Khaosod
Online

วันพุธ ที่ 15 ก.ค. 2563

ก้าวใหม่ “สมุนไพรไทย” ภูมิปัญญารักษาโลก ในยุคที่โรคระบาด 

26 มิ.ย. 2563 - 17:00 น.

ในภาวะวิกฤติการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนทั่วโลกรวมถึงคนไทยเกิดการตื่นตัวหันมาดูแลสุขภาพตัวเอง ด้วยการพึ่งพาพืชสมุนไพรในการป้องกัน บำรุง และรักษา ตัวเองกันอย่างแพร่หลาย

หากพูดถึงการใช้สมุนไพรในการรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ มีพัฒนาการจากอดีตสู่ปัจจุบัน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งมีการรวบรวมตำราสมุนไพรในการรักษาเด็กและผู้ใหญ่ วิธีปรุงยาและวิธีใช้ยาสมุนไพรไว้อย่างละเอียด มีทั้งส่วนที่ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรและบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ ตำราใบลาน สมุดข่อย จารึก การบันทึก ในรูปแบบจิตรกรรมฝาผนังหรือหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ทำให้ปัจจุบันความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อสมุนไพรจึงไม่ได้ถูกละทิ้ง กลับกันประสบการณ์การใช้สมุนไพรยังได้รับการเรียนรู้และการถ่ายทอดจากคนรุ่นสู่รุ่น ส่งผลทำให้วัฒนธรรมการรักษาโรคความเจ็บป่วยด้วยสมุนไพรยังดำรงอยู่ในสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน

การนำสมุนไพรมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นราก ลำต้น ใบ ดอก และผล ฯลฯ ในอดีตจะไม่ได้ผ่านขั้นตอนหรือกระบวนการแปรรูปใดๆ นอกจากในทางการค้าสมุนไพรจะถูกแปรรูปหั่นเป็นชิ้นเล็กลง บดเป็นผงละเอียด หรืออัดเป็นแท่งจำหน่าย จาก “สมุนไพร” พื้นบ้าน ได้ยกระดับเป็นพฤกษศาสตร์ที่ช่วยขับเคลือนและพัฒนาสังคมไทยในหลายมิติ ทั้งด้านการแพทย์ ด้านเศรษฐกิจ ด้านนิเวศวิทยา ด้านการเกษตรกรรม และคุณค่าแห่งภูมิปัญญาและวัฒนธรรม กลายเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ

ด้วยพรรณพืชที่มีหลากหลาย กว่า 1,000 ชนิด สมุนไพรจึงเป็นพื้นฐานสำหรับยารักษาโรค สีย้อม น้ำหอม เครื่องปรุงรส เครื่องเทศ รวมถึงใช้แต่งสีและส่วนประกอบในอาหาร ซึ่งส่วนต่างๆ ของพืชสมุนไพรไม่ว่าจะเป็น ดอก ผล ใบ ลำต้น และราก จะมีลักษณะและสรรพคุณที่แตกต่างกัน ดังนั้นการนำสมุนไพรไปใช้ต้องผ่านการศึกษาและค้นคว้าวิจัย ซึ่งปัจจุบันมีสมุนไพรไทยหลายชนิดถูกนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายตามท้องตลาดเป็นจำนวนมาก แต่ที่มีการพูดถึงฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกกันในช่วงนี้ คือ สมุนไพร พลูคาว หรือ ผักคาวตอง

พลูคาว หรือ ผักคาวตอง เป็นพื้นท้องถิ่นของประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมประเทศไทยในพื้นที่ภาคเหนือ ด้วยกลิ่นและรสชาติคาว ขื่น เอียน คนไทยจึงนิยมนำมาเป็นผักแกล้มกินกับลาบ ยำ ก้อย พล่า ส้า ซึ่งผักคาวตองนี้จะช่วยลดหรือดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ที่นำมาเป็นอาหารได้ดี

สำหรับผักคาวตองเป็นผักที่มีสารสำคัญซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Flavonoid glycoside ได้แก่ Rutin มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ เสริมสร้างผนังหลอดเลือดมีสาร quercetin มีฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระบริเวณเยื่อหุ้มเซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยคณะวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ทำการศึกษาฤทธิ์ของพลูคาวต่อเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันในหลอดทดลองพบว่าสามารถกระตุ้นการแบ่งตัว ของเซลล์เม็ดเลือดขาวได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยในสัตว์ทดลองที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทดสอบสารกระตุ้นภูมิต้านทานในหนู โดยการเอาสารสกัดคาวตองฉีดใต้ผิวหนัง และปล่อยให้เกิดภูมิต้านทานนาน 10 วัน หลังจากนั้นเจาะเอาเลือดหนูมาแยกเอาเม็ดเลือดขาว มาทดสอบการฆ่าเชื้อโรค พบว่าสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้

สรรพคุณพลูคาวเพิ่มเติม

ด้วยสรรพคุณที่โดดเด่นของพลูคาว หรือ ผักคาวตอง ที่ต่อต้านยับยั้ง เชื้อไวรัสต่างๆ โดยอ้างอิงข้อมูลผลวิจัยเชิงประจักษ์จาก กรมการแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก และข้อมูลสาธารณะ โคะคุตะมิ (พลูคาว) จึงมีการนำไปเป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มสมุนไพรสกัดเข้มข้น 8 ชนิด ลาร์ซาล่า (Larsala herbal drink) ที่ผสมผสานพลังธรรมชาติแห่งโลกตะวันออกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคนี้

ลาร์ซาล่า (Larsala herbal drink) เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรพลูคาวที่ช่วยต้านไวรัส และบำรุงร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน โดยมีส่วนผสมของสมุนไพรเก๋ากี้, เจี่ยวกู้หลาน, ขมิ้นชัน และมะขามป้อม รวมทั้ง วิตามิน C และ Zinc ที่ให้ความหวานจากหญ้าหวาน ปราศจากน้ำตาล ให้พลังงานเพียง 10 แคลอรี มีความหอม อร่อย และรสชาติกลมกล่อมรับประทานง่าย

สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.larsala.com/ หรือ เฟสบุ๊ก https://www.facebook.com/larsalaherbaldrink/?ref=br_rs

นอกจากสมุนไพรพลูคาวที่กล่าวมาข้างต้น ทั่วโลกและในประเทศไทยนั้นยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่เกิดตามธรรมชาติ และพัฒนาคู่เคียงกับการแสวงหาทางออกในด้านสุขภาพและทรงคุณค่าหลายมิติแตกต่างกันไปตามยุคสมัยของสังคมโลกและสังคมไทย แม้โลกยุคใหม่จะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ยาจากสารเคมีหลายชนิดได้เข้ามาแทนที่สมุนไพร แต่ไม่ใช่ว่าจะทดแทนคุณค่าของสมุนไพรที่มีอยู่ได้ดี เพราะปัจจุบันคุณค่าของสมุนไพรกำลังได้รับความสำคัญ และพัฒนาให้เป็นระบบครบวงจร อันทำให้สมุนไพรมีคุณค่าในการพัฒนาสังคมไทยได้หลายมิติ และอย่างยั่งยืนในอนาคต

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ก้าวใหม่ “สมุนไพรไทย” ภูมิปัญญารักษาโลก ในยุคที่โรคระบาด 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง