วิถีแห่งอำนาจโลซก : ท่าที เล่าปี่ ต่อเกงจิ๋ว (16)

“เสถียร จันทิมาธร”

สามก๊กสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง(หน) บรรยายว่า ขงเบ้งจึงถามเล่าปี่ว่า “ซึ่งเล่าเปียวว่า ทั้งนี้หวังจะยกเมืองเกงจิ๋วให้แก่ท่านเหตุใดท่านจึงไม่รับ กลับบิดพลิ้วอยู่ฉะนี้”

เล่าปี่จึงตอบว่า

“เล่าเปียวมีคุณแก่เรา แล้วลูกหลานว่านเครือก็มีอยู่เป็นอันมาก ครั้นเราจะล่วงเข้ารับเอาความครหานินทาก็จะมีแก่เราต่างๆ” 

ขงเบ้งจึงว่า “ตัวท่านมีความสัตย์ซื่อนัก”

สอดรับกับสำนวน วรรณไว พัธโนทัย ขงเบ้งถามเล่าปี่ว่า “เล่าเปียวจะให้ท่านเป็นผู้ว่าการเกงจิ๋วไฉนท่านจึงอิดเอื้อนอยู่”

เล่าปี่ตอบว่า

“เล่าเปียวเป็นผู้มีคุณแก่ข้าพเจ้าเป็นอันมาก เลี้ยงดูข้าพเจ้ามาเป็นอันดี ข้าพเจ้าจะฉวยโอกาสเข้าแย่งตำแหน่งในขณะที่เล่าเปียวเข้าตาจนเช่นนี้ได้ลงคอละหรือ”

ขงเบ้งถอนใจใหญ่แล้วว่า “ท่านเป็นคนใจดีมีศีลธรรมโดยแท้”

ขณะกำลังหารือกันอยู่นั้นมีคนมาแจ้งว่า เล่ากี๋บุตรเล่าเปียวมาขอพบ เล่าปี่จึงให้เชิญตัวเข้ามา เล่ากี๋กระทำคำนับแล้วร้องไห้โฮ “แม่เลี้ยงข้าพเจ้าเกลียดชังข้าพเจ้ายิ่งนัก คิดจะทำร้ายข้าพเจ้าอยู่ทุกเวลา ชีวิตข้าพเจ้าจะสิ้นในวันพรุ่งแล้ว ขอท่านอาเมตตาช่วยเหลือข้าพเจ้าด้วยเถิด”

เล่าปี่ตอบว่า “เรื่องในครอบครัว ไฉนจึงมาพูดกับข้าพเจ้าด้วยเล่า”

ขงเบ้งยิ้ม เล่าปี่จึงให้ขงเบ้งช่วยคิดอ่านให้เล่ากี๋ ขงเบ้งตอบว่า “เรื่องในครอบครัวข้าพเจ้าไม่กล้าคิดอ่านอันใดได้ดอก”

เท่ากับฉายสะท้อนปัญหาซึ่งดำรงอยู่ในเกงจิ๋ว

กรณีของเล่าเปียวดำเนินไปเหมือนกับกรณีของโตเกี๋ยม เพียงแต่กรณีของโตเกี๋ยมคือการยกเมืองชีจิ๋วให้ ขณะที่กรณีของเล่าเปียวคือการยกเมืองเกงจิ๋วให้

ปรากฏว่า เล่าปี่ “ปฏิเสธ”

ที่ขงเบ้งเมื่อรับรู้การปฏิเสธก็ถอนใจใหญ่แล้วกล่าวว่า “ท่านเป็นคนใจดีมีศีลธรรมโดยแท้”

ขณะที่ “หลู่ซิ่น” สรุปออกมาอย่างรวบรัดต่อกระบวนท่าของเล่าปี่ว่า “เล่าปี่ใจกว้าง มีเมตตา จนคล้ายกับจะจอมปลอม”

“ฮว่อหยี่เจีย” วิเคราะห์ทั้ง 2 กรณีออกมาอย่างแยบยล

จะว่าเล่าปี่ปฏิเสธชีจิ๋วเป็นเท็จ ก็เท็จ การที่เล่าปี่ปฏิเสธ ชีจิ๋วครั้งแล้วครั้งเล่าอ้างเอา “ไมตรี” เป็นโล่บังหน้า ความจริงก็เพื่อผูกใจราษฎรชีจิ๋ว เมื่อราษฎรชีจิ๋วร้องไห้ร้องห่มไปกราบไหว้อ้อนวอนหน้าที่พักและแสดงว่าจะสนับสนุนเขาอย่างเต็มใจแล้ว

เล่าปี่เห็นเป็นโอกาสและจังหวะที่เหมาะสมจึงยอม “รับชั่วคราว”

ในกรณีของเล่าเปียว เล่าปี่จึงมากด้วยความรอบคอบ “ฮว่อหยี่เจีย” สรุปอย่างรวบรัดว่า เล่าเปียวเป็นขุนนางใหญ่และเป็นทั้งบัณฑิตใหญ่ มีชื่อเสียงเลื่องลือเป็นคนมีเหตุ มีผล รักความดีชังความชั่ว

แต่ก็อ่อนแอ ไม่กล้าตัดสินใจ

การจัดการกับปัญหาหนึ่งใดมักจะห่วงหน้าพะวงหลัง ระแวงโน่น สงสัยนี่ ลังเลไม่อาจจะตัดสินใจลงได้

เล่าปี่กับเล่าเปียวล้วนแล้วแต่เป็นเชื้อพระวงศ์ของราชวงศ์ฮั่น เล่าเปียวนับถือเล่าปี่ เพราะเป็นผู้กล้า ภายนอกก็ให้ความสนิทสนมกับเล่าปี่ เรียกพี่เรียกน้องกัน แต่ในใจกลับระแวงสงสัยต่อเล่าปี่ ไม่กล้าใช้งานสำคัญ ฉะนั้น ความสามารถของเล่าปี่จึงไม่อาจแสดงให้ปรากฏ

เล่าเปียวคิดอยากจะใช้ขุนพลทั้ง 3 ของเล่าปี่ คือ กวนอู เตียวหุย จูล่ง ให้ไปช่วยรักษาชายแดน แต่ชัวมอเกรงว่า เล่าปี่จะได้ดีไม่เป็นประโยชน์แก่ตน จึงเข้าไปหาชัวฮูหยิน ภรรยาของเล่าเปียว บอกให้หาทางกำจัดเล่าปี่เสีย ขืนปล่อยให้เล่าปี่อยู่เช่นนี้จะไม่เป็นผลดี

ชัวฮูหยินจึงยุยงเล่าเปียวให้ขับเล่าปี่ไป เมื่อได้ฟังคำเป่าหูของชัวฮูหยิน ดังนั้นแม้ปากของเล่าเปียวจะพูดว่า “เล่าปี่เป็นคนมีเมตตา” แต่ในใจก็คิดระแวง

รุ่งเช้าจึงให้เล่าปี่นำกำลังของตนย้ายไปตั้งค่ายไกลออกไป ณ เมืองซินเอี๋ย

ความสัมพันธ์ระหว่างเล่าเปียวกับเล่าปี่ จึงดำเนินไปด้วยความสลับซับซ้อน

เป็นความสลับซับซ้อนที่แม้เล่าปี่จะตระหนักรู้ แต่ก็มากด้วยความเกรงใจ และสำนึกว่ายังไม่ถึงเวลา ยังไม่ใช่โอกาสของตน

ตรงกันข้าม ขงเบ้งต่างหากที่ประเมินและพิจารณาเรื่องราวอย่างเป็นภววิสัย

ขงเบ้งไม่มีความผูกพันอะไรกับเล่าเปียวเหมือนเล่าปี่ แนวทางของขงเบ้งจึงดำเนินไปตามยุทธศาสตร์แห่ง “แถลงการณ์ลงจง” ครบถ้วน

เนื้อแท้ของเล่าปี่เมื่ออยู่ในวังวนแห่ง “การยืม” เกงจิ๋วจึงฉายออกมาอย่างชัดแจ้ง

บทความก่อนหน้านี้ด่วน! ชายนิรนามโผล่ ‘เซอร์ไพรส์ ปปช.’ หลังแถลง ‘นาฬิกาบิ๊กป้อม’ ไม่คืบ ,ปธ.ปปช.ถอนตัว
บทความถัดไปหลอน : อยากตอบแทน