เมื่อศัลยกรรมความงามในบ้านเรากลายเป็นเรื่องปกติ จนหลายๆ คน กล้าเปิดเผยกับแบบตรงไปตรงมาว่าไปให้หมอจิ้มเข็ม หรือลงมีดมาตรงไหน จุดไหน อย่างไรบ้าง

ยิ่งปัจจุบันนวัตกรรมความงามก้าวหน้ามากขึ้น เจ็บน้อย แผลเล็ก หรือบางอย่างไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด การทำสวยจึงมีทางเลือกมากขึ้น

หนึ่งในทางเลือกนั้นคือการร้อยไหมเสริมความงาม ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะสาวๆที่อยากหน้าเรียว ตึงเด้ง การร้อยไหมจึงไม่ใช่ทางลัดความสวยสำหรับวัยกลางคน หรือคนสูงอายุที่ผิวหย่อนยาน ขาดความกระชับเท่านั้น หากแต่กลุ่มลูกค้าหลักๆ คือวัยหนุ่ม สาว ที่อยากมีใบหน้าเรียวเล็ก

แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถร้อยไหมได้ หรือร้อยไหมออกมาแล้วสวยเป๊ะอย่างที่จินตนาการ แล้วใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มที่ไม่ควรร้อยไหม หรือมีเหตุปัจจัยอะไรที่จะทำให้การร้อยไหมอาจไม่เป็นอย่างที่คาดหวังร้อยเปอร์เซ็นต์

มีคำแนะนำจาก นพ.สถาพร จินารัตน์ ผู้ก่อตั้ง Renovia Clinic และ ผู้อำนวยการ Renovia-ABLS

เหตุใดความนิยมร้อยไหมในเมืองไทยเพิ่มขึ้นสูงมาก ?

การร้อยไหมเป็นทางเลือก หรือเป็นแนวโน้มของศัลยกรรมความงามที่พยายามไม่ทำการผ่าตัดที่รุนแรงเกินไป และหันมาใช้หลักผ่าตัดน้อยๆ การร้อยไหมจึงเป็นทางเลือกของการดึงหน้า ปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องดมยา ไม่ต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลนานๆ ไม่เสียเลือดมาก หรือมีปัญหาข้างเคียงมาก

และที่คนไทยนิยมตามเทรนด์เกาหลี เพราะรัฐบาลเกาหลีสนับสนุนการส่งออกวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมความงามที่เน้นล่าอาณานิคมในแถบเอเชีย ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างคือการร้อยไหมไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ราคาถูกกว่าการผ่าตัด สามารถทำที่คลินิกได้ ไม่ต้องไปโรงพยาบาล ผลข้างเคียงน้อย เช่น เลือดออกไม่มาก บวมช้ำน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน

แต่บางคนก็ถือว่าเสี่ยง ไม่ควรร้อยไหม ?

กลุ่มคนเหล่านั้นประกอบด้วย กลุ่มที่แพ้ยาช้า เพราะก่อนทำต้องใช้ยาช้า, คนที่ทำต้อง ไม่มีโรคเรื้อรัง หรือ โรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เพราะเวลาเจ็บความดันจะขึ้นสูง

กลุ่มที่เป็นแผลคีรอยด์ได้ง่าย หรือแผลนูน แผลหายช้า, กล่มที่เป็นโรคเลือด ต่างๆ ทำให้เลือดแข็งตัวช้า กลุ่มที่กินอาหารเสริม หรือ สมุนไพร ที่ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน อีฟนิ่งพริมโรส วิตามินอี ดังนั้น ก่อนร้อยไหมควรงดยา อาหารเสริมหรือสมุนไพรกลุ่มนี้ก่อน ประมาณ 1-2 อาทิตย์ หลังร้อยไหมก็ควรงดต่ออีก 1-2 อาทิตย์

รวมถึง กลุ่มที่มีการติดเชื้อบนใบหน้า บริเวณที่ต้องการร้อยไหม เช่น เป็นสิว เป็นหนอง อาจต้องรักษาให้หายก่อน ไม่เช่นนั้นเวลาร้อยไหมแล้วเชื้ออาจจะกระจาย เป็นอันตรายได้

นอกจากนี้ กลุ่มที่ฉีดซิลิโคลนเหลว ก็ค่อนข้างอันตราย เพราะซิลิโคลนเหลวที่ฉีดจะทำให้เกิดพังผืดหรือการติดเชื้ออ่อนๆ เวลาร้อยไหมอาจทำให้การติดเชื้อลุกลามมากขึ้น กลายเป็นฝี หนอง ซึ่งเป็น เรื่องใหญ่ รักษายากมาก เพราะเวลาที่ซิลิโคลนเหลวติดเชื้อเอาออกไม่ค่อยได้ อาจต้องผ่าตัดล้างซิลิโคบลนหลายๆ ครั้งกว่าจะหมด

นอกจากนี้ พวกที่คาดหวังสูง โดยไม่ดูตามหลักความเป็นจริง เช่น อยากหน้าเรียวมากๆ ทั้งๆ ที่โครงสร้างของกระดูกและกล้ามเนื้อไม่พร้อม เช่น กล้ามเนื้อกรามใหญ่ โหนกแก้มสูง

รวมถึงคนที่มีเนื้อแก้มไขมันเยอะ การร้อยไหมหน้าอาจไม่เรียวอย่างที่ต้องการ เพราะผลของไหมที่จะทำให้ไขมันลดลงเป็นเรื่องประเมินยาก เพราะการร้อยไหมธรรมดาเป็นเพียงการร้อยชั้นผิวหนังไม่ใช่ชั้นไขมัน

ขณะเดียวกัน กลุ่มที่มีผิวหนังยืด หรือหย่อนคล้อยมากๆ เช่น ผู้สูงอายุ อาจต้องทำอย่างอื่น เช่น ร้อยไหมแบบผูกยึด หรือการผ่าตัดดึงหน้า เพราะร้อยไหมทั่วไปที่ทำกันช่วยแก้ปัญหาได้ เฉพาะกลุ่มที่ผิวหย่อนยานในช่วงแรกเริ่ม

อวัยวะบนใบหน้าที่ไม่ควรร้อยไหม หรือเป็นจุดที่สุ่มเสี่ยงต้องระวังเป็นพิเศษ ?

บริเวณที่ไม่ควรร้อยไหมที่สำคัญที่สุดคือ หนังตาบน ซึ่งจะเกิดพังผืดหรือร้อยไปโดนอวัยวะสำคัญที่เกี่ยวกับการขยับเขยื้อนตา ทำให้การขยับเขยื้อนตาเสีย

อีกบริเวณที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ บริเวณใกล้ๆ ต่อมน้ำลาย ข้างแก้ม ซึ่งมีประสาทเส้นเลือดมากๆ หรือที่หน้าผาก ซึ่งได้ผลน้อยหรือแทบจะไม่มีประโยชน์ เพราะหน้าผากค่อนข้างตึงและลักษณะกระดูกหน้าผากไม่สม่ำเสมอ ฉะนั้นต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ต้องเลือกไหมที่เหมาะกับอวัยวะนั้นๆ ว่าต้องใช้ไหมขนาดเท่าไร ยาวแค่ไหน หลีกเลี่ยงอวัยละด้านล่างได้อย่างไร

เฉกเช่นเดียวกัน การร้อยไหมที่หางตา หรือใต้ตา ก็ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญ

หลังร้อยไหมต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

การดูแลตัวเองนอกจากแพทย์ให้ยาปฏิชีวนะ ยาลดบวม ยาแก้ปวดเป็นพื้นฐานแล้ว ใน 24 ชั่วโมงควรประคบเย็น เพื่อลดอาการบวม หรือหากเขียวจะได้ลดลง ถ้าหากมีอาการปวด บวมแดง ร้อน อักเสบต้องพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะแพทย์จะได้วิเคราะห์ว่าติดเชื้อหรือไม่ มีเลือดออกหรือไม่ เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้บางตำแหน่ง โดยเฉพาะเส้นเลือดแดงฉีกจะมีเลือดออกเยอะได้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ ในกลุ่มที่ทานอาหารเสริม ก็ต้องหยุด 1-2

และต้องงดนวดหน้า เข้าซาวน่าและการเลเซอร์ 3-4 สัปดาห์ เพื่อให้บรเวณที่ร้อยไหมได้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาก่อน ส่วนคนที่ร้อยไหมไปแล้วหากต้องการทำซ้ำ ควรเว้นช่วงห่างประมาณ 6 เดือน

พูดกันมากว่าหากร้อยไหมแล้วต้องทำต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นผิวหน้าจะหย่อนยานเร็ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร?

เป็นทั้งจริงและเท็จ ที่จริงคือถ้าร้อยไหมจำนวนมาก 100-200 เส้น จะเป็นการร้อยชั้นหนังแท้ ผลของการร้อยไหมก็เหมือนการผ่าตัดคือจะเกิดพังผืด จะเป็นแผลใต้ผิวหนัง การร้อยไหมจำนวนมากหน้าจะแข็งเป็นก้อน แก้ไขยาก ทิ้งไว้หน้าจะมีรูปร่างแปลกๆ

แต่ที่ไม่จริงคือ การร้อยไหมในจำนวนที่พอเหมาะ ไหมจะทำให้ผิวตึงขึ้นดูเป็นสาวขึ้น มีการสร้างคอลลาเจนมากขึ้น มีพังผืดพองาม และผิวก็จะหย่อนไปตามวัย ไม่ได้หมายความว่าหากร้อยไประยะหนึ่งแล้วไม่ได้ทำอีกจะทำให้ผิวหย่อนคล้อยเร็วกว่าเดิม

แสดงว่าการร้อยไหมจำนวนมากไม่ใช่เรื่องดี แต่ในโลกโซเชี่ยลโฆษณากันมากว่าร้อยไม่จำกัดเส้น ?

การร้อยไหมจำนวนมากๆ ไม่ใช่ดี ต้องพอเหมาะ พอควร และร้อยตามตำแหน่งที่ต้องการ การร้อยไหมเป็นงานศิลปะ หน้าคนเราข้างซ้ายข้างขวายังไม่เท่ากัน จึงไม่ใช่ว่าร้อยข้างละ 20 เส้นเท่ากัน และไม่ใช่ร้อยไหมขนาดเดียวกันกันทั้งหมด ก็เหมือนการระบายสี ต้องใช้สีแดง สีเหลือง หลายสีผสมผสานกันให้ออกมาสวยงาม

พัฒนาการของการร้อยไหม?

ไหมที่เข้ามาเมืองไทยเมื่อสิบกว่าปี เริ่มจากไหมเรียบ พัฒนาสู่ไหมเงี่ยง ไหมสกรู ไหมกรวย และปัจจุบันพัฒนามาสู่ไหมแบบผูกยึด ปกติการผ่าตัดดึงหน้าก็คือการดึงเอาพังผืดบนกล้ามเนื้อให้กระขับขึ้น เหมือนการรูดม่าน พังผืดด้านล่างตึงก็ยึดผิวหนังด้านบนตึงด้วย

สำหรับการผ่าตัด นอกจากผูกยึดชั้นพังผืดที่ยึดรูปหน้าแล้วยังตัดหนังทิ้งด้วยทำให้เกิดแผลผ่าตัด แต่การร้อยไหมแบบยึดไม่ตัดหนัง จึงไม่เกิดแผล แต่เป็นการเย็บพังผืดไว้กับส่วนที่เคลื่อนที่ไม่ได้ เหมือนการผูกเชือกไว้กับเสาให้ตึง เช่น กระดูก เอ็น กล้ามเนื้อ ทำให้ผิวหนังตึงอยู่นาน ใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า อาจอยู่ได้ 2-3 ปี ขณะที่ผ่าตัดดึงหน้าอยู่ได้ 3-5 ปี

การร้อยไหมแบบผูกยึดมีหลายเวอร์ชั่น แต่ที่เรโนเวียใช้แบบ Staporn Suspension Cannula(SSC) เข้าไปผูกยึด ตึงกว่าไหมธรรมดามาก คล้ายการผ่าตัดดึงหน้าโดยไม่มีแผล

ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่คลินิกเรโนเวีย เลขที่ 26 ซอยลาดพร้าว 41 (ซอยภาวนา) สามเสนนอก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 เปิดทุกวันตั้งแต่ 09:00 น. ถึง 18.00 น. โทร. 084-439-0391-2 ไลน์ @renovia อีเมล์ [email protected] เฟซบุ๊ก renovia clinic เว็บไซต์ renoviaclinics.com

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน