จากปัญหาขยะอาหารที่เป็นหนึ่งในต้นเหตุของปัญหาสภาพภูมิอากาศ ทำให้ โลตัส ห้างค้าปลีกชั้นนำที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เดินหน้าต่อยอดโครงการกินได้ไม่ทิ้งกัน เพื่อขับเคลื่อน ธนาคารอาหารแห่งชาติ ช่วยเหลือผู้ขาดแคลนอาหารและด้อยโอกาส และเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมาย ลดขยะอาหาร ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2030 ของโลตัสอีกด้วย

น.ส.สลิลลา สีหพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า นับตั้งแต่โลกได้หันมาให้ความสนใจในประเด็นขยะจากเศษอาหารที่ส่งผลกระทบและเป็นภัยต่ออุณหภูมิโลก โลตัส ในฐานะห้างค้าปลีกชั้นนำที่มุ่งเน้นจำหน่ายอาหารสดคุณภาพสูงที่สะอาดและปลอดภัยสู่คนไทยมาอย่างช้านาน ไม่เพียงมุ่งเน้นแต่ดำเนินธุรกิจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากยังมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนในประเด็นลดขยะจากอาหารควบคู่ไปด้วย

เริ่มต้นจากโครงการกินได้ไม่ทิ้งกัน ในปี 2560 ด้วยการเพิ่มมูลค่าอาหารที่จำหน่ายหน่ายไม่หมดแต่ยังรับประทานได้ มอบให้ผู้ยากไร้ แทนการทิ้งให้กลายเป็นขยะอาหาร ที่สุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันได้บริจาคอาหารแก่ผู้ยากไร้ภายใต้โครงการกินได้ไม่ทิ้งกัน รวมแล้วกว่า 2,800,000 มื้อ

ล่าสุด ‘โลตัส’ ได้ร่วมมือกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ประเทศไทย (มูลนิธิเอสโอเอส) สานต่อภารกิจลดขยะอาหาร ผ่านการขับเคลื่อน ธนาคารอาหารแห่งชาติ โดยมอบพื้นที่เก็บสินค้าของโลตัส สาขาบ้านฟ้า อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ให้มูลนิธิเอสโอเอส ใช้จัดเก็บอาหารที่ได้รับบริจาคจากองค์กรต่างๆ ทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง เพื่อรอการกระจายต่อให้ชุมชนเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ

“ด้วยศักยภาพของโลตัสที่มีพื้นที่เก็บสินค้าและระบบการจัดการสินค้าที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยสำหรับการบริโภค การมอบพื้นที่ให้มูลนิธิเอสโอเอส จึงช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการธนาคารอาหารของมูลนิธิให้ดียิ่งขึ้น”

น.ส.สลิลลา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การมอบพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเก็บอาหารสดและอาหารแห้ง ยังเป็นการขยายขีดความสามารถให้มีศูนย์จัดเก็บอาหารบริจาคในปริมาณมากขึ้น พร้อมตู้ควบคุมอุณหภูมิที่สามารถจัดเก็บอาหารสดและอาหารแห้งได้ยาวนานขึ้น ตลอดทั้งช่วยให้อาหารที่ได้รับบริจาคเป็นอาหารที่ถูกสุขอนามัยและคงคุณค่าทางโภชนาที่ดีไว้ได้

“โลตัส ยังช่วยผลักดันเป้าหมายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่จะลดขยะอาหารให้เป็นศูนย์ภายในปี 2030 อีกด้วย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน ธุรกิจโลตัส กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นายเจมส์ เลย์สัน กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิเอสโอเอส กล่าวว่า มูลนิธิฯ บริหารจัดการอาหารส่วนเกินผ่านโครงการรักษ์อาหาร โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับบริจาคอาหารและกระจายอาหารส่วนเกินจากภาคการผลิตและภาคธุรกิจที่จำหน่ายไม่หมดแต่ยังคงรับประทานได้ ส่งต่อให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและช่วยลดปริมาณขยะอาหารในประเทศไม่ให้ถูกทิ้งออกไปสู่สิ่งแวดล้อม

“การร่วมมือกับโลตัสในครั้งนี้ช่วยให้มูลนิธิเอสโอเอส สามารถยกระดับการปฏิบัติภารกิจสู่การเป็นธนาคารอาหารแห่งชาติ ขยายการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอาหาร”

นายเจมส์ กล่าวย้ำว่า การร่วมมือครั้งนี้ ทำให้อาหารที่ได้รับบริจาค ได้มีจุดพักรอกระจายอาหารด้วยกระบวนการจัดเก็บที่ได้มาตรฐาน มีการควบคุมอุณหภูมิ ทำให้การเก็บอาหารปลอดภัยและถูกสุขลักษณะมากยิ่งขึ้น ช่วยให้ระบบการขนส่งโลจิสติกส์ของมูลนิธิเอสโอเอส ไร้รอยต่อยิ่งขึ้น สามารถส่งอาหารไปให้ผู้ที่ต้องการอาหารที่อยู่ห่างไกลขึ้นได้ ลดการเดินทางของอาหาร ลดปริมาณรวมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากอาหารที่กระทบต่อโลก ซึ่งช่วยให้เรามีสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่อไปได้

การเดินหน้าขับเคลื่อนธนาคารอาหารแห่งชาติของโลตัสครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวที่สร้างพลังอันยิ่งใหญ่ ที่ไม่เพียงช่วยให้ผู้ขาดแคลนและผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงอาหารเหมือนคนปกติทั่วไปเท่านั้น หากยังเป็นการช่วยพลิกสถานการณ์อันเลวร้ายของโลกใบนี้ ให้กลับมาน่าอยู่ได้อีกครั้ง


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน