ปรากฏการณ์ความสำเร็จ “งานสดุดีท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร” ประจำปี 2569 ภูเก็ตผงาดเศรษฐกิจพุ่งทะลุเป้าพันล้าน
ยกระดับงานวัฒนธรรม สู่พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและ Soft Power ของภูเก็ต การจัดงานสดุดีท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร ประจำปี 2569 นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของจังหวัดภูเก็ต ที่สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับงานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ก้าวสู่เวทีระดับประเทศ ทั้งในมิติของศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ปีนี้ถือเป็น “ปีทอง” ของการจัดงาน ด้วยจำนวนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานอย่างล้นหลามตั้งแต่วันเปิดงาน สะท้อนพลังศรัทธาที่มีต่อวีรสตรีแห่งเมืองถลาง พร้อมสร้างกระแสการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างชัดเจน ตั้งแต่ธุรกิจการบิน โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงร้านค้าชุมชนในอำเภอถลางและพื้นที่ใกล้เคียง
การขยายระยะเวลาการจัดงานเป็น 4 วัน ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว พร้อมกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันการบริหารจัดการพื้นที่ การจราจร และมาตรการด้านความปลอดภัยที่เป็นระบบ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้สนับสนุนจากภาคเอกชนอย่างมีนัยสำคัญ
Storytelling ยุคใหม่ เมื่อประวัติศาสตร์มีชีวิตผ่าน 11 องค์การแสดง
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของการจัดงานในปีนี้ คือการปรับรูปแบบการนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้เข้าถึงผู้ชมมากยิ่งขึ้น โดยบทละครได้ถูกเรียบเรียงใหม่ให้กระชับ เข้าใจง่าย และแบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 11 องค์การแสดง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ จนถึงบทสรุปแห่งชัยชนะของเมืองถลาง
การจัดลำดับฉากอย่างมีชั้นเชิง ทำให้ผู้ชมสามารถติดตามเรื่องราวการต่อสู้ของสองวีรสตรีได้อย่างต่อเนื่องและน่าติดตาม พร้อมผสมผสานเทคนิค แสง สี เสียง (Light & Sound) และโปรดักชันขนาดใหญ่ที่ช่วยสร้างความสมจริงและความยิ่งใหญ่ของฉากการแสดง
โปรดักชันในปีนี้ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้ชมหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านภาพการแสดงที่ตื่นตาตื่นใจและสามารถถ่ายทอดต่อในโลกโซเชียลมีเดียได้อย่างกว้างขวาง นับเป็นการนำมิติของ Creative Economy มาผสานกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลงตัว
นักแสดงและ Influencer เสริมพลังการสื่อสารสู่คนทุกเจเนอเรชัน
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานปีนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง คือการผสมผสานนักแสดงและบุคคลที่มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์เข้ามาร่วมสร้างสีสันให้กับการแสดง นอกจากนักแสดงนำอย่าง ฮาน่า และ แม็กกี้ แล้ว ยังมีนักแสดงมากฝีมือ เช่น ออฟ ชนะพล จากช่อง 7 และ เก่ง จากช่อง 5 ที่มาร่วมถ่ายทอดบทบาทสำคัญในเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองถลาง
การผสมผสานระหว่างดารากระแสหลักและบุคคลที่มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ ช่วยขยายฐานผู้ชมไปสู่กลุ่มแฟนคลับและคนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์งาน สร้างความรู้สึกร่วมและความภาคภูมิใจให้กับคนภูเก็ต
กลยุทธ์การสื่อสารทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ ทำให้งานสดุดีท้าวเทพฯ ปี 2569 กลายเป็น Talk of the Town ตลอดช่วงการจัดงาน และสะท้อนศักยภาพของวัฒนธรรมท้องถิ่นในการเป็น Soft Power ที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต
อบจ.ภูเก็ต กับโมเดลการบริหารแบบเปิดกว้าง
ความสำเร็จของการจัดงานในปีนี้ เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ภายใต้การขับเคลื่อนของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) โดยมีแนวทางการทำงานแบบบูรณาการและเปิดรับความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ทั้งคณะผู้จัดงาน ทีมสื่อสาร หน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มบุคคลในพื้นที่
แนวทางดังกล่าวช่วยให้การจัดงานขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น พร้อมรักษาสมดุลระหว่าง ความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ และ การนำเสนอที่ทันสมัย
“อบจ.ภูเก็ต ค่อนข้างเปิดกว้างและรับฟังความคิดเห็นในการทำงานร่วมกับหลายภาคส่วน เพื่อเตรียมความพร้อมให้งานในปีนี้มีความยิ่งใหญ่และเข้าถึงประชาชนได้มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา” เรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต
นอกจากนี้ การจัดระเบียบพื้นที่ร้านค้าและการบริหารพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ยังช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง
พลังศรัทธาของชุมชนถลาง
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของความสำเร็จในครั้งนี้ คือ พลังศรัทธาของประชาชนต่อ “ย่าจัน – ย่ามุก” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความเสียสละของบรรพชนเมืองถลาง
แรงศรัทธานี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นพลังความร่วมมือของคนในพื้นที่ ที่ร่วมกันต้อนรับนักท่องเที่ยว ดูแลความเรียบร้อย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานอย่างเต็มที่ จนเกิดบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและความภาคภูมิใจของชุมชน
ในมิติทางสังคม การจัดงานยังเป็นพื้นที่สำคัญในการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่คนรุ่นใหม่ ทำให้เยาวชนได้เรียนรู้วีรกรรมของบรรพบุรุษผ่านการแสดงที่ยิ่งใหญ่และเข้าถึงง่าย
วัฒนธรรมกับพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
จากการประเมินเบื้องต้น การจัดงานในปี 2569 สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอถลางและพื้นที่โดยรอบได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราการเข้าพักโรงแรมในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงการจัดงาน ขณะที่ร้านค้าและผู้ประกอบการท้องถิ่นต่างได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว
การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การถ่ายทอดภาพทางอากาศและการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ ยังช่วยสร้าง Media Value และขยายการรับรู้ของงานไปสู่ผู้ชมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของภูเก็ตในการพัฒนาเมืองให้เป็น “City of Events and Festivals” ที่สามารถใช้กิจกรรมทางวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน
สู่อนาคตของเทศกาลระดับนานาชาติ
จากความสำเร็จในปีนี้ ทีมผู้จัดงานและ อบจ.ภูเก็ต มีแผนที่จะต่อยอดการจัดงานให้พัฒนาไปสู่เทศกาลวัฒนธรรมระดับนานาชาติในอนาคต โดยจะนำบทเรียนจากการจัดงานครั้งนี้มาพัฒนาการบริหารจัดการ การสื่อสาร และโปรดักชันให้ดียิ่งขึ้น
พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น เทคโนโลยี AR/VR หรือการสร้างพื้นที่เรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ภายในบริเวณงาน เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชม
ความสำเร็จของงานสดุดีท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร ประจำปี 2569 จึงไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของชาวภูเก็ตเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำ วัฒนธรรมท้องถิ่นสู่เวทีระดับประเทศและระดับโลก





