“เสถียร จันทิมาธร”
“ฮว่อหยี่เจีย” เรียกการสนทนาข้ามคืนระหว่างซุนกวนกับโลซกตามสำนวนแปล บุญศักดิ์ แสงระวี ว่า “นโยบายบนยี่ภู”
ขณะที่บางคนเรียกว่า “ยุทธศาสตร์กังตั๋ง”
เมื่อเขียนหนังสือเรื่องสามก๊กฉบับคนเดินดินตอน “แหวะหัวใจซุนกวน” ตีพิมพ์เมื่อเดือนธันวาคม 2533 “เล่าชวนหัว” ระบุว่า โลซกเป็นคนดังคนหนึ่งทีเดียวในสามก๊กฉบับประวัติศาสตร์ บทบาทที่เขาฝากไว้ต่อบ้านเมืองและสังคม
นับว่าเป็นแบบฉบับที่ดีมากให้แก่คนรุ่นหลังเอาเยี่ยงเอาอย่าง
เมื่อจิวยี่ส่งสาส์นของซุนกวนชวนให้ไปรับราชการที่กังตั๋ง โลซกก็สละตำแหน่งลูกเศรษฐีมีเงินถังไปนั่งรับเงินเดือนไม่กี่อีแปะทันที
สามก๊กฉบับสมบูรณ์สำนวนแปล พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช ตั้งข้อสังเกตใน เชิงอรรถว่า
คำสนทนาของซุนกวนกับโลซก ในตอนนี้คล้ายคลึงกับคำสนทนาระหว่าง เล่าปี่กับขงเบ้ง โลซกมองเห็นล่วงหน้าไม่แพ้ขงเบ้ง ทั้งยังเห็นมานานก่อนขงเบ้ง 7 ปี ขณะที่ตอนนั้นกำลังฝ่ายเล่าปี่ยังเล็กมาก
จุดคล้ายคลึงเห็นได้จากการเปรียบเทียบ
โลซกมองว่าฮั่นเสื่อมทรุดไม่อาจฟื้นขึ้นได้อีก มีแต่ซุนกวนต้องซุ่มรอจังหวะรักษาเจียงตงไว้ให้มั่น ฉวยจังหวะที่ภาคเหนือวุ่นวายขยายความมั่นคงบริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงแล้วคอยโอกาสที่จะตั้งตนเป็นฮ่องเต้
ขงเบ้งมองว่าฮั่นเสื่อมทรุด แต่จะฟื้นขึ้นได้ก็ด้วยอาศัย พระเจ้าอาเล่าปี่ พยายามไม่ปะทะโจโฉโดยตรง สามัคคีซุนกวน รอจนกำลังเข้มแข็งค่อยบุกเหนือ
ทั้งๆ ที่เป็นการมองสภาพการณ์ตรงกัน แต่เหตุใดของขงเบ้งจึงดังกว่าของโลซก
โลซกเสนอ “นโยบายบนยี่ภู่” หรือ “ยุทธศาสตร์กังตั๋ง” ในปี ค.ศ.200 ขณะที่ขงเบ้งเสนอ “แถลงการณ์หลงจ้ง” ในปี ค.ศ.207 ห่างกันประมาณ 7 ปี
มองในแง่ดี สะท้อนวิสัยทัศน์โลซกกับขงเบ้งตรงกัน
กระนั้น หากพิจารณาเปรียบเทียบในรายละเอียดจากข้อสังเกตในเชิงอรรถของ พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช สามก๊กของโลซก
คือ โจโฉ ซุนกวน เล่าเปียว
ขณะนั้นก๊กเล่าปี่ยังไม่เกิด โลซกมองว่าโจโฉเข้มแข็งคงไม่ถูกกำจัด ไปในทันที ควรรักษา แดนเจียงตงไว้ให้มั่น ฉวยโอกาสจังหวะภาคเหนือวุ่นวายปราบหวงจู่ เล่าเปียวก่อน
สามก๊ก ของ ขงเบ้ง คือ โจโฉ ซุนกวน เล่าปี่
ขณะกำลังฝ่ายเล่าปี่ยังน้อย หลีกเลี่ยงปะทะโจโฉ สร้างแนวร่วมกับซุนกวน พยายามสร้างฐานที่มั่นขึ้น
หากถือเอาบทสรุปของ “ฮว่อหยี่เจีย” เป็นบรรทัดฐานและตรวจสอบระหว่างมุมมองของโลซกกับมุมมองของขงเบ้งก็จะประจักษ์ในความหลักแหลม
นั่นก็คือบทสรุปที่ว่า
การวิเคราะห์ของโลซกนับว่าได้เริ่มต้นจากความเป็นจริง สอดคล้องกับสถาน การณ์ภววิสัยโดยสิ้นเชิง เริ่มต้นจากความเป็นจริงที่สามก๊ก คือ โจโฉ ซุนกวน เล่าเปียว สอดคล้องกับสถานการณ์ภววิสัยที่โจโฉกำลังเติบใหญ่ขยายตัวและมีความเข้มแข็งมากที่สุดกระทั่งสามารถคุกคามต่อซุนกวนได้
เป้าหมายจึงอยู่ที่ เล่าเปียว ไม่ใช่โจโฉ
ตรงกันข้าม การวิเคราะห์ของขงเบ้ง 7 ปีให้หลัง ประเมินบทบาทและความหมายของเล่าเปียวค่อนข้างต่ำ โดยชูเล่าปี่ขึ้นมาแทนที่ อาจไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในขณะนั้น
แต่ก็ถือได้ว่าเป้าหมายของเล่าปี่ย่อมเป็นเล่าเปียว
ในความเป็นจริง เล่าเปียวก็พร้อมจะมอบอำนาจให้กับเล่าปี่อย่างเต็มที่ เพียงแต่ เล่าปี่คิดการรอบคอบ ไม่ยอมรับอำนาจทันทีทันใดแม้ว่าขงเบ้งพยายามกดดันอย่างเต็มกำลังความสามารถก็ตาม
จุดร่วมอย่างสำคัญของโลซกและขงเบ้งก็คือ เล่าเปียว หรือเกงจิ๋ว
ลักษณะร่วมในทางยุทธศาสตร์เช่นนี้เองที่ทำให้ก๊กของซุนกวนกับก๊กของเล่าปี่ทั้งสามัคคีและต่อสู้กันอย่างยาวนานโดยแวดล้อมอยู่กับเมืองเกงจิ๋ว
ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ สรุปว่า ซุนกวนหลังได้ฟังโลซกวิเคราะห์ก็ให้ความเชื่อถือ และเคารพโลซกมาก อีกทั้งอายุห่างกันแค่ 10 ปี ยังพอจะคุยภาษาเดียวกันได้
ส่วนเตียวเจียวไม่ค่อยชอบโลซก
เพราะเห็นว่า อายุยังน้อย (35 ปี) เกรงว่า จะไม่สุขุมรอบคอบเพียงพอ แต่ซุนกวนเห็นว่า โลซกมีมุมมองที่ลุ่มลึก ละเอียดและให้คำปรึกษาชัดเจน ตรงไปตรงมา
มีปัญหาคราวใดก็จะนำไปปรึกษาหารือกับโลซกเสมอ