“วราวุธ”ติดตามวางขาแท่นที่ 4 เป็นปะการังเทียมพื้นที่เกาะพะงัน คาดติดขาแท่นทั้ง 7 ขาแท่นเสร็จก.ย.63 นี้ พร้อมสั่ง“กรมทะเล” เตรียมถอดบทเรียนขยายผลต่อเนื่อง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า ประเทศไทยได้ศึกษาเรื่องการใช้โครงสร้างเหล็กชนิดเดียวกับขาแท่นมาจัดวางเป็นปะการังเทียม พบว่ามีความเหมาะสม สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตต่างๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวะแหล่งประมง สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติเป็นจำนวนมา

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

โดยคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ซึ่งได้มีมติเห็นชอบในหลักการ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 61 ซึ่งตนได้ติดตามการดำเนินการโครงการฯ ดังกล่าวมาโดยตลอด ซึ่งภายหลังเสรสิ้นโครงการตนคิดว่า พี่น้องประชาชนต้องได้รับประโยชน์จากการดำเนินการโครงการทั้งทางตรงและทางอ้อม

นายววราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.

นอกจากนี้ตนได้หารือกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. ถึงแนวทางการพัฒนาต่อยอด รวมถึงการดำเนินการในพื้นที่อื่น ๆ และมอบหมายให้นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารมว.ทส. กำกับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด พร้อมหารือแนวทางร่วมกับทช. ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิชการ ในการศึกษากลไกและความเป็นไปได้ และถอดบทเรียนจากการดำเนินการโครงการฯ ครั้งนี้ โดยต้องคิดให้รอบด้านถึงผลดีและผลเสีย ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อกฎหมายและะเบียบที่เกี่ยวข้องด้วย

ที่ปรึกษารมว.ทส.เปิดความรู้ใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมสร้างปะการังเทียม

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า เชฟรอนประเทศไทย ได้ส่งมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่ไม่ใช้งานแล้วจำนวน 7 ขาแท่น ให้แก่ ทช. เพื่อนำไปจัดวางเป็นปะการังเทียม พร้อมสนับสนุนงบประมาณการดำเนินโครงการ

ขณะที่ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้รับผิดชอบในการศึกษาทางวิชาการด้านกายภาพและนิเวศวิทยาของพื้นที่ รวมถึงการเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาการของทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งต้องขอบคุณกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และกรมประมง ที่ให้การสนับสนุนและความร่วมมือในการดำเนินงานมาโดยตลอด

สำหรับในวานนี้(2ก.ย.) โครงการนำขาแท่นหลุมผลิปิโตรเลียมมาจัดวางเป็นปะการังเทียม ในพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ทางเชฟรอนได้ดำเนินการจัดวางเป็นขาแท่นที่ 4 จากทั้งหมด 7 ขาแท่น และคาดว่าขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมทั้ง 7 ขาแท่น จะดำเนินการดวางแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2563 นี้

นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราฎร์ธานี กล่าวว่า ภายหลังจากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง อีกทั้งปริมาณสัตว์น้ำแลแหล่งที่อยู่อาศัย จะเพิ่มขึ้นและสมบูรณ์ขึ้น รวมถึงแหล่งหลบภัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน

นอกจากนั้นการออกแบบการจัดวางขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมในการนำไปจัดวางเป็นปะการังเทียมในพื้นที่เกาะพะงัน ตามที่กรมทช. ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรได้ดำเนินการยัเป็นประโยชน์ในด้านการเพิ่มแหล่งดำน้ำ

อีกทั้งช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เดินทางมาท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวจ.สุราษฎร์ธาน ตลอดจนลดจำนวนนักท่องเที่ยวดำน้ำออกจากแนวปะการังธรรมชาติ และลดการทำลายแนวปะการังธรรมชาติจากกิจกรรมการท่องเที่ยวอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน