“เสถียร จันทิมาธร”
สํานวน เจ้าพระยาพระคลัง(หน) บรรยายว่า จิวยี่ได้ฟังออกชื่อนาง 2 เกี้ยว ดังนั้นก็โกรธดังเอาเพลิงไปจุดเข้าในหัวใจ จึงลุกขึ้นชี้มือไปฝ่ายทิศเหนือตรงเมืองเกงจิ๋วว่า
“เหม่ อ้ายศัตรูแผ่นดินเฒ่า มึงโอหัง เจรจาประมาทกูเล่น”
ขงเบ้งเห็นจิวยี่โกรธดังนั้นจึงลุกขึ้นทำเป็นห้ามว่า “เหตุใดแผ่นดินท่านมิรัก จะมารักหญิง 2 คนนี้ประโยชน์อันใด”
จิวยี่จึงว่า “ท่านไม่รู้หรือ นางไต้เกี้ยวผู้พี่นั้นเป็นภรรยาซุนเซกนายเรา นางเสียวเกี้ยวผู้น้องก็เป็นภรรยาของเรา โจโฉเจรจาหยาบช้าทั้งนี้เราจึงโกรธ”
ขงเบ้งทำเป็นตกใจคำนับแล้วว่า “ข้าพเจ้าไม่รู้เลย ซึ่งได้ว่ากล่าวทั้งนี้ผิดนักหนา ขอท่านจงได้อดโทษเถิด”
จิวยี่จึงว่า “อ้ายศัตรูเฒ่าคนนี้ข้ามิขอเหยียบแผ่นดินร่วมเลย”
สำนวน วรรณไว พัธโนทัย บรรยายว่า จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็ลุกขึ้นตึงตังจากที่นั่งด้วยความโกรธยิ่งนัก พลางชี้มือไปทางทิศเหนือร้องตะโกนด่าโจโฉว่า
“อ้ายมหาโจรเฒ่า มึงหยามน้ำหน้ากูร้ายแรงนัก”
ขงเบ้งจึงลุกขึ้นห้ามว่า “ในสมัยโบราณ เมื่อซานอิ๋วซึ่งเป็นพวกฮั่นชอบยกเข้ามารังควานราชอาณาจักรฮั่น พระเจ้าฮ่องเต้ยังทรงยกพระราชบุตรีให้เป็นเมียของฝ่ายรุกรานหวังให้เกิดความสงบสันติสุข ไฉนท่านจึงจะมาโมโหด้วยการยกผู้หญิงธรรมดาๆ ชาวกังตั๋งเพียง 2 คนให้แก่โจโฉเล่า”
จิวยี่จึงว่า “ท่านไม่รู้ดอกหรือว่า นางไต้เกี้ยวนั้นเป็นภรรยาม่ายของซุนเซก ส่วนนางเสียวเกี้ยวเป็นภรรยาของข้าพเจ้าเอง”
ความน่าสนใจของ “สถานการณ์” นี้อยู่ตรงไหน
ความน่าสนใจ 1 อยู่ตรงที่ท่าทีของขงเบ้งต่อกรณีอันเกี่ยวกับความเป็นจริงของ ไต้เกี้ยว เสียวเกี้ยว ที่ดำรงอยู่
ขงเบ้งไม่เคยรู้เลยเชียวหรือ
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า แม้ขงเบ้งจะได้ชื่อว่ามังกร “หลับ” แห่งหลงจง แต่ก็มิได้เป็นการหลับอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้
หากอ่าน “แถลงการณ์ หลงจง” ก็จะสัมผัสได้
สัมผัสได้ว่าขงเบ้งรับรู้รายละเอียดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจงหยวน ไม่ว่าจะเป็นกงจิ๋ว ไม่ว่าจะเป็น เอ๊กจิ๋ว
มีหรือที่เรื่องของ ไต้เกี้ยว เสียวเกี้ยว จะรอดพ้นความรับรู้ไปได้
ขณะเดียวกัน หากคำนึงถึงความเป็นจริงในทางประวัติศาสตร์อันยืนยันตรงกันว่า ปราสาทนกยูงทองแดง ไม่ได้เกิดขึ้นในห้วงแห่งปี ค.ศ.208 ตรงกันข้าม เป็นเรื่องซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากนั้น ตรงนี้ย่อมเป็นเรื่องของหลอกวนจง
เพียงแต่หลอกวนจงนำเอาเรื่องราวมาสอดสวมเข้าเป็นกระบวนท่า 1 ของขงเบ้งเท่านั้นเอง
เชิงอรรถของหนังสือสามก๊กสำนวน พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช ให้คำอธิบายบทกวี “สดุดีปราสาทนกยูงทองแดง” ของโจสิด
โจสิดบรรยายว่า 2 สะพานโอบล้อมหอซ้ายขวา
ขงเบ้งใช้ความกะล่อน เปรียบเทียบว่า เป็นการโอบกอด 2 นางเฉียว
พญ.กัลยา สุพันธุ์วณิช ใช้คำว่า “ความกะล่อน” สะท้อนเจตนาและความต้องการของขงเบ้งออกมา
เมื่ออ่านหนังสือ “อ่นสามก๊ก ถกบริหาร” ของ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ยืนยันว่า ข้อผิดพลาดของเรื่องนี้คือ ก่อนยุทธการเช็กเพ็กยังไม่มีปราสาทนกยูงสำริด โจโฉสร้างปราสาทนี้ขึ้นในปี ค.ศ.210 สองปีหลังยุทธการเช็กเพ็ก แต่นับได้ว่าเป็นความสามารถของหลอกวนจงที่โยงเรื่องได้อย่างแนบเนียน สร้างสีสันให้แก่วรรณกรรมสามก๊กจนสนุกชวนติดตาม
1 แสดงให้เห็นความเฉลียวฉลาด มากด้วยปัญญาของขงเบ้ง ขณะเดียวกัน 1 แสดงให้เห็นจุดอ่อนของจิวยี่ ที่โกรธแค้นจากการยั่วยุอย่างเจตนาโดยขงเบ้งเพื่อบรรลุเป้าหมายในทางการเมืองของตน
ทั้งหมดนี้เป็น “กระบวนท่า” ในทาง “การประพันธ์” ล้วนๆ
มีความจำเป็นต้องติดตามบทบาทของขงเบ้งต่อไป มีความจำเป็นต้องติดตามบทบาทของจิวยี่ต่อไป และมีความจำเป็นต้องติดตามบทบาทของโลซกต่อไป
การสนทนาแต่ละถ้อยคำเป้าหมายอาจเพื่อยก “ขงเบ้ง”
แต่ภายในความพยายามชูขงเบ้งนั้นเองที่สะท้อนให้เห็นกระบวนการทางความคิดของฝ่ายกังตั๋ง ไม่ว่าจะเป็นซุนกวน ไม่ว่าจะเป็นจิวยี่
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะยืนหยัดของโลซก