เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนผู้รักการเต้นโชว์ความสามารถด้านบวก B BOY ประเทศไทย “ทีมพระสุเมรุ” จัดการแข่งขันการประกวดเต้น B BOY ประจำปี 2561 ที่สวนสันติชัยปราการ (ป้อมพระสุเมรุ) เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 18 แล้ว

การเต้น B BOY เป็นการพัฒนาศักยภาพภายในจิตใจ เปิดโลกทัศน์ทางความคิด ทำให้พวกเขากลายเป็นวัยรุ่นน้ำดี นักเต้นหลายคนสะท้อนวัฒนธรรม B BOY ช่วยบ่มเพาะให้พวกเขาผ่านพ้นวิกฤตและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้

กันตภณ รอดสอาด หรือ เต๋า วัย 23 ปี ที่มาอยู่ในวงการตั้งแต่อายุ 14 ปี สะท้อนชัดว่าถ้าไม่มี B BOY วันนี้เขาอาจจะเป็นเด็ก ติดเกม หรือไปทำอย่างอื่นที่ไม่ดีก็เป็นได้ อยู่วงการมา 9 ปีทำให้มองโลกกว้างขึ้น สามารถหารายได้ให้ครอบครัว ได้สังคมใหม่ เพื่อนใหม่

การเต้น B BOY สร้างความมั่นใจให้ผม ทำให้กล้าแสดงออก จากเดิมเป็นคนขี้อายไม่กล้าสู้หน้าคน ทำให้ร่างกายแข็งแรงเพราะต้องฝึกไม่ต่ำกว่า 4-5 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้ผมไม่ไปยุ่งเกี่ยวยาเสพติด เมื่อสังคมกว้างขึ้น มีความรู้ความสามารถด้านการเต้นก็ทำให้ผมทำเป็นอาชีพได้ครับ ตอนนี้ผมเป็นฟรีแลนซ์ B BOY ทำให้เพื่อนๆ ยอมรับในความสามารถ เป็นสังคมที่ดีที่สอนให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน จุดนี้น่าจะเป็นสิ่งดีสำหรับเด็กวัยรุ่นที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่พ่อแม่จะวางใจให้ลูกมาอยู่ตรงนี้ได้

“ตอนนี้ผมรับสอนฟรีอยู่ที่ป้อมฯ นี้แหละครับ เด็กคนไหนสนใจผมก็สอนให้ ผมอยากให้มีรุ่นต่อรุ่นไปเรื่อยๆ เพราะเห็นประโยชน์ของการเต้นครับ เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลยาเสพติดแล้ว ยังทำให้วัยรุ่นที่เป็นคนหัวร้อนใจเย็นลงได้ เพราะ B BOY ทำให้เราต้องตั้งสติ ต้องมีสติอยู่กับตัวเองในการเต้นแต่ละครั้ง ต้องทบทวนท่าเต้นก็เลยทำให้ใจเย็นไปโดยปริยาย และเป็นการฝึกสมองในเรื่องการจำด้วย เพราะมีหลายท่ามาก และเด็กๆ ต้องมีความอดทนเอาจริงเอาจัง เป็นการเต้นที่ฝึกฝนทั้งด้านร่างกายและจิตใจของเด็กไปพร้อมๆ กัน อยากให้ผู้ใหญ่สนับสนุนวงการ B BOY ด้วยครับ” เต๋ากล่าว

จากรุ่นพี่มาถึงรุ่นน้อง ภานุวัฒน์ พึ่งสวัสดิ์ หรือ ดรีม อายุ 21 ปี ที่ตอนนี้มีรายได้จากการเต้นและฝันอยากสร้างบ้านให้แม่ ย้อนหลังกลับไปไม่นานนักเจ้าตัวเกือบก้าวพลาด

“ตอนนั้นผมมาเต้นกับพี่ๆ เขาแล้วครับ แต่ผมเป็นคนเต้นไม่ค่อยเก่ง ทำให้ผมคิดเลิกเต้นไปประมาณ 2 ปี เพราะผมไปติดเพื่อน เพื่อนผมไม่มีใครมาเต้นเลยและไม่มีใครสนใจผม ทำให้คิดว่าทุกคนไม่รักแล้ว เหมือนเรามาเต้นคนเดียวไปวันๆ ไม่มีใครต้องการ ก็เลยกลับไปเข้ากลุ่มเพื่อนๆ อีกครั้งเพื่อให้เพื่อนยอมรับผม กลุ่มเพื่อนเป็นกลุ่มเด็กแว้นแถวบ้าน ที่กินเหล้า ติดยา ผมกลายเป็นคนไม่ดีไปเลยและแย่สุดๆ คือเพื่อนผมพาไปมีเรื่องชกต่อย ทำให้ผมโดนภาคทัณฑ์ ตอนนั้นผมเห็นแม่ร้องไห้ผมเสียใจมาก พอเกิดเรื่องแบบนี้ที่บ้านก็ขอร้องว่าอย่าไปรวมกลุ่มแบบนั้นอีกเลย ให้มาเต้นเถอะ ผมก็เชื่อ เลยกลับมาเต้นใหม่”

แต่ใช่ว่าทางกลุ่ม B BOY จะยอมรับเขาได้ง่ายๆ เจ้าตัวบอกว่าต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่นาน “พี่ๆ เขาไม่มั่นใจในตัวผมเท่าไร เพราะกลัวว่าเราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ผมต้องพิสูจน์ตัวเอง ผมซ้อมหนักมากจนไปประกวดได้ที่หนึ่ง วันนั้นผมดีใจมาก วิ่งไปหาแม่เลย และทำให้ผมภูมิใจในตัวเองมาก จากวันนั้นทำให้พี่ๆ เพื่อนๆ B BOY ยอมรับในตัวผม วันนี้นี่คือจุดที่ดีที่สุดในชีวิตผมแล้ว และสามารถทำงานได้ จนตอนนี้มีห้องของตัวเองแล้ว ผมทำให้แม่ภูมิใจที่เรามาจริงจังกับงานตรงนี้ และผมสัญญากับแม่ไว้ว่าจะซื้อบ้านให้แม่ครับ” ดรีมเล่าอย่างภาคภูมิใจ

บุญประเสริฐ ศาลางาม หรือ โอมาน หัวหน้า “ทีมพระสุเมรุ” กลุ่มแกนนำเยาวชนในเครือข่ายมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โต้โผใหญ่ของงาน สะท้อนถึงเวทีแข่งขันแห่งนี้ว่า “เป็นพื้นที่ที่ให้เด็กโชว์ความสามารถ เพราะเวลาที่เด็กๆ ซ้อมมาก็ต้องการโชว์ความสามารถ โชว์เพื่อน โชว์ให้คนทั่วไปเห็นว่าเขาเก่งขึ้น

และที่สำคัญเป็นเหมือนจุดไฟนอลว่าเราซ้อมมาเพื่ออะไร ถ้าขยันซ้อมแล้วทำท่ายากๆ ได้ เพื่อนก็ยอมรับ เขาก็อยากเต้นต่อ การแข่งขันแต่ละครั้งวัดความสามารถและความอดทนของพวกเขาด้วย ถ้ามีคนทั่วประเทศยอมรับ เขาก็สามารถสร้างชื่อให้ตัวเองได้ เมื่อมีคนยอมรับมากๆ ทำให้เด็กรู้สึกดีกับสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่ เพราะเด็กต้องการการยอมรับจากคนอื่น โดยเฉพาะจากเพื่อนก่อน”

B BOY ทำให้เด็กเติบโตทางความคิด ยอมรับในความแตกต่างของเพื่อนๆ สังคม B BOY ทำให้เด็กๆ ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเอง ทั้งการมีสัมมาคารวะและการวางตัว สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือเหตุผลที่โอมานเปิดเวทีปีละครั้งให้ B BOY จากทั่วประเทศและประเทศเพื่อนบ้านมาแข่งขันกัน สำหรับปีนี้ทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีม VisedSkill รองชนะเลิศ ทีม 7 Street และอันดับสาม ทีม Flowoption

ปิดท้ายด้วยเสียงสะท้อนของชาวชุมชน บุญเกิด ประโยชน์นิ ที่พาลูกเล็กๆ มานั่งเล่นที่สวนแห่งนี้เป็นประจำ กล่าวชื่นชมบีบอยกลุ่มนี้ว่าทำให้พื้นที่ตรงนี้มีประโยชน์ ไม่เป็นแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่น

“ถ้าลูกผมโตมากกว่านี้ผมจะให้ลูกผมมาเต้นครับ เพราะได้ออกกำลังกายและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน