ภัยใกล้ตัว! 5 ของใช้ในห้องน้ำ ไม่ควรใช้ซ้ำนาน เหตุเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค-แบคทเรีย ทำให้เสี่ยงเกิดการติดเชื้อ ป่วยง่าย

ทุกคนมีผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำที่จำเป็นต้องใช้ทุกวัน เพื่อความสะดวก ทำให้หลาย ๆ คนนำมาเก็บไว้ในตู้ ชั้น หรือวางเรียงรายไว้ที่หน้ากระจก ทว่าผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการใช้บางผลิตภัณฑ์นานเกินไปอาจทำให้ไม่สบาย แถมยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และสะสมของแบคทีเรีย อาจสะสมละอองปัสสาวะและอุจจาระอีกด้วย ดังนั้น แม้ว่าห้องน้ำของคุณจะสะอาดหมดจดตั้งแต่พื้นจรดเพดาน แต่ก็ยังมีสิ่งของบางชนิดที่ควรเปลี่ยนเป็นประจำ เพื่อมีสุขภาพอนามัยที่ดี

1. แปรงสีฟัน จากการศึกษาพบว่าแปรงสีฟันที่ใช้เป็นเวลานานกว่าสามหรือสี่เดือนจะมีประสิทธิภาพในการกำจัดคราบพลากหรือคราบจุลินทรีย์สะสมน้อยลง เสี่ยงต่อฟันผุ และปัญหาเหงือก เนื่องจากขนแปรงเริ่มกระจาย โดยฮันนาห์ ยัง นักสุขศาสตร์ทันตกรรมและแอมบาสเดอร์ของ Colgate กล่าวกับเดอะซันว่า “คุณควรเปลี่ยนแปรงสีฟัน หรือหัวแปรงสีฟัน ทุกสามเดือนและอย่าใช้ร่วมกัน เพราะอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส เช่น ไวรัสตับอักเสบบีและซี นอกจากนี้ ยังไม่ควรเก็บแปรงสีฟันไว้ใกล้กับแปรงสีฟันอื่น ๆ”

พร้อมทั้งกล่าวเสริมว่า “สิ่งสำคัญคือเราต้องเปลี่ยนแปรงสีฟันของเราหลังจากเป็นหวัด ไอ หรือมีไข้ เนื่องจากเชื้อโรคสามารถอาศัยอยู่บนขนแปรงของแปรงสีฟัน และสภาพแวดล้อมที่ชื้นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับแบคทีเรีย ดังนั้น การเปลี่ยนแปรงเป็นขั้นตอนที่ง่ายและราคาไม่แพงที่จะช่วยดูแลทั้งสุขภาพปากและสุขภาพโดยรวมของเรา”

2. แปรงหวีผม ตามข้อมูลของสหพันธ์อาหารและเครื่องดื่ม รูขุมขนขนาด 1 มม. สามารถเก็บเชื้อโรคได้ 50,000 ตัว และแปรงหวีผมสามารถมีกักเก็บเชื้อโรคได้ ดังนั้น ควรล้างแปรงด้วยน้ำสบู่และน้ำร้อนทุกสัปดาห์ และเปลี่ยนเมื่อขนแปรงแสดงสัญญาณเสื่อมสภาพ

มาริลีน เชอร์ล็อค จาก Institute of Trichologists กล่าวว่า “แปรงจะเก็บสิ่งสกปรกตกค้างของผลิตภัณฑ์ผม เช่น มูสหรือสเปรย์ ซึ่งอาจเหนียวและดึงดูดสิ่งสกปรก โดยแปรงหวีผมอาจมีไขมันและ แบคทีเรียจากเส้นผมที่ร่วงภายในแปรง หากใช้แปรงหวีผมต่อไปโดยไม่สระผมเป็นประจำ ทำให้เพิ่มสิ่งสกปรกกลับไปที่เส้นผมและหนังศีรษะ ซึ่งอาจเกิดรังแคหรือเชื้อราขึ้นได้

3. ใบมีดโกน ดร.คริสโตเฟอร์ โรว์แลนด์-เพย์น แพทย์ผิวหนังของฮาร์ลีย์ สตรีท ระบุว่า เนื่องจากการเสียดสีระหว่างผิวหนังกับมีดโกนอาจทำให้เกิดผื่นขึ้นได้ ดังนั้น ควรสังเกตใบมีดโกนที่เริ่มมีสนิมขึ้นเล็กน้อยหหรือใบมีดที่มีความหมองคล้ำอาจอุดตันด้วยผิวหนังที่ตายแล้ว ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยบุบและการระคายเคือง คำแนะนำ คือ ควรเปลี่ยนใบมีดหลังจากโกนทุก ๆ สองถึงสามครั้ง

4. ฟองน้ำ ใยบวม และพัฟอาบน้ำ ฟองน้ำนุ่ม ๆ ที่ใช้งานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการกำจัดสิ่งสกปรกที่สะสมในระหว่างวัน จึงไม่แปลกใจเลยที่ฟองน้ำจะสะสมสิ่งสกปรกไว้ด้วย ฟองน้ำมีแบคทีเรียสะสมอยู่ในรู เชื้อโรคมากกว่าหนึ่งพันล้านตัวสามารถเติบโตได้ในฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ หลังจากใช้งานหนึ่งวัน นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแอริโซนาเผยว่า ผ้าเช็ดจานและฟองน้ำมีแบคทีเรียที่ก่อโรคจำนวนมาก รวมทั้งเชื้อ E coli และสายพันธุ์ของ Salmonella และ Staphylococcus

5. ยาและอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ในตู้ห้องน้ำมีวัน เดือน ปีที่ผลิตหรือระยะเวลาใช้งาน ดังนั้นจึงควรสังเกต เมื่อเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ควรตรวจสอบอายุการเก็บรักษา เพื่อป้องกันการเก็บจนลืมใช้และสิ่งของหมดอายุ แต่ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งเตือนว่าคุณควรตรวจสอบฉลากของครีมทาผิว ยา หรืออาหารเสริมก่อนที่จะกลืนเข้าไป

โชนา วิลกินสัน นักโภชนาการให้สัมภาษณ์กับเดอะซันว่า “แมกนีเซียมสเตียเรตอยู่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากมาย และแม้ว่าจะเป็นที่ยอมรับว่าบริโภคได้อย่างปลอดภัย แต่หากคุณกลืนกินมากเกินไปก็สามารถมีผลเป็นยาระบายโดยการระคายเคืองเยื่อบุเยื่อเมือกของลำไส้ของคุณ ทำให้ลำไส้ของคุณกระตุกและทำให้ลำไส้เคลื่อนไหว หรือแม้แต่ท้องเสีย”

ขอบคุณที่มาจาก The Sun

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน