“เสถียร จันทิมาธร”
กรณีของ “บังทอง” เป็นกรณีศึกษา 1 ซึ่งเกิดขึ้นในห้วงหลังการตายของจิวยี่ และสะท้อนความพยายามของโลซกที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับก๊กง่ออย่างเต็มกำลัง แต่ก็ประสบเข้ากับอุปสรรคอย่างมีนัยสำคัญ
ก่อนเสียชีวิตจิวยี่ได้มอบหนังสือให้กับซุนกวน
“ทุกวันนี้แผ่นดินก็ยังไม่ราบคาบ ฝ่ายเหนือเล่าโจโฉก็ได้เป็นใหญ่อยู่ ณ เมืองฮูโต๋มีใจกำเริบนักอยู่ ฝ่ายเล่าปี่อาศัยอยู่ ณ เมืองเกงจิ๋วก็เหมือนหนึ่งเลี้ยงเสือไว้ นานไปมีกำลังใหญ่ขึ้นก็จะเป็นศัตรูท่าน
“แล้วการบ้านการเมืองเรายังไม่สำเร็จ อันขุนนางทั้งปวงในเมืองกังตั๋งก็มิได้เห็นผู้ใดซึ่งจะว่าราชการแทนที่ข้าพเจ้า เห็นแต่โลซกผู้เดีียวมีสติปัญญามั่นคง สัตย์ซื่อ ขอให้ตั้งโลซกเป็นขุนนางผู้ใหญ่ ว่าราชการแทนที่ข้าพเจ้า
“ถ้ายังเมตตาข้าพเจ้าอยู่ขอจงทำตามทุกประการ”
ซุนกวนแจ้งในหนังสือดังนั้นจึงว่า “ซึ่งจิวยี่สั่งไว้นี้เราก็เห็นด้วย” จึงตั้งโลซกเป็นที่ขุนนางผู้ใหญ่แทนจิวยี่
งานแรกในฐานะขุนนางผู้ใหญ่ของโลซก คือการเสนอชื่อบังทอง
เป็นบทบาทเหมือนกับเมื่อตอนจิวยี่เสนอชื่อโลซกเข้ามาเป็นที่ปรึกษา เป็นบทบาทเหมือนกับเมื่อตอนจิวยี่เสนอชื่อโลซกขึ้นมาแทนที่ตน
อยู่มาวันหนึ่งโลซกจึงว่าแก่ซุนกวนว่า “ซึ่งตั้งข้าพเจ้าแทนที่จิวยี่นั้นคุณหาที่สุดมิได้ แต่สติปัญญาข้าพเจ้าน้อยนักรู้มิถึงราชการ ข้าพเจ้าจะขอไปเชิญผู้มีสติปัญญามาให้อยู่ด้วยท่านคนหนึ่งชื่อบังทอง”
พร้อมกับบรรยายจุดเด่นออกมาด้วยว่า
“บังทองกับข้าพเจ้าเป็นเพื่อนกันมา เป็นคนมีสติปัญญามาก เรียนความรู้ครูเดียวกันกับขงเบ้ง รู้ฤกษ์บนแลการแผ่นดิน ถึงขงเบ้ง จิวยี่ก็ย่อมนับถืออยู่ เดิม บังทองอยู่เมืองซงหยง บัดนี้เข้ามาอยู่ ณ เมืองเรา”
ซุนกวนได้ยินโลซกว่าก็ดีใจจึงว่า “เราได้ยินชื่ออยู่ช้านานแล้ว จงไปเชิญมาเถิด”
โลซกก็ไปเชิญบังทองเข้าไปหาซุนกวนแล้วคำนับตามธรรมเนียม ซุนกวนจึงพิจารณารูปแลลักษณะบังทอง เห็นคิ้วใหญ่จมูกโด่ง หน้าดำ หนวดสั้น รูปนั้นวิปริตนัก จึงไม่ยินดี
ซุนกวนจึงถามบังทองว่า “ความรู้ซึ่งท่านได้เรียนมานั้นเอาอันใดเป็นหลัก เป็นที่ยึด”
บังทองจึงว่า “ซึ่งจะเป็นหลักเป็นที่ยึดนั้นสุดแต่การเป็นประมาณ เมื่อการสิ่งใดมีมาจึงจะคิดต่อไป”
ซุนกวนจึงถามว่า “ปัญญาวิชาการท่านเรียนมากับจิวยี่ยังเป็นกระไรกัน”
บังทองจึงตอบว่า “ความรู้วิชาการข้าพเจ้าเรียนมาผิดกันกับจิวยี่มากนัก”
ซุนกวนนั้นยังนับถือจิวยี่อยู่ ไม่ชอบน้ำใจจึงว่าแก่บังทอง “เชิญท่านออกไปก่อนเถิด เมื่อมีราชการข้างหน้าไปจึงจะเชิญท่านมาคิดอ่าน”
ยิ่งตรวจสอบผ่านสำนวน วรรณไว พัธโนทัย โลซกยิ่งกล่าวถึงความเก่งกล้าสามารถของบังทองอย่างชนิดล้ำเลิศ
“คนคนนี้มีความรอบรู้วิทยาการทั้งมวล
“ทั้งดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์ก็ช่ำชอง การพิชัยสงครามก็ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากว่านจงและเย่อี้ กลศึกลึกล้ำก็เสมอด้วยซุนวูและอู๋ฉี่ เมื่อครั้งจิวยี่ยังอยู่เคยปรึกษาหารือกับชายผู้นี้อยู่เสมอ และขงเบ้งเองก็มีความศรัทธาเลื่อมใสในตัวเขา
“บัดนี้เขามาที่นี่แล้ว ไฉนท่านไม่เอาตัวมาไว้ใช้เล่า
“เขาเป็นชาวเมืองซงหยง แซ่บัง ชื่อทอง มีสมญานามว่า ซื่อหยวน ใครๆ เรียกเขาว่าอาจารย์ฮองซู”
ฮองซู ซึ่งแปลว่า หงส์น้อย
แต่แล้วเมื่อผ่านการสนทนาระยะสั้นกับซุนกวนปรากฏว่าไม่เป็นที่สบอารมณ์ของซุนกวนตั้งแต่เรื่องหน้าตา โดยเฉพาะเมื่อถามเชิงเปรียบเทียบกับจิวยี่แล้วบังทอง ตอบว่า
“วิชาที่ข้าพเจ้าเรียนมาเทียบกันไม่ได้กับจิวยี่แม้แต่น้อยของข้าพเจ้าสูงกว่ามาก”
ชีวิตของซุนกวนนั้นมีแต่ความนิยมชมชอบจิวยี่คนเดียว เมื่อได้ยินบังทองดูแคลน จิวยี่ก็ไม่พอใจจึงพูดกับบังทองว่า
“ขอท่านจงพักอยู่ก่อน เมื่อมีงานการข้าพเจ้าจะไปเชิญท่านมา”
และเมื่อโลซกถามว่า “ทำไมท่านจึงไม่เอาบังทองไว้ใช้เล่า” คำตอบจากซุนกวนจึงตรงไปตรงมาอย่างยิ่งว่า
“คนอวดวิเศษเช่นนี้เอาไว้ใช้จะมีประโยชน์อะไร”