การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในรัฐบาลอนุทิน กำลังเป็นประเด็นน่าจับตา เพราะหลายตำแหน่งเป็นเก้าอี้สำคัญที่ผู้ดำรงตำแหน่งยังเหลืออายุราชการอีก 5-10 ปี หมายความว่า คนเหล่านี้อาจอยู่ในระบบราชการยาวนานกว่ารัฐบาลชุดที่แต่งตั้งเสียอีก

ล่าสุดกรณีนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ด้วยวัย 50 ปี และเหลืออายุราชการอีกเกือบ 10 ปี หากได้รับการแต่งตั้ง ย่อมสามารถขับเคลื่อนงานต่อเนื่องได้หลายรัฐบาล

ขณะที่นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เหลืออายุราชการประมาณ 7 ปี เช่นเดียวกับนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งจะเกษียณในปี 2576

หากย้อนกลับไปสมัยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เมื่อปี 2567 ก็เคยผลักดันนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ในวัยเพียง 53 ปีเท่านั้น

การที่รัฐบาลแต่งตั้งคนที่มีอายุราชการเหลืออีกหลายปี ไม่ใช่เรื่องผิด หากบุคคลเหล่านั้นมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างโปร่งใส โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องตอบสังคมให้ชัดคือ เลือกแต่งตั้งคนนั้นเพราะอะไร การเลือกคนอายุน้อย ข้อดีคือได้ผู้บริหารที่มีอายุการทำงานนาน สามารถวางยุทธศาสตร์และแก้ปัญหาระยะยาวได้ ไม่ต้องเปลี่ยนตัวกันทุกครั้งที่การเมืองเปลี่ยนขั้ว

แต่หากการแต่งตั้งถูกมองว่า เป็นการส่งคนของรัฐบาลเข้าไปอยู่ในจุดยุทธศาสตร์กลไกรัฐเป็นเวลานาน ระบบราชการอาจถูกตั้งคำถามกลับในเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองได้เช่นกัน

ทุกรัฐบาลมีสิทธิ์เสนอชื่อผู้บริหารราชการที่เห็นว่าเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงวาระแต่งตั้งโยกย้ายตามปีงบประมาณ ไม่ว่าผู้ได้รับการผลักดันจะมีอายุราชการเหลืออีกเพียง 1 ปี หรืออีก 5 ปี 10 ปี ย่อมไม่ใช่ปัญหา

ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่า เลือกเสนอแต่งตั้งบุคคลเหล่านี้ด้วยเหตุผลใด หากเลือกเพราะความรู้ ความสามารถ ประเทศและประชาชนย่อมได้ประโยชน์

แต่หากเลือกเพราะสายสัมพันธ์ทางอำนาจ สังคมย่อมมีสิทธิ์ตั้งข้อสงสัยว่า แท้จริงแล้วรัฐบาลต้องการสร้างทีมบริหารเพื่อความต่อเนื่องของประเทศ หรือกำลังจัดวางเครือข่ายที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลในระยะยาว

ที่สำคัญกว่านั้น ข้าราชการผู้ได้รับแต่งตั้งในทุกระดับ จะต้องทำงานรับใช้ประเทศและประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพื่อพิสูจน์ตนเองว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่ง ไม่ได้มาเพราะเส้นสาย หรือเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ใคร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน