วิถีแห่งอำนาจโลซก : คณะที่ปรึกษา ซุนกวน (13)

“เสถียร จันทิมาธร”

รับรู้กันโดยพื้นฐานว่า ซุนเซกตายเมื่อปี ค.ศ.200 ขณะอายุได้เพียง 26 ปี ก่อนตายได้สั่งความผ่านนาง งอฮูหยิน มารดา มีเนื้อหาที่สำคัญ

1 แสดงความมั่นใจต่อซุนกวน

“อันซุนกวนนี้ถึงเป็นเด็กก็จริง แต่สติปัญญามากกว่าข้าพเจ้า 10 ส่วน เห็นจะว่าการเมืองนี้ได้อยู่”

1 ฝากฝังบุคคล 2 คน

“อันการข้างในนั้น ถ้าเหลือความคิด ก็ให้ปรึกษากับเตียวเจียว ซึ่งการสงครามนั้น ขัดสนประการใด ก็ให้คิดอ่านกับจิวยี่เถิด”

เท่ากับ เตียวเจียว และ จิวยี่ เป็น “ที่ปรึกษาใหญ่” โดยอัตโนมัติ

เตียวเจียว หรือ จางเชา เกิดเมื่อปีค.ศ.156 เป็นชาวเมืองเผิงเฉิง (ปัจจุบันคือเมืองชีจิ๋วในมณฑลเจียงซู) มีความรู้กว้างขวาง คงแก่เรียน เป็นผู้ช่วยซุนเซกสร้างแคว้นกังตั๋ง

จิวยี่ หรือ โจวหยี่ เกิดเมื่อปี ค.ศ.175 เป็นชาวอำเภอซู เมืองหลูเจียง (โลกั๋ง) มณฑลอันเฮวย มีชื่อรองว่ากงจิ่น รูปร่างสง่างาม เชี่ยวชาญทั้งบู๊และบุ๋น เป็นคู่เขยร่วมกับซุนเซก และเป็นขุนพลคนสำคัญของซุนเซก

ความเป็นจริงก็คือเตียวเจียวอาวุโสกว่าซุนกวน 12 ปี จิวยี่อาวุโสกว่าซุนกวน 3 ปี

จากนั้น จิวยี่ แนะนำ โลซก และชักนำให้ โลซก มาเป็น “ที่ปรึกษา” จากนั้น โลซก แนะนำ จูกัดกิ๋น และชักนำมาเป็น “ที่ปรึกษา”

เมื่อเตียวเหี้ยนกลับจากพระนครฮูโต๋ก็ชักนำและพาโกะหยงเข้าไปหาซุนกวน

ฉะนี้เอง สามก๊กสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง(หน) จึงว่า ฝ่ายซุนกวนมีน้ำใจโอบอ้อมอารีต่ออาณาประชาราษฎรทั้งหลาย จึงสร้างตึกใหญ่ตึกหนึ่งไว้เป็นที่พำนักแก่อาณาประชาราษฎรทั้งปวง อันมีสุขทุกข์ตั้งให้เกายง เตียวเหี้ยน เป็นผู้ใหญ่สำหรับรับรองผู้มีปัญญาซึ่งไปมา

แล ซ่องสุม เกลี้ยกล่อม ผู้คนทั้งปวงได้เป็นอันมาก

สำนวน วรรณไว พัธโนทัย ขยายความ ครั้งนั้นมีคนดีมีความรู้ความสามารถเข้าด้วยซุนกวนเป็นจำนวนมาก

อาทิ ขอดเต๊ก ชาวเมืองห้อยเข ผู้มีสมญาว่า เต๋อยุ่น

เหยียมจุ้น ชาวเมืองเพ้งเสีย ผู้มีสมญาว่า ม่านฉาย ชีจ๋อง ชาวเมืองไพก๋วน ผู้มีสมญาว่า เจิ้งเหวิน เฉิงปิ่ง ชาวเมืองหยีลำ ผู้มีสมญาว่า เต๋อซู จีห้วน ชาวเมือง ต๋องง่อ ผู้มีสมญาว่า กงซี จอซัน ผู้มีสมญาว่า ข่งซิ่ง

บุคคลเหล่านี้พากันมากังตั๋งทั้งสิ้น และซุนกวนก็ต้อนรับเลี้ยงดูอย่างดีเลิศ

อันตรงกับบทสรุปของ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ที่ว่า ด้วยเหตุที่กังตั๋งอยู่บริเวณดินแดนแถบปากแม่น้ำแยงซีเกียงซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ จึงมีบัณฑิตและนักปราชญ์ซึ่งหนีภัยสงครามมารวมตัวกันมากมาย

บทสรุปนี้ “เซวียนปิ่งซ่าน” แห่งหนังสือ “101 คำถามสามก๊ก” อ้างอิงจากที่ “กู้เอี๋ยนอู่” เขียนไว้ในหนังสือญือจือลู่ เล่ม 31 คำเจียงซี (กังไส) กว่างตง (กวางตุ้ง) กว่างซี (กวางสี) ว่า

แม่น้ำแยงซีตั้งแต่ลี่หยางไปถึงจิงโข่ว (เกียเค้า) ไหลเฉียงไปทางเหนือจึงมีชื่อฟากตะวันออกฟากตะวันตก”

จิงโข่วในที่นี้คืออำเภอเจิ้นเจียง มณฑลเจียงซูในปัจจุบัน

แม่น้ำแยงซีจากอำเภอลี่หยาง มณฑลอานฮุยไปถึงหนานกิง (หนันจิง) มณฑลเจียงซูนั้น ไหลไปทางตะวันออก ดังนั้น แม่น้ำแยงซี ช่วงตั้งแต่ลี่หยางไปถึงเจิ้นเจียง จึงเป็นเครื่องหมายแบ่งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ดินแดนฝั่งตะวันออก และฝั่งใต้ ของแม่น้ำ คือ เจียงตง หรือ กังตั๋ง

ฝั่งตะวันออกและฝั่งเหนือของแม่น้ำ คือ เจียงซี หรือ กังไส

จึงเห็นได้ว่า กังตั๋ง (เจียงตง) กังไส (เจียงซี) ในประวัติศาสตร์จีน ได้ชื่อมาจากปัจจัยทางธรรมชาติ ไม่ใช่สาเหตุทางการเมือง การปกครอง

พงศาวดารสามก๊กจี่ ภาคง่อก๊ก บทประวัติซุนเซก ก่อนตายซุนเซก กล่าวกับซุนกวนว่า

“อาศัยกำลังคนของกังตั๋งต่อสู้กับปรปักษ์ชิงชัยในใต้ฟ้าเจ้าสู้พี่ไม่ได้ แต่การใช้คนดีให้ทุกคนทุ่มเทหัวใจรักษากังตั๋งพี่สู้เจ้าไม่ได้”

คำว่า “การใช้คนดี” จึงเป็นจุดเด่นอย่างยิ่งของซุนกวน

อาจกล่าวได้ว่า ในทางการเมือง การปกครอง ที่ปรึกษาคนสำคัญของซุนกวนคือ เตียวเจียว ในทางการทหาร ที่ปรึกษาคนสำคัญของ ซุนกวน คือ จิวยี่

การเบียดแทรกเข้าไปของ โลซก จึงทรงความหมาย

ทรงความหมายไม่เพียงเพราะจิวยี่เป็นคนแนะนำและชักนำโลซกเข้ามา หากโลซกยังเป็นคนที่ดึงเอาจูกัดกิ๋นมาร่วมในทีมสภาที่ปรึกษาอีกด้วย

นี่คือฐานทางความคิดที่สำคัญของซุนกวน

บทความก่อนหน้านี้วินาทีกามิกาเซ่! ล้อยักษ์พุ่งข้ามเลน ตรงดิ่งสุดระทึก ถอยสุดทางไม่พ้น ชนโครมพังยับ
บทความถัดไปทนายตั้มพร้อมลุย หากครูปรีชายังเดินหน้าสู้คดีหวย 30 ล้าน ลั่นแจ้งความกลับทุกคนแน่