บิ๊กป้อม มอบนโยบายมหาดไทย ให้การบ้าน 7 ข้อ ย้ำเข้าใจชาวบ้าน ช่วยแก้ปัญหา

บิ๊กป้อม มอบนโยบายมหาดไทย ให้การบ้าน 7 ข้อ ย้ำเข้าใจชาวบ้าน ช่วยแก้ปัญหา ยกระดับชีวิต

บิ๊กป้อม / เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติราชการของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ให้การต้อนรับและรับฟังแนวนโยบาย

โดยเป็นการประชุมผ่านระบบ Video Conference ไปยังทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังนโยบายทั่วประเทศ

พล.อ.ประวิตร เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ซึ่งรัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศไทย ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง แก้ไขปัญหาปากท้อง และสร้างรายได้ให้ประชาชนให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

โอกาสนี้พล.อ.ประวิตร กล่าวมอบนโยบายการดำเนินงานใน 7 ด้าน ได้แก่

1. ให้พิจารณาต่อยอดการดําเนินการของจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ให้เป็นแบบอย่างการบําเพ็ญสาธารณประโยชน์ ในพื้นที่ต่าง ๆ ตลอดจนภารกิจในการธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ ให้ถือเป็นภารกิจหลักที่สำคัญของกระทรวงมหาดไทย ที่จะต้องขับเคลื่อนในทุกพื้นที่ อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง

2. ในการปฏิบัติหน้าที่ของราชการ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ขอให้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทรงงาน แนวพระราชดำริ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ซึ่งถือเป็นต้นแบบความสำเร็จ มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน

3. การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลให้ความสำคัญกับการบูรณาการในระดับพื้นที่ โดยให้กระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญไปสู่การปฏิบัติ เช่นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การบริหารจัดการขยะมูลฝอย การแก้ไขปัญหาน้ำเสีย เป็นต้น ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ เป็นแกนกลางในการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

4. การบริหารจัดการสาธารณภัย ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ เป็นหลักในการอำนวยการและบูรณาการทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ภาคประชาชน และอาสาสมัคร ให้มีความพร้อมในทุกด้าน เพื่อเข้าระงับเหตุในพื้นที่ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยฉับพลัน พร้อมทั้งให้มีโรงครัวพระราชทานเร่งรัดให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ตามกฎหมาย

5. การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ขอให้บูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ร่วมกันสร้างความเข้าใจให้ประชาชนตระหนักว่าการค้ามนุษย์เป็นภัยใกล้ตัวและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งกวดขันการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน การประมง เป็นต้น ทั้งนี้ ให้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะข้าราชการที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด

6. ศูนย์ดำรงธรรม ถือเป็นหน่วยงานสำคัญและเป็นที่พึ่งของประชาชน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาการบริการของ ศูนย์ดำรงธรรม ทั้งในระดับกระทรวง จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการประสานและบูรณาการการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกด้าน โดยให้สอดรับกับการพัฒนาสู่ไทยแลนด์ 4.0 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

7. ให้ใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานที่สำคัญของรัฐบาลและส่วนราชการ และประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงต่อประชาชนในพื้นที่ในระดับต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาข่าวปลอม หรือ Fake News ที่เป็นปัญหาของสังคมในปัจจุบัน

การดำเนินการตามภารกิจหน้าที่ตามที่ได้กล่าวมาให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้ผู้บริหารข้าราชการ และบุคลากรของกระทรวงมหาดไทย น้อมนำ “หลักราชการ” ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นหลักคุณธรรมและจริยธรรมในวิชาชีพข้าราชการที่สำคัญยิ่งมาเป็นที่พึง โดยยึดถือเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติ 10 ประการ

นอกจากนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังกล่าวว่า ขอให้ข้าราชการและบุคลากรทุกระดับนำแนวนโยบายข้อสั่งการทั้ง 7 ข้อข้างต้นไปดำเนินการให้เกิดความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการปฏิบัติของจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ต้องขยายผลการปฏิบัติให้ครอบคลุมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งสนับสนุนการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ

พร้อมเน้นย้ำบทบาทนายอำเภอและปลัดอำเภอ ในการสร้างการรับรู้ภารกิจจิตอาสาต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประธานกรรมการหมู่บ้าน เพื่อเป็นหลักในการปฏิบัติงานจิตอาสาระดับหมู่บ้าน และขอให้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนจิตอาสาเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติที่กระทรวงมหาดไทยจัดขึ้นในโอกาสสำคัญต่าง ๆ รวมทั้งต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ ด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน และอาสาสมัครต่าง ๆ ให้มีความพร้อมรองรับสาธารณภัยประเภทต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ ทั้งยังต้องสร้างการรับรู้กับประชาชนในการปฏิบัติตนเมื่อมีประกาศเตือนภัยของภาครัฐ

และสำหรับในห้วงที่ผ่านมา ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์และบริการประชาชนเป็นที่ประจักษ์อย่างมาก นับเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ หากเรื่องร้องเรียนใดที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ได้ ขอให้รวบรวมและแจ้งมายังส่วนกลางเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ยุติโดยเร็ว

สำหรับในด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอต้องกำชับและติดตามการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ตามแนวทางของศูนย์บูรณาการและประสานการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในระดับพื้นที่อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง อาทิ พื้นที่ชายแดน พื้นที่ชายทะเล พื้นที่เขตอุตสาหกรรม และแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงในปัจจุบันข่าวปลอม (Fake News) เผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างรวดเร็วซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย เร่งเสริมสร้างความเข้าใจและให้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อประชาชนในพื้นที่

พล.อ.ประวิตร ยังได้เน้นย้ำถึงสถานการณ์ภัยแล้งและอุทกภัยที่ในขณะนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ ขอให้กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพหลักบูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมมาตรการ แผนงานโครงการต่าง ๆ ที่มีความพร้อม และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาดังกล่าว ในจังหวัดต่าง ๆ โดยเร็วต่อไป รวมถึงให้หาทางลดค่าครองชีพและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน เช่น การจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้า หรือตลาดนัด ให้ชาวบ้านนำของมาขายได้ในราคาถูกอย่างน้อยอำเภอละ 1 แห่ง เพื่อกำหนดราคาสินค้าที่เป็นธรรมตามโครงการตลาดประชารัฐ

ท้ายสุด พล.อ.ประวิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทย ถือเป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนในระดับพื้นที่ มีกลไกเชื่อมโยงถึงประชาชนทั้งในท้องที่และท้องถิ่น จึงขอให้ข้าราชการและบุคลากรทุกคนตั้งใจปฏิบัติราชการด้วยความเสียสละอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน นอกจากนี้ ขอให้เร่งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้า ผลงาน และขั้นตอนการปฏิบัติต่าง ๆ ให้กับประชาชนได้ทราบ เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ซุป’ตาร์ระดับโลก คริสซี – จอห์น เลเจนด์ ยกครอบครัวมาไทยลุยกินเที่ยวที่โคราช
บทความถัดไป“ธนาธร” ตั้งกระทู้นอกสภา จี้ “สุริยะ” แก้ปัญหาแปรรูปยาง โชว์แนวคิดใช้เงินน้อย แต่มีคุณภาพ