วิถีแห่งอำนาจโลซก : ความอดทน ของโลซก (32)

“เสถียร จันทิมาธร”

สามก๊กสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายว่า ซุนกวนจึงว่า “ท่านว่านี้ก็ชอบอยู่แต่เล่าปี่นายของท่านต่อสู้โจโฉมิได้เหตุใดจึงมิไปคำนับโจโฉเล่า”

ขงเบ้งจึงว่า

“นายข้าพเจ้าก็เป็นเชื้อสายพระเจ้าเหี้ยนเต้ แลคนทั้งปวงก็ยกย่องว่ามีสติปัญญาอยู่ ถึงมาตรว่าจะสู้โจโฉมิได้ก็มีซึ่งจะไปอ่อนน้อมอย่างพึงนึกเลย กลัวจะเป็นที่ติเตียนไปภายหน้าอดสูแก่คนทั้งปวง สำมะหาแต่เตียนหองซึ่งเป็นทหารเลวของพระเจ้าเจหวนกงยังมีความมานะมิได้ย่อท้อต่อข้าศึก สู้ตายในสงคราม

“อันเล่าปี่นายข้าพเจ้าเป็นถึงเพียงนี้หรือจะไม่มีความอาย ซึ่งจะอ่อนน้อมแก่โจโฉนั้นหามิได้แล้ว ผิดก็จะสู้ตายให้ปรากฏไว้”

ซุนกวนได้ยินขงเบ้งว่าดังนั้นก็เจ็บใจโกรธลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเสียในห้อง

สำนวน วรรณไว พัธโนทัย ว่า “ในอดีตกาลนานมาแล้ว เตียนหองคนดีมีฝีมือของแคว้นเจ๋ยอมตายไว้ชื่อ ไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อข้าศึก อันท่านเล่าปี่นั้นเป็นกระเพาะของราชวงศ์ฮั่น เป็นผู้กล้าหาญที่ใครๆ ก็ยกย่องยำเกรงฝีมือ ซึ่งหากกระทำการกู้แผ่นดินไม่สำเร็จก็เป็นเรื่องของฟ้าประกาศิต คนอย่างท่านเล่าปี่นะหรือจะยอมคุกเข่าให้คนอื่น”

คำพูดของขงเบ้งยังความโกรธให้เกิดแก่ซุนกวนอย่างที่สุด ถึงสะบัดแขนเสื้อไปมาพลางลุกขึ้นเดินเข้าไปเสียข้างใน

สามก๊กสำนวน พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช ทำคำอธิบายว่า เถียนเหิง (เตียนหอง) เจ้าแคว้นคนสุดท้ายของแคว้นฉีในสมัยจ้านกว๋อ ไม่ยอมจำนนต่อฮั่นเกาจู่ ไม่ยอมรับการนิรโทษกรรม เขาฆ่าตัวตาย ลูกน้องเหล่านักรบผู้วีระอาจหาญ 500 คนต่างไม่ยอมจำนนฆ่าตัวตายตามเสด็จทั้งหมด

สํานวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายว่า ที่ปรึกษาทั้งปวงเห็นซุนกวนโกรธ ลุกขึ้นไปดังนั้นก็ชวนกันหัวเราะเยาะขงเบ้ง โลซกจึงว่าแก่ขงเบ้งว่า

“ท่านเจรจาหยาบช้าฉะนี้หาควรไม่ นี่หากว่านายเรามีน้ำใจมั่นคงจึงมิได้เอาโทษ แก่ท่าน”

ขงเบ้งหัวเราะแล้วจึงว่า “ซึ่งเราว่ากล่าวทั้งนี้ปรารถนาจจะใคร่แจ้งว่า นายท่านจะรู้จักคนดีแลชั่วหรือไม่ เมื่อมิได้พิเคราะห์ให้ตระหนักก่อน มาด่วนโกรธฉะนี้ก็จนใจ อันอุบายซึ่งจะกำจัดโจโฉเสียนั้น เราก็คิดได้ว่าแต่ว่ามิได้ไต่ถามก็มิรู้ที่จะเจรจาต่อไป”

โลซกจึงว่า “ถ้าท่านว่ามั่นคงดังนั้นเราก็จะเข้าไปแจ้งแก่นายเราให้กลับออกมาเจรจาด้วยท่าน”

ขงเบ้งจึงว่า “อันทหาร โจโฉนั้นถึงมากก็เหมือนมด ถ้าจะบีบเสียด้วยอุบายก็จะได้โดยง่าย”

สำนวน วรรณไว พัธโนทัย ระบุว่า ขุนนางทั้งปวงเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มให้แก่กันแล้วแยกย้ายกันกลับ โลซกโมโห

สำนวน วรรณไว พัธโนทัย ระบุว่า คนทั้งหลายต่างก็หัวเราะแยกย้ายกันไป

แต่ที่สำคัญคือการสนทนาระหว่างโลซกกับขงเบ้ง

สํานวน วรรณไว พัธโนทัย ระบุคำพูดของโลซกต่อขงเบ้งว่า “ทำไมท่านพูดจาประสาเช่นนั้น นี่เคราะห์ดีที่นายของข้าพเจ้าเป็นคนมีจิตใจกว้างขวางจึงมิได้ด่าใส่หน้าท่าน คำพูดของท่านนี้ดูหมิ่นเหยียดหยามนายของข้าพเจ้าโดยแท้”

ขงเบ้งแหงนหน้าหัวเราะแล้วว่า “ทำไมนายท่านจึงเป็นคนเจ้าอารมณ์วู่วามถึงเพียงนี้ ข้าพเจ้ามีอุบายที่จะปราบโจโฉอยู่แล้วแต่นายของท่านไม่ถามและข้าพเจ้าจะพูดขึ้นอย่างไร”

โลซกกล่าวว่า “หากท่านมีอุบายที่วิเศษจริงแล้วข้าพเจ้าจะไปขอร้องให้นายของข้าพเจ้ามาถามท่าน”

ขงเบ้งตอบว่า “อันทัพร้อยหมื่นของโจโฉนั้นข้าพเจ้าตีค่าเสมือนฝูงมดเท่านั้นเอง เพียงข้าพเจ้ายกมือขึ้นเท่านั้นมันก็จะพินาศย่อยยับไปในทันที” โลซกได้ฟังดังนั้นก็เดินเข้าไปหาซุนกวนยังห้องใน

สำนวน พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช ตรงเป้ามากกว่า “นายท่านใจแคบไป”

“ข้าพเจ้ามีแผนที่จะสู้เฉาเชาได้ก็ไม่ถามข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงไม่พูด ไอ้คนร้อยหมื่นของเฉาเชามันก็เหมือนฝูงมดเท่านั้นแหละ ข้าแค่ยกมือขึ้นมันก็แหลกเป็นผุยผงแล้ว”

ต้องยอมรับว่า สำนวน พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช เป็นสำนวนแบบ “นักเลง”

หากมองจากมุมของซุนกวนประสานเข้ามุมของโลซก ทั้ง 2 มีเหตุผลที่จะโกรธ เพราะเท่ากับเป็นคำพูดในลักษณะ “ดูหมิ่นเหยียดหยาม”

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าสถานะของซุนกวนอยู่ระนาบเดียวและอาจเหนือกว่าเล่าปี่ด้วยซ้ำ

กระนั้น หากมองจากมุมของขงเบ้งก็มิได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะขงเบ้งมี “วาระ” อยู่แล้ว ต้องการยั่วยุอยู่แล้ว

การพบและสนทนาอีกครั้งจึงเป็นไปตาม “หมาก” ที่ขงเบ้งต้องการ

บทความก่อนหน้านี้กำลังใจคนไทยในชิคาโก้เพียบ กงสุลไทยขนทัพเชียร์ “สิทธิชัย”
บทความถัดไปร้านค้าย่านเยาวราช ขึ้นป้ายประกาศ “ปีนี้!! งดแจกอั่งเปา (เศรษฐกิจไม่ดี)” ไม่รู้ปีหน้าจะได้แจกไหม