รับมือสังคมผู้สูงอายุ กรมอนามัย ตั้งเป้าส่งเสริมเครือข่ายชุมชนร่วมดูแลสุขภาพช่องปากกลุ่มคนสูงวัย แนะการเคี้ยว แม้จะใส่ฟันปลอม ช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้ดีขึ้น
ทพ.ดำรง ธำรงเลาหะพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุขและผู้ช่วยอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงโครงการพัฒนาเครือข่ายสังคมเพื่อการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ฟันดี 8020 ว่า เป็นความร่วมมือของเครือข่ายเพื่อส่งเสริมให้สุขภาพในช่องปากดีขี้น เพราะต้องประกอบด้วยการดูแลสุขภาพช่องปากของบุคคล ความรู้เท่าทันการตลาดอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพช่องปาก สุดท้ายมาที่การจัดบริการรองรับ กระทรวงสาธารณสุขพยายามทำให้ดีที่สุดตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พยายามจัดระบบให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยเรื่องการให้บริการให้ดีขึ้น
ในส่วนสุขภาพของผู้สูงอายุนั้น ทพ.ดำรง กล่าวว่า สังคมไทย เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ กระทรวงฯ จึงจัดระบบให้รองรับบริการให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีแผนพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต อีกทั้งปัจจุบันภาพของคนสูงวัยวันนี้ ไม่ได้แก่ ทำงานไม่ได้ แต่คนสูงวัยอาจจะเป็นกำลังของประเทศ เป็นทุนของประเทศก็ได้ ซึ่งเราต้องมีแผนรองรับ การจัดสวัสดิการให้มีระบบบริการดูแล เมื่อถึงวันที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
“ภารกิจของกรมอนามัย คือ ส่งเสริมสุขภาพคนทุกกลุ่มวัย อนามัยสิ่งแวดล้อม ความรอบรู้ด้านุสขภาพ เราจะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนมีความรอบรู้ จัดการกับสุขภาพได้ ทำให้เกิดทักษะ มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดี ซึ่งบริการปฐมภูมิ คือรากฐานขยับให้ชุมชน สังคมเข้มแข็ง ถ้าเราบริการปฐมภูมิดี จะไม่เกิดภาพการไปต่อคิวแออัดที่โรงพยาบาล ฉะนั้น การส่งเสริมดูแลตัวเอง ป้องกันปัจจัยเสี่ยง รักษาดูแลเบื้องต้นได้ เช่น เรื่องฟัน ควรรณรงค์ให้มีการดูแลสุขภาพฟันตั้งแต่ช่วงเด็ก เพื่อให้เป็นทุนที่ดี เมื่อถึงวัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงสูงวัย”
ด้าน ทพญ.วรางคณา เวชวิธี ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ กล่าวถึงการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ ต้องได้รับบริการเมื่อจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการอุดฟัน การดูแลรักษาโรคเหงือกที่ ซึ่งกลุ่มผู้สูงวัย ปัจจุบันนี้พบว่า เข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากน้อยมาก
สำหรับการป้องกันส่งเสริมสุขภาพช่องปาก หากผู้สูงอายุอยู่นอกสถานให้บริการ ทพญ.วรางคณา ชี้ว่า ต้องมาดูว่าในชุมชนมีอะไรที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพช่องปาก เช่น สิ่งแวดล้อม ทำอย่างไรให้เข้าถึงแปรงสีฟัน ยาสีฟัน หรือลดการกินหวานน้อยลง รวมถึงงานส่งเสริมป้องกันอย่างอื่นด้วย
“กลุ่มเด็กมีคนดูแลชัดเจน มีโรงเรียนหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กช่วยดูแล แต่กับกลุ่มผู้สูงวัยไม่มี เราอยู่ในชุมชน ใครจะไปบอก ใครจะพาไปหาหมอ ดังนั้น โครงการพัฒนาเครือข่ายสังคมเพื่อการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ฟันดี 8020 จึงต้องอาศัยอาสาชุมชนมาช่วย และเชื่อมต่อให้เครือข่ายอื่นๆ เข้ามาสนับสนุนอีกทาง เช่น สถานชีวาภิบาลในชุมชนจะไปตั้งพื้นที่อื่นๆ ร่วมด้วย คือการเคลื่อนนโยบายไปสู่รูปธรรมแต่ละพื้นที่”
ทพญ.สุรัตน์ มงคลชัยอรัญญา ทันตแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวถึงสุขภาพช่องปากไม่ได้มีความสำคัญแค่เรื่องบดเคี้ยวอาหารเท่านั้น แต่รวมไปถึงการเข้าสังคม ยกตัวอย่างในประเทศญี่ปุ่นที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาก่อนประเทศไทย พบว่า การบดเคี้ยวช่วยบำรุงกระตุ้นสมองทำงานได้ดีขึ้น มีการณรงค์ให้คนของเขารับประทานอาหารที่มีการบดเคี้ยวแม้จะใส่ฟันเทียมก็ตาม รวมถึงเด็กสมัยใหม่ด้วย ถ้าไม่ยอมเคี้ยวก็ต้องกระตุ้น ฝึกให้เคี้ยว
“ในอดีตหลายประเทศส่งเสริมให้กลุ่มผู้สูงอายุไปอยู่สถาบัน หรือบ้านพักคนชรา แต่กลับพบว่า ผู้สูงอายุมีอาการหงอย ไม่สดชื่น และมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น หลังๆ มีความพยายามให้ผู้สูงวัย อยู่บ้าน อยู่ในชุมชนโดยมีจิตอาสาไปหาที่บ้านเมื่อถึงเวลาตรวจสุขภาพ พาไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ กระตุ้นสมองให้ได้ทำงาน ช่วยลดภาวะสมองเสื่อมได้”
การส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามาช่วยดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพช่องปากนั้น ทพญ.สุรัตน์ ย้ำชัดว่า จะทำให้งานทันตาภิบาล มีความยั่งยืน พร้อมกับเชื่อว่า ถ้าคนในชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็ง เขาสามารถจัดการได้หมด หน่วยงาน ท้องถิ่น หรือเครือข่ายเพียงแต่เข้าไปหนุนเสริมเท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน