อนุทิน ตั้งทีมยกระดับ กต.ตร. ปั้นอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ เสริมความมั่นคงชาติ-สร้างความปลอดภัยประชาชน
ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนภาคประชาชน ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (อ.ก.ต.ช.) ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเผยว่า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ได้แต่งตั้งกระผมในฐานะกรรมการ ก.ต.ช. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนภาคประชาชน ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (อ.ก.ต.ช.) ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ตามอำนาจหน้าที่ในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ ปี พ.ศ.2565
เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญในการยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนและเสริมความเข้มแข็งของ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ทุกระดับ ให้เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงประชาชนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเป็นระบบ
นโยบายนี้มุ่งต่อยอด “อาสาตำรวจบ้าน” ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งเสริมให้ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่นและองค์กรมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ พ.ศ. 2551 ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน
โดยมี กต.ตร. ทุกสถานีตำรวจ และผู้นำชุมชน เป็นศูนย์กลางในการร่วมคัดเลือก พัฒนา สนับสนุน ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของอาสาตำรวจบ้านร่วมกับสถานีตำรวจและประชาชนในพื้นที่
ทำให้ กต.ตร. ไม่เพียงทำหน้าที่ให้คำปรึกษาหรือติดตามการบริหารงานตำรวจเท่านั้น แต่ยังเป็น กลไกเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐในการสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนกับตำรวจ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชนจากระดับชุมชนสู่ระดับประเทศ
ภายใต้นโยบายของนายกรัฐมนตรีดังกล่าว อาสาตำรวจบ้านจะได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการคัดเลือก การฝึกอบรม การรับรองมาตรฐาน สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และการศึกษารูปแบบค่าตอบแทนที่เหมาะสมและยั่งยืน พร้อมทั้งมีระบบติดตามและประเมินผลที่เปิดโอกาสให้ กต.ตร. ผู้นำชุมชน ภาคประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานส่วนกลาง
ร่วมกันประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส เพื่อให้อาสาตำรวจบ้านเป็นพลังภาคประชาชนที่มีคุณภาพ ช่วยแบ่งเบาภารกิจของตำรวจ และสร้างความปลอดภัยให้กับทุกชุมชนทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
กต.ตร. ทุกระดับคือหัวใจของการเชื่อมโยงตำรวจกับประชาชน และจะเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนนโยบายอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ให้ประสบความสำเร็จทั่วประเทศ หากสถานีตำรวจคือบ้านของตำรวจ กต.ตร. ก็คือสะพานที่เชื่อมบ้านหลังนั้นกับหัวใจความปลอดภัยของประชาชน
รัฐบาลไม่ได้กำลังสร้างกลไกใหม่มาแทน กต.ตร. แต่กำลังยกระดับ กต.ตร. และผู้นำชุมชนให้เป็นศูนย์กลางของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน เพราะความปลอดภัยของประชาชนและของประเทศ จะยั่งยืนได้ เมื่อประชาชนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับบริการหรือผู้รับการคุ้มครองแต่เป็นหุ้นส่วนในการดูแลบ้านเมืองร่วมกับตำรวจ
นี่คือแนวคิดสำคัญที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) กำลังผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนา “ระบบอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่”
เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนทั่วประเทศ
อาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ รัฐบาลจะยกระดับสิทธิประโยชน์ ประชาชนร่วมคิด ตำรวจร่วมทำ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนปลอดภัย แนวคิดนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนอาสาสมัคร แต่เป็นการวาง “ระบบ” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีเกียรติ มีมาตรฐาน และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการเสริมศักยภาพการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) โดย นายอนุทิน ในฐานะประธาน ก.ต.ช.ได้แต่งตั้งให้ผม กรรมการ ก.ต.ช. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนภาคประชาชน เป็น ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
โดยมี พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรีที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นรองประธานคณะอนุฯ เพื่อร่วมกำหนดนโยบาย พัฒนากลไก และสร้างระบบการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ในเวลาเดียวกัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้ง คณะทำงานขับเคลื่อนอาสาตำรวจบ้าน โดยมี รองศาสตราจารย์ พล.ต.อ.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนอาสาตำรวจบ้าน เพื่อพัฒนาหลักสูตร มาตรฐาน และแนวทางการปฏิบัติให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในทุกพื้นที่
ทั้งสองกลไกจะทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด โดยมีคณะอนุ ก.ต.ช. ชุดนี้จะรับผิดชอบด้านนโยบาย รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และกำหนดกรอบการมีส่วนร่วมของประชาชน ในขณะที่ คณะทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรับผิดชอบการขับเคลื่อน การพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม และการขยายผลสู่การปฏิบัติทั่วประเทศ
จุดเด่นของ “อาสาตำรวจบ้านยุคใหม่” ยึดหลัก “5 ไม่ และ 5 เป็น” 5 ไม่ ของ อาสาตำรวจบ้าน ได้แก่
- ไม่ใช่ตำรวจแทนตำรวจ
- ไม่ใช่ผู้มีและใช้อำนาจรัฐโดยอิสระ
- ไม่ใช่ผู้กร่าง วางอำนาจ อิทธิพล
- ไม่ใช่ภาระของสถานีตำรวจ
- ไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยประพฤติมิชอบจากการเป็นอาสาตำรวจบ้าน
5 เป็น ของ อาสาตำรวจบ้าน ได้แก่
- เป็นผู้ช่วยตำรวจ เป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแส ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- เป็นผู้รับใช้ประชาชนและชุมชน ด้านความปลอดภัยของประชาชน
- เป็นผู้ประสานความร่วมมือ เชื่อมโยงประชาชน กต.ตร.สถานีตำรวจ ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา
- เป็นผู้ช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัย ปฐมพยาบาลเบื้องต้น บริการสาธารณะด้วยจิตอาสา
- เป็นหุ้นส่วนของตำรวจในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน
ระบบใหม่นี้เปิดโอกาสให้กับผู้สนใจที่เป็นคนไทยอายุ 20 ปีขึ้นไป มีสิทธิสมัครเข้าหลักสูตรอาสาตำรวจบ้านและยังให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้สมัครจากภาคประชาชนในชุมชนแท้จริงการฝึกอบรม การรับรองมาตรฐาน การมีค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ครบถ้วนตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
รวมถึง การติดตามและประเมินผลร่วมกัน โดยประชาชนในพื้นที่ กต.ตร. ผู้นำชุมชนและคณะกรรมการจากส่วนกลาง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และได้รับความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย
เป้าหมายสำคัญของการทำงานครั้งนี้ คือการทำให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่า “ความปลอดภัยเป็นเรื่องของเราทุกคน” เมื่อประชาชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกันรับผิดชอบ ประเทศไทยจะมีระบบความปลอดภัยที่เข้มแข็งกว่าการพึ่งพาหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง
การขับเคลื่อนครั้งนี้สะท้อนแนวทางของรัฐบาลโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งสร้าง “ความร่วมมือ” มากกว่าการสั่งการ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทในการดูแลสังคมของตนเอง และยกระดับการบริหารความปลอดภัยด้วยข้อมูล การมีส่วนร่วม และความไว้วางใจ
เพราะความมั่นคงของชาติ เริ่มต้นจากความปลอดภัยของชุมชน และความปลอดภัยของชุมชนจะเกิดขึ้นได้ เมื่อประชาชนกับตำรวจเดินเคียงข้างกันประชาชนร่วมคิด ตำรวจร่วมทำ ร่วมกันรับผิดชอบ ร่วมเสริมสร้างความมั่นคงชาติและความปลอดภัยของประชาชนอย่างยั่งยืน
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็น กรอบแนวนโยบายและข้อเสนอเชิงระบบ จะถูกส่งต่อให้ คณะทำงานขับเคลื่อนอาสาตำรวจบ้าน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้ง โดยมี รองศาสตราจารย์ พล.ต.อ.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นหัวหน้าคณะทำงาน
เพื่อพิจารณาออกแบบหลักสูตร กำหนดมาตรฐาน แนวทางปฏิบัติ รูปแบบการดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และอื่น ๆ พร้อมนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เป้าหมายสูงสุดของการทำงานร่วมกันระหว่างคณะอนุกรรมการกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน กับ คณะทำงานขับเคลื่อนอาสาตำรวจบ้าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กต.ตร. ทุกระดับ ผู้นำชุมชนและภาคประชาชนในพื้นที่ คือ การสร้าง ระบบอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของ สถานีตำรวจทั้ง 1,483 แห่ง และเชื่อมโยงความร่วมมือกับชุมชนประมาณ 80,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จของอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ จะไม่ได้วัดจากจำนวนอาสาสมัครที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากจำนวนชุมชนที่ปลอดภัยมากขึ้น การจัดระเบียบสังคมระดับชุมชน คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทั้งประเทศ และความเชื่อมั่นศรัทธาที่เพิ่มขึ้นจากประชาชน สู่ตำรวจ และรัฐบาล
ผู้สนใจเข้ารับการอบรมในหลักสูตรอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ เชิญสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เพิ่มเพื่อนไลน์ ได้ที่ Line id: @police.policy
