 ก.พ. 2563

รวมพลังสังคมอินทรีย์ ชวน‘ช้อปเปลี่ยนโลก’

16 พ.ย. 2562 - 11:39 น.

รวมพลังสังคมอินทรีย์ ชวน‘ช้อปเปลี่ยนโลก’

รวมพลังสังคมอินทรีย์ ชวน‘ช้อปเปลี่ยนโลก’- เผลอแผล็บเดียว “ตลาดสุขใจ” อ.สามพราน จ.นครปฐม ก่อตั้งมาครบ 9 ปีแล้ว “คุณ อรุษ นวราช” เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ในฐานะโต้โผหลัก สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดงานครบรอบ 9 ปี พร้อมเชิญ ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์และราษฎรอาวุโส มาเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ ซึ่งได้พูดถึงตลาดสุขใจว่าที่นี่คือ พื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ บนเส้นทางสู่ยุคใหม่ของมนุษยชาติ

นพ.ประเวศ วะสี

 

หมอประเวศยังชี้ให้เห็นว่าโลกยุคเก่าเป็นยุคแห่งการเสียสมดุล เพราะคิดและทำแบบแยกส่วนเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่วิกฤตเสมอ ในขณะที่ตลาดสุขใจ สังคมสุขใจ และสามพรานโมเดล เป็นการปฏิบัติแบบคิดเชื่อมโยง ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับธรรมชาติ เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องอาหาร เรื่องเกษตรกรรม กสิกรรม และผู้บริโภค มาบูรณาการร่วมกัน

“สิ่งที่สวนสามพรานกำลังทำในเรื่องต่างๆ คือการเข้าถึงความจริง ความดี ความงาม แล้วมีคนไม่น้อยที่มาเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ ใน 9 ปีที่ผ่านมา มีคนมาตลาดสุขใจนับจำนวนได้ 7 ล้านคนแล้ว”

อรุษ นวราช

ด้านคุณอรุษให้ข้อมูลว่า มีการปรับพื้นที่ตลาดสุขใจเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยให้เชื่อมโยงกับโซน Patom Organic Village และกิจกรรมในสวนสามพราน ซึ่งมีการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล เพื่อให้ทุกคนเห็นความเชื่อมโยงของเส้นทางวัตถุดิบและอาหารตั้งแต่ต้นทางการผลิต การแปรรูป และมาสู่ผู้บริโภคที่ตลาดแห่งนี้ แต่ละร้านจะมีป้ายชื่อกลุ่มเกษตรกร รวมถึงใบประกาศข้อตกลงร่วม (PGS) ของทั้งตลาดสุขใจ และของกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ ขณะนี้มีจำนวนร้านค้า 53 ร้าน และมีการกำหนดให้อาหารที่จำหน่ายในตลาดให้มีวัตถุดิบอินทรีย์อย่างน้อย 70% ขึ้นไป

นอกจากนี้ตลาดสุขใจยังมีนโยบาย “Go Green” มีการจัดการขยะอย่างครบวงจร และงดการใช้ถุงหิ้วพลาสติก หลอดพลาสติก ขวดพลาสติก พร้อมส่งเสริมให้ผู้บริโภคนำถุงผ้า ตะกร้า มาช็อปด้วย และเปิดตลาดสุขใจในวันธรรมดาด้วย แทนที่จะเปิดวันเสาร์-อาทิตย์เหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกจะเปิดในส่วนของศูนย์อาหาร ส่วนขนม ของฝาก เสื้อผ้า และผลผลิตของกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ที่มีความพร้อม และร้านวิสาหกิจเพื่อสังคมสุขใจออร์แกนิก โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น.

งานใหญ่อีกงานที่จัดทุกปีๆ ก็คือ “งานสังคมสุขใจ” ครั้งที่ 6 ระหว่าง 13-15 ธ.ค.นี้ ที่สวนสามพราน ซึ่งเป็นงานที่บรรดาสาวกเกษตรอินทรีย์ ผู้ประกอบการ และเกษตรกรอินทรีย์ทั้งหลาย ไม่ควรพลาดเด็ดขาด เนื่องจากจัดปีละครั้งเท่านั้น ปีนี้ทางสามพรานโมเดล ร่วมกับภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล ชูคอนเซ็ปต์...“ช้อปเปลี่ยนโลก” มีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ในหลายจังหวัด รวมถึงเครือข่ายผู้ประกอบการมาร่วมกันอย่างคึกคักกว่า 200 บูธ พร้อมเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Thai Organic Platform เชื่อมห่วงโซ่อินทรีย์ครั้งแรกในไทย ซึ่งในงานแถลงข่าวการจัดงานดังกล่าว ได้เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นคนต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มาช่วยกันแจกแจงว่าที่ผ่านมาได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์อย่างไรบ้าง

บรรยากาศตลาดสุขใจ

เริ่มกันที่เจ้าบ้านอย่าง ร.ต.พงศธร ศิริสาคร รองผวจ.นครปฐม มองว่าประเด็นสำคัญของการทำเกษตรอินทรีย์ จะต้องทำความเข้าใจทุกภาคส่วนโดยเฉพาะผู้บริโภค เพราะทุกวันนี้ผู้คนในสังคมยังคลุมเครือกับคำว่าเกษตรปลอดภัย กับเกษตรอินทรีย์ซึ่งเกษตรปลอดภัยนั้นเป็นการใช้สารเคมีแต่เก็บเกี่ยวในระยะที่ปลอดภัย ส่วนเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี 100% และถือว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะได้รับรองมาตรฐานไอฟอม (IFOAM) อันเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ขณะที่เกษตรอินทรีย์ใน จ.นครปฐมรับรองกันเองภายใต้เครือข่าย ก่อนจะขยับไปรับการรับรองมาตรฐานสากล อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ในบทบาทของจังหวัดคือการเพิ่มจำนวนสมาชิกเกษตรกร และเพิ่มนวัตกรรม ซึ่งโมเดลการขับเคลื่อนของสามพรานโมเดลสามารถต่อยอดได้ จะทำให้เครือข่ายเกษตรอินทรีย์มั่งคั่งและจะยั่งยืนต่อไป

ทีนี้มาถึงคนต้นน้ำอย่าง “คุณอดุลย์ โคลนพันธ์” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนร่วมใจโนนค้อทุ่ง ต.โพนเมืองน้อย อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์ที่เริ่มจากการเป็นเกษตรกรเคมี จนเข้าสู่เกษตรกรอินทรีย์ และก้าวมาเป็นผู้ประกอบการ กระทั่งเป็นเจ้าของบริษัท ซึ่งความสำเร็จของชายจบ ม.6 คนนี้ นับเป็นตัวอย่างเกษตรกรอินทรีย์ที่ใช้การตลาดนำการผลิต โดยก่อนปลูกข้าวจะมีการเจรจากับลูกค้าก่อน แล้วจึงวางแผนปลูก

คุณอดุลย์เล่าว่า การเชื่อมเครือข่ายโครงการสามพรานโมเดล ทำให้เกิดกิจกรรมที่เรียกว่าฟาร์ม ทู ฟังก์ชัน ที่ให้ผู้บริโภคและผู้ซื้อมาเยี่ยมชมกระบวนการผลิตข้าวอินทรีย์ของกลุ่มที่มีสมาชิกอยู่ 300 ราย ซึ่งลูกค้า รายใหญ่เป็นโรงแรมในกรุงเทพฯ ทำให้ตัวเลขการสั่งซื้อข้าวอินทรีย์ในวันนี้เพิ่มเป็น 1,000 ตันจาก 4 ปีที่แล้วมีเพียง 100 ตัน ขณะเดียวกันมีเกษตกรเข้ามาในกลุ่มเพิ่มเป็น 800 ราย ที่สำคัญโควตาการผลิตข้าวอินทรีย์ในปี 63 ขายหมดแล้ว โดยทางกลุ่มจะวางแผนการผลิตล่วงหน้า วันนี้สามารถบริหารจัดการคนกินได้ ทำให้เกษตรกรวางแผนการผลิตที่เหมาะสม อีกทั้งเกษตรกรมีความมั่นคงว่าผลผลิตที่สู้อุตสาห์ลงแรงมีตลาดรับซื้อแน่นอน และได้ราคาที่สมเหตุสมผล

บุรีรัตน์ กิติกิยากร ณ อยุธยา

ส่วนเกษตรกรอินทรีย์หน้าใหม่ที่มาค้าขายอยู่ในตลาดสุขใจมาหลายปีแล้ว อย่าง “คุณบุรีรัตน์ กิติกิยากร ณ อยุธยา” เจ้าของไร่ รุ่งออร์แกนิก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ลูกสะใภ้ของ คุณอาภัสรา หงสกุล อดีตนางงามจักรวาล เล่าว่า เริ่มจากทดลองปลูกมะละกอบนพื้นที่ 4 ไร่ มีมะละกอ 400 ต้น ผลผลิตที่ออกมาได้ผลเป็นที่น่าพอใจ คนกินชอบในรสชาติ ขากลับก็ได้ซื้อผัก ข้าวอินทรีย์จากเพื่อนเกษตรกรที่มาขายในตลาดสุขใจกลับไปที่บ้าน และมีกลุ่มเพื่อนๆ ก็ฝากซื้อด้วย ขณะเดียวกันโรงเรียนและคนในชุมชนก็มาศึกษา ดูงานแปลงผักเกษตรอินทรีย์พานักเรียนมา ทำเวิร์ก ช็อป จนตอนนี้ได้รวบรวมตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนขึ้นมา และนอกจากมะละกอแล้วก็ยังปลูกพืชผักสวนครัว กล้วย มะม่วงและแตงโมด้วย

สำหรับคุณปรัชญ์ลือ พิณกาญจน์ ผู้ช่วย กก.ผจก.ใหญ่ฝ่ายกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด แจกแจงว่า เซ็นทรัลมุ่งส่งเสริมการปลูกพืชอินทรีย์ในพื้นที่ 35 จังหวัด โดยสนับสนุนองค์ความรู้รวมถึงปัจจัยการผลิต เช่นรถห้องเย็นขนส่งผัก และก้าวต่อไปเซ็นทรัลจะเชื่อมเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ไปยังหน่วยงานภาครัฐ

ขณะ ที่คุณสรียา บุญมาก ผอ.ททท. สำนักงานราชบุรี ระบุว่า ที่ผ่านมาสวนสามพรานทำเกษตรอินทรีย์ตอบโจทย์การท่องเที่ยวทางสุขภาพ และท่องเที่ยวทางการเกษตรไปในตัว ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ใกล้กรุงเทพฯ และหนุนให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่

13-15 ธ.ค.นี้ ขอเชื้อเชิญกันไปดูไปพิสูจน์ว่า“เกษตรอินทรีย์” รวมถึง “วิถีอินทรีย์” ในบ้านเราก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

อ่าน


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ รวมพลังสังคมอินทรีย์ ชวน‘ช้อปเปลี่ยนโลก’
ข่าวที่เกี่ยวข้อง