รมว.ยุติธรรม เปิดโครงการส่งเสริมทักษะด้านภาษา เพื่อการสื่อสารและจริยธรรม ให้แก่เด็กและเยาวชน หนุนพัฒนาศักยภาพภูเก็ต สู่ศูนย์กลางพหุสังคมโลก
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ก.ค. 2568 ที่จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการส่งเสริมทักษะด้านภาษาเพื่อการสื่อสาร และจริยธรรม ให้แก่เด็กและเยาวชน ในจังหวัดภูเก็ต ประจำปี พ.ศ. 2568” ในการอบรมวิทยากรอิสลามศึกษาจังหวัดภูเก็ต ประจำปีพ.ศ.2568 เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ในจ.ภูเก็ต ณ ห้องประชุมโรงแรมศุภาลัย ซีนิค เบย์ รีสอร์ทแอนด์สปา บ้านอ่าวปอ ต.ปากคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
จัดโดย สมาคมฟัรดูอัยน์คุรุสัมพันธ์ภูเก็ต ร่วมกับหน่วยสอบที่ 21 และ 43 เขตการศึกษาที่ 7 สมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และงบประมาณสนับสนุนการจัดงาน โดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นำคณะ ให้การต้อนรับ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านภาษาอังกฤษ ภาษาอาหรับ ภาษามาลายู และส่งเสริมการเรียนรู้หลักจริยธรรมอิสลาม เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิต
“การที่สมาคมฟัรดูอัยน์คุรุสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ตได้จัดกิจกรรมโครงการในลักษณะนี้ จึงถือเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการสนับสนุนและขยายผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างให้เยาวชนมีความถนัดด้านภาษา ซึ่งทั้งสามภาษาล้วนมีบทบาทสำคัญในบริบทสังคมโลกปัจจุบัน
ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาทางการที่ใช้สื่อสารทั่วโลกและเพิ่มโอกาสในการทำงานในอนาคต ภาษาอาหรับเป็นภาษาที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายมากกว่า 22 ประเทศทั่วโลก และภาษามาลายูก็มีการใช้กันในหมู่ประชากรโลกมากกว่า 350 ล้านคน การที่เด็กๆ และเยาวชนของเรามีความถนัดในภาษาเหล่านี้ ก็จะส่งผลดีกับตนเองและส่งผลถึงศักยภาพของประเทศในระยะยาว”
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า จ.ภูเก็ต ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สะท้อนความเป็นพหุสังคมระดับโลก เรามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่ท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ตในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 กว่า 9.1 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละ 50,000 คน เฉลี่ยวันละมากกว่า 300 เที่ยวบิน
สำหรับเดือนม.ค.ถึงเดือนมิ.ย. 6 เดือนล่าสุด มีเที่ยวบินมากถึง 55,108 เที่ยวบิน เกินกว่า 50% เป็นสายการบินระหว่างประเทศ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของ จ.ภูเก็ต ในฐานะเมืองแห่งการท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงกับโลกในทุกมิติ
ชุมชนมุสลิมในภูเก็ตจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งที่จะแสดงบทบาทในฐานะเจ้าของบ้านที่ดีควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม เมื่อพูดถึงตัวเลขทางเศรษฐกิจ
“ผมขอเรียนทุกท่านว่าเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมารัฐบาลได้สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปจนถึงปี 2570 แม้เงินทุนก้อนนี้จะไม่ได้ส่งมาที่จังหวัดภูเก็ตโดยตรง แต่โดยหลักแล้วโครงสร้างการประกอบการ แรงงาน และการใช้จ่ายเงิน จะเวียนเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตอย่างแน่นอน”
พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่า โอกาสทางเศรษฐกิจของชุมชนมุสลิมภูเก็ตและมุสลิมไทยในภาพรวมจะได้รับการสนับสนุนอย่างดีภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาล โดยจะคำนึงถึง สามเสาหลัก ได้แก่
- ปลอดดอกเบี้ย (Riba-Free) เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงทุนอย่างเท่าเทียม
- เศรษฐกิจฮาลาล (Halal-Based Economy) ครอบคลุมกระบวนการผลิตและบริการที่สอดคล้องกับหลักศาสนา
- ระบบซะกาต (Zakat-Based Redistribution) เพื่อกระจายความมั่งคั่ง ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความยั่งยืนในชุมชน
“ผมหวังว่าการอบรมของสมาคมฟัรดูอัยน์คุรุสัมพันธ์ภูเก็ตในวันนี้ จะเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยบ่มเพาะความรู้ ความศรัทธา และความเข้มแข็งให้กับชุมชนมุสลิมในภูเก็ต พร้อมเชื่อมโยงไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมทั้งในประเทศไทย โลกมุสลิม และสังคมระหว่างประเทศต่อไป” พ.ต.อ.ทวี กล่าว


